Breaking News

8 มาตรฐานเทคโนโลยี Wi-Fi แห่งอนาคตที่ Network Engineer ทุกคนควรรู้จัก

NetworkWorld ได้ออกมาสรุปถึงมาตรฐาน Wi-Fi ต่างๆ และเปรียบเทียบกันเอาไว้ ทางทีมงาน TechTalkThai เห็นว่ามีหลายมาตรฐานที่เหล่าผู้อ่านน่าจะยังไม่รู้จัก จึงขอหยิบยกมาแนะนำกันในบทความนี้ด้วยกัน 8 มาตรฐานเพื่อให้ทำความรู้จักและเตรียมรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะมาในอนาคตกันได้ง่ายขึ้น ดังนี้ครับ

** บทความนี้จะข้ามมาตรฐานที่เราใช้งานกันอยู่แล้วอย่างเช่น 802.11a/b/g/n/ac ไปนะครับ

Credit: ShutterStock.com

 

1. 802.11ah

802.11ah นี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า Wi-Fi HaLow โดยทำงานบนย่านความถี่ย่านต่ำกว่า 1GHz ลงไป ซึ่งมักจะเป็นช่วงย่าน 900MHz แต่ก็มีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศอีกเช่นกัน

802.11ah ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมระยะ Wi-Fi ให้กับย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 347Mbps และใช้พลังงานในการเชื่อมต่อที่ต่ำ อีกทั้งด้วยระยะที่ไกล ก็ทำให้ 802.11ah เหมาะกับการนำไปใช้งานร่วมกับระบบ Internet of Things (IoT) เป็นหลักนั่นเอง

 

2. 802.11ad

มาตรฐาน Wi-Fi ความเร็วระดับ 6.7Gbps ที่ย่านความถี่ 60GHz แต่มีระยะเพียงแค่ 3.3 เมตรเท่านั้น สำหรับการรับส่งข้อมูลปริมาณมหาศาลในระยะใกล้ โดยไม่ส่งสัญญาณรบกวนกับสัญญารณ Wi-Fi ย่านปกติที่ใช้งานกัน

 

3. 802.11aj

มาตรฐานนี้ต่อยอดขึ้นมาจาก 802.11ad โดยใช้ย่านความถี่ 45GHz และ 59GHz – 64GHz หรือเรียกกันว่าย่าน China Millimeter Wave โดยยังคงรองรับ Backward Compatibility กับ 802.11ad ได้ และเพิ่มย่านความถี่ที่รองรับให้มากขึ้น โดยผู้ใช้งานยังคงเชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายได้ในรูปแบบเดียวกับมาตรฐาน 802.11 อื่นๆ

 

4. 802.11ak

เป็นมาตรฐานที่ถูกออกแบบมาเพื่อผสานเทคโนโลยีในมาตรฐาน 802.11 ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Wi-Fi เข้ากับมาตรฐาน 802.3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Ethernet โดยมุ่งเน้นเพื่อให้การสื่อสารบน 802.11 นี้สามารถส่งข้อมูลโดยมีการทำ 802.1q Bridged Network ได้ในตัว รวมถึงยังมีการปรับปรุง Data Rate, Security และ QoS ด้วย เพื่อให้การนำไปใช้งานภายในอาคารบ้านเรือนและโรงงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

5. 802.11ax

มีอีกชื่อหนึ่งว่า High Efficiency WLAN โดยถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานในสถานที่ที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น เช่น ภายในสนามกีฬา, ภายในสนามบิน โดยยังคงใช้ย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz เช่นเดิม ด้วยเป้าหมายว่าจะออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูงกว่า 802.11n และ 802.11ac 4 เท่าเป็นอย่างน้อย พร้อมให้มีการทำ Spectrum Utilization ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมาตรฐานนี้คาดว่าจะถูกอนุมัติภายในเดือนกรกฎาคม 2019

 

6. 802.11ay

หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Next Generation 60GHz โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มี Throughput สูงสุดได้ถึง 20Gbps บนย่านความถี่ 60GHz พร้อมทั้งมีระยะรับส่งข้อมูลที่ไกลขึ้นและเสถียรยิ่งขึ้น มาตรฐานนี้คาดว่าจะถูกอนุมัติในปี 2019

 

7. 802.11az

เป็นมาตรฐานที่ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Next Generation Positioning (NGP) โดยถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถระบุระยะห่างระหว่างแต่ละ Station ที่เชื่อมต่อกับ Wi-Fi มาตรฐานต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ และมีการปรับเปลี่ยน MAC Layer และ PHY Layer เพื่อให้การระบุตำแหน่งและระยะมีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้นด้วยการใช้โปรโตคอล Fine Timing Measurement ซึ่งมาตรฐานนี้คาดว่าจะถูกอนุมัติภายในปี 2021

 

8. 802.11ba

เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Wake-Up Radio (WUR) โดยถูกออกแบบมาเพื่อลดการใช้พลังงานในการสื่อสารและการรอรับข้อมูลของเหล่าอุปกรณ์และ Sensor ต่างๆ ภายใน IoT ให้มีอายุยืนยาวได้เป็นหลัก

 

ที่มา: https://www.networkworld.com/article/3238664/wi-fi/wi-fi-standards-and-speeds-explained-compared.html




About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รายงานพบ Data Center ส่วนใหญ่ไม่พร้อมรับมือกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรุนแรง

Uptime Institute ได้จัดทำรายงานเพื่อศึกษาถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาวะทางสภาพอากาศต่อ Data Center โดยจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ให้บริการตระหนักถึงความเสี่ยงของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นซึ่งพบว่าผู้ประกอบการต่างๆ ไม่เคยวางแผนรองรับหรือไม่ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงจะเกิดกับ Data Center ของตน

เสริมความมั่นคงปลอดภัยเครือข่ายอัจฉริยะด้วย SD-WAN

ปริมาณของทราฟฟิกข้อมูลและแอปพลิเคชันระหว่างสำนักงานสาขาและอินเทอร์เน็ตกำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการหันไปใช้บริการ SaaS เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่องค์กรต่างๆ จำต้องยอมผ่อนปรนปัญหาเรื่องระบบความมั่นคงปลอดภัย ไม่ว่าจะการส่งต่อทราฟฟิกผ่านอินเทอร์เน็ตบนเครือข่าย MPLS ไปยังไฟร์วอลล์ส่วนกลางที่ใช้งานอยู่ในศูนย์ข้อมูลที่ต้องพบกับปัญหาด้านประสิทธิภาพ หรือการติดตั้งใช้งานไฟร์วอลล์ของแต่ละสาขาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ในปี 2018 WAN Edge แบบใหม่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจแบบแอปพลิเคชันต่อแอปพลิเคชันขององค์กร