Nmap 7.40 ออกแล้ว เพิ่มความสามารถการ Scan ระบบเครือข่ายมากกว่าเดิม

Nmap ได้ประกาศออกรุ่น 7.40 มาสำหรับให้เหล่าผู้ดูแลระบบได้เตรียมตัว Scan ระบบทั้งหมดให้ปลอดภัยก่อนหยุดยาวช่วงปีใหม่นี้กันโดยเฉพาะ โดยมีความสามารถที่เพิ่มเข้ามาเด่นๆ ดังนี้

  • เพิ่ม NSE Script สำหรับพร้อมใช้งานได้ทันทีอีก 12 รายการ
  • เพิ่มรายการของระบบปฏิบัติการและรุ่นต่างๆ มากขึ้นสำหรับ Signature ที่ใช้ในการ Scan โดยตอนนี้มี 5,336 IPv4 OS Fingerprint และ 11,095 Service/Version Fingerprint แล้ว
  • สามารถทำ Brute Force Authentication Cracking ได้เร็วขึ้น และปรับปรุง NSE Library ต่างๆ ให้ดีขึ้น
  • ออก Ncap Windows Packet Capturing Driver/Library รุ่นใหม่ ทำงานได้ดีกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
  • เพิ่ม Service Probe สำหรับ ClamAV Server
  • เพิ่มการตรวจสอบการใช้ Diffie-Hellman ใน haproxy, postfix และ IronPort
  • ทำ Web App Brute Force ใส่ Drupal ได้
  • แก้บั๊กต่างๆ จำนวนมาก

ผู้ที่สนใจสามารถ Download ได้ทันทีที่ https://nmap.org/download.html ส่วนถ้าหากพบบั๊กใดๆ ก็สามารถแจ้งไปได้ดังที่ระบุใน https://nmap.org/book/man-bugs.html (ช่วยๆ กันแจ้งไปนะครับถ้าเจอปัญหาอะไร)

สำหรับรายละเอียดฉบับเต็มจะค่อนข้างยาวทีเดียว ลองอ่านกันได้ที่ http://seclists.org/nmap-announce/2016/7 นะครับ

 

ที่มา: http://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Nmap-7.40-Holiday-Release

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์