Google ประกาศเปิดตัว Gemini for Science ชุดเครื่องมือและแพลตฟอร์ม AI ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับและเร่งความเร็วกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พร้อมเปิดทดสอบเครื่องมือใหม่บน Google Labs ที่จะช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สร้างสมมติฐาน และประมวลผลงานวิจัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

วงการวิทยาศาสตร์ยุคปัจจุบันเผชิญกับปริมาณข้อมูลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อสร้างการค้นพบใหม่ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน Gemini for Science เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยทำหน้าที่จัดการงานที่ซับซ้อน เปิดทางให้นักวิจัยพุ่งเป้าไปที่การแก้ปัญหาสำคัญระดับโครงสร้าง โดย Google ได้นำร่อง 3 เครื่องมือทดลองหลักบน Google Labs ได้แก่
- Hypothesis Generation: เครื่องมือจำลองกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทำงานร่วมกับนักวิจัยเพื่อกำหนดความท้าทาย จากนั้นใช้เครือข่าย Multi-agent สร้าง ถกเถียง และประเมินสมมติฐาน พร้อมระบบตรวจสอบความถูกต้องผ่านการอ้างอิงที่สามารถคลิกดูแหล่งที่มาได้
- Computational Discovery: เครื่องมือวิจัยที่สามารถสร้างและให้คะแนนรูปแบบโค้ดหลายพันรูปแบบคู่ขนานกัน ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ทดสอบโมเดลในสาขาที่ซับซ้อน เช่น การพยากรณ์พลังงานแสงอาทิตย์หรือระบาดวิทยา ได้ภายในเวลาอันสั้น
- Literature Insights: ระบบค้นหางานวิจัยและจัดโครงสร้างข้อมูลให้อยู่ในรูปตารางที่ปรับแต่งได้ ช่วยวิเคราะห์เปรียบเทียบข้ามเอกสาร ค้นหาช่องโหว่ของงานวิจัย พร้อมสร้างรายงาน สไลด์นำเสนอ หรืองานกราฟิก
เพื่อรองรับการทำงานระดับปฏิบัติการ Google เปิดตัว Science Skills ซึ่งผสานฐานข้อมูลด้านชีววิทยาศาสตร์ระดับโลกกว่า 30 แห่ง เช่น UniProt, AlphaFold Database, AlphaGenome API และ InterPro การใช้งานผ่านแพลตฟอร์มแบบ Agentic อย่าง Google Antigravity ช่วยร่นเวลากระบวนการ Structural Bioinformatics และการวิเคราะห์จีโนมจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่นาที
ความสามารถด้าน AI เหล่านี้ไม่ได้จำกัดแค่ระดับบุคคล Google Cloud ได้นำโซลูชันระดับ Enterprise ไปทดสอบใน Private Preview กับองค์กรชั้นนำในวงการอุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์ ธุรกิจอย่าง BASF กำลังใช้งาน AlphaEvolve เพื่อปรับปรุงซัพพลายเชน ในขณะที่ Daiichi Sankyo และ Bayer Crop Science ใช้ Co-Scientist เร่งรัดงานวิจัยพื้นฐาน ผลลัพธ์เบื้องต้นแสดงให้เห็นมูลค่าทางธุรกิจและการวิจัยที่จับต้องได้
ปัจจุบัน Google ร่วมมือกับสถาบันวิจัยกว่า 100 แห่ง รวมถึง Stanford University และ Imperial College London เพื่อทดสอบและตรวจสอบความถูกต้องของระบบ พร้อมทั้งจับมือกับงานประชุมวิชาการระดับโลกอย่าง ICML, STOC และ NeurIPS พัฒนาเครื่องมือตรวจสอบแบบ Agentic Peer Review เช่น Paper Assistant Tool เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่และผลักดันความก้าวหน้าให้กับวงการวิทยาศาสตร์
ที่มา: https://blog.google/innovation-and-ai/technology/research/gemini-for-science-io-2026/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






