Qualcomm ชูแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น บนชิปสมาร์ทวอทช์เจเนอเรชันต่อไป

Qualcomm Snapdragon W5 และ W5+ ชิปเจเนอเรชันต่อไป จะช่วยให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นกว่า 50%
 
Credit : Qualcomm
สำหรับชิปสมาร์ทวอทช์เจเนอเรชันใหม่ Qualcomm Snapdragon W5 และ W5+ ได้ใช้เทคโนโลยีการผลิตบนแพลตฟอร์ม 4nm ที่ทันสมัยและมีคุณสมบัติที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นกว่า 50% และพลังการประมวลผล หรือดีกว่าถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับ Snapdragon Wear 4100+ รุ่นก่อนหน้า จะมีสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เด่นมากสุดคือสถานะพลังงาน “Deep Sleep”, “Hibernate” และ “Low-power islands” ที่จะช่วยลดการใช้งานพลังงานจากการทำงานในโหมด Wi-Fi, Audio และ GNSS
 
Qualcomm สามารถใช้โหมดพลังงานต่ำเหล่านี้ได้ด้วย co-processor ขนาด 22 นาโนเมตรแบบใหม่ที่ทำงานตลอดเวลา จะสามารถช่วยลดภาระงานให้เบาลงได้ เช่น การติดตามการออกกำลังกายที่ใช้การประมวลผลที่หนักอยู่ตลอดเวลา
 
Credit : Qualcomm
Credit : Qualcomm
Credit : Qualcomm

สเปค Qualcomm Snapdragon W5 :

  • CPU 250MHz (เพิ่มขึ้นจาก 50MHz)
  • GPU 1GHz (เพิ่มขึ้นจาก 320MHz)
  • RAM LPDDR4 ทำงานที่ 2133MHz
  • รองรับ Bluetooth 5.3 แต่จะลดการใช้พลังงานเมื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์รุ่นที่รองรับสเป็คเดียวกันเท่านั้น

Qualcomm ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับ Snapdragon W5 มาตรฐานทั้งหมดที่เรารู้ก็คือ Snapdragon W5+ มีการปรับปรุงที่สำคัญบางอย่างจากรุ่นก่อน คาดว่าสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon W5 น่าจะเปิดตัวในปลายปี 2022 หรือต้นปี 2023 โดย Oppo และ Mobvoi จะเป็นแบรนด์แรกที่ใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม Snapdragon W5 ตามรายงานของ Qualcomm  

ที่มา : https://www.reviewgeek.com/123422/qualcomms-next-gen-smartwatch-chip-promises-huge-battery-gains/

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ยกระดับการทำงานและการเรียนรู้ ด้วย “ZTE Smart Conference” เทคโนโลยี AI อัจฉริยะ ที่ใครก็ใช้งานได้ง่ายๆ [Guest Post]

ในยุคที่การทำงานแบบ Hybrid และการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Hybrid Learning) กลายเป็นเรื่องปกติ “ห้องประชุม” และ “ห้องเรียน” ไม่ได้มีไว้แค่สำหรับการรวมตัวกันอีกต่อไป แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงคนทั้งที่อยู่ในห้องและคนที่อยู่ห่างไกลให้รู้สึกเหมือนอยู่ด้วยกัน การมีระบบ Conference ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น

Anthropic เซ็นสัญญา TeraWulf เช่าศูนย์ข้อมูล AI มูลค่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์

Anthropic จะจ่ายเงินจำนวน 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อเช่าศูนย์ข้อมูลของ TeraWulf ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เป็นระยะเวลา 20 ปี