สตาร์ทอัพซอฟต์แวร์ควอนตัม Classiq คว้าเงินทุนรอบใหม่จาก AMD และ Qualcomm

Classiq Technologies ผู้พัฒนาเครื่องมือสำหรับการพัฒนาซอฟต์แวร์ควอนตัม ประกาศว่าบริษัทได้รับเงินทุนใหม่ “หลายสิบล้านดอลลาร์” ซึ่งเงินทุนดังกล่าวเป็นการต่อขยายรอบ Series C ที่บริษัทปิดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยเงินทุนก้อนแรกมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์ถือเป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของสตาร์ทอัพซอฟต์แวร์ควอนตัม และในเดือนกรกฎาคม SoftBank และ CDP Venture Capital ของอิตาลีได้เข้าร่วมลงทุนในรอบนี้ด้วย

Credit: Classiq

Classiq ระบุว่าการต่อขยายรอบ Series C ล่าสุดนี้มาจากการลงทุนของ AMD Ventures, Qualcomm Ventures และผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ควอนตัม IonQ พร้อมด้วยนักลงทุนรายอื่นอย่าง Mirae Asset Capital, LeumiTech77 และ Quantum Eretz ส่งผลให้มูลค่ารวมของรอบนี้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์

ความซับซ้อนของคอมพิวเตอร์ควอนตัมเป็นเพียงหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การเขียนซอฟต์แวร์ที่รองรับคิวบิตเป็นเรื่องยาก อีกเหตุผลหนึ่งคือคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันอย่างมาก บางระบบใช้คิวบิตแบบไอออน ขณะที่บางระบบใช้แสงหรือทรานซิสเตอร์ตัวนำยิ่งยวดในการประมวลผล ส่งผลให้นักพัฒนาต้องเขียนซอฟต์แวร์ใหม่สำหรับแต่ละระบบควอนตัมที่จะใช้งาน

ชุดเครื่องมือพัฒนาของ Classiq ช่วยขจัดความจำเป็นในการพอร์ตโค้ดด้วยตนเอง โดยบริษัทระบุว่าผู้ออกแบบสามารถเขียนโปรแกรมควอนตัมหนึ่งครั้งแล้วนำไปรันได้บนหลายระบบ และยังช่วยลดความซับซ้อนของงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมสำหรับคิวบิต

แพลตฟอร์มของบริษัทมาพร้อมกับภาษาโปรแกรมที่ปรับให้เหมาะกับควอนตัมชื่อว่า Qmod โดยขั้นตอนการเขียนโค้ดควอนตัมแบบมาตรฐานนั้นต้องให้ผู้พัฒนาระบุทั้ง “งานที่โปรแกรมควรทำ” และ “วิธีที่โปรแกรมควรทำงานนั้น” แต่ Classiq ระบุว่าแพลตฟอร์มของตนสามารถทำให้ขั้นตอนหลังเป็นอัตโนมัติ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาอย่างมาก

หลังจากนักพัฒนาเขียนโปรแกรมด้วย Qmod แล้ว ซอฟต์แวร์ของ Classiq จะลองวิธีการนำไปใช้นับพันรูปแบบ และเลือกแบบที่ใช้ทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานน้อยที่สุด นอกจากนี้คอมไพเลอร์ของ Classiq ยังปรับโค้ดให้ตรงกับข้อกำหนดทางเทคนิคที่นักพัฒนากำหนดไว้ด้วย

บริษัทระบุว่าผู้ใช้ที่ไม่ต้องการเรียนรู้ไวยากรณ์ Qmod สามารถเขียนโปรแกรมควอนตัมด้วย Python ได้ ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้งานง่ายกว่าและมีไลบรารีโอเพนซอร์ซจำนวนมาก โดยไลบรารีเหล่านี้มีคอมโพเนนต์สำเร็จรูปที่ช่วยลดจำนวนโค้ดที่ต้องเขียนเอง

ซอฟต์แวร์ควอนตัมจำเป็นต้องทดสอบก่อนใช้งานจริง เช่นเดียวกับแอปพลิเคชันทั่วไป โดยขั้นตอนการทดสอบมักเกี่ยวข้องกับการรันโค้ดบนคอมพิวเตอร์ควอนตัมจำลอง ซึ่งมีความท้าทายด้านเทคนิคหลายอย่าง Classiq จึงมีเครื่องมือดีบักที่ช่วยลดความจำเป็นในการจำลองดังกล่าว

ดีบักเกอร์ของแพลตฟอร์มสามารถแสดงภาพของข้อมูลที่โปรแกรมควอนตัมประมวลผล ลำดับการประมวลผล และจำนวนคิวบิตที่ใช้งาน นักพัฒนาสามารถใช้ภาพเหล่านี้เพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมทำงานถูกต้องหรือไม่ นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Hardware-Circuit Connection ยังทำให้สามารถทดสอบได้ว่าโปรแกรมจะทำงานอย่างไรบนชิปควอนตัมแบบเฉพาะเจาะจง

“Nir Minerbi” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Classiq กล่าวว่า “เมื่อฮาร์ดแวร์ควอนตัมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ความต้องการซอฟต์แวร์ที่สามารถปรับขยายได้และมีประสิทธิภาพก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น”

บริษัทจะใช้เงินทุนรอบใหม่นี้เพื่อขยายทีมนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด ระดับนานาชาติและสร้างพันธมิตรเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา:
https://siliconangle.com/2025/11/13/quantum-software-startup-classiq-raises-new-funding-amd-qualcomm/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ