
Phishing, Credential Theft, BEC รวมถึง Social Engineering ยังคงเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์อันดับหนึ่งในยุคดิจิทัล และเมื่อถูกสนับสนุนด้วย AI ยิ่งทำให้การโจมตีเหล่านี้มีความแนบเนียนและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน AI ก็เริ่มถูกผลักดันให้ใช้งานในองค์กร สร้างสภาพแวดล้อมแบบ Agentic Workspace ซึ่งมาพร้อมกับความเสี่ยงและช่องทางใหม่ๆ ให้ผู้ไม่สงค์ดีโจมตีมากมาย
ภายในงาน Proofpoint Protect Insights Bangkok 2026 ที่ผ่านมา Proofpoint ได้นำเสนอโซลูชัน Human-Centric, AI-Driven Security เพื่อปกป้องระบบ Collaboration, Data และ AI ขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะ Phishing, BEC และ Social Engineering พร้อมอัปเดตนวัตกรรมที่ผสานขุมพลัง AI เพื่อรับมือกับภัยคุกคามระดับสูงที่มีความซับซ้อน
90 ของเหตุ Security Breach มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง เราจะปกป้องเหล่าพนักงานและข้อมูลที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในยุค AI ได้อย่างไร?

จาก Human-centric Workspace สู่ Agentic Workspace องค์กรต้องปรับตัวอย่างไร?
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงาน จากเดิมมีเพียงมนุษย์ที่เข้าถึง Email, Collaboration Tools, SaaS/Apps และ Data ปัจจุบัน “AI Agents” หรือผู้ช่วยอัจฉริยะก็เข้าถึงเครื่องมือและแอปพลิเคชันเหล่านั้นเช่นกัน ส่งผลให้พื้นที่การทำงานขององค์กรกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Human Workspace ไปสู่การเป็น Agentic Workspace ที่ซึ่งมนุษย์และ AI Agents ทำงานร่วมกัน แม้ Productivity จะเพิ่มขึ้น แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงและช่องทางการโจมตีใหม่ๆ

Deloitte Digital คาดการณ์ว่า ภายในปี 2027 จะมีองค์กรประยุกต์ใช้ AI Agents มากถึง 93% เพื่อป้องกันเหตุ Data Breach อันเนื่องมาจาก AI Agents ทาง Proofpoint จึงได้นำเสนอแนวทาง 4 ขั้นตอน คือ
- สร้างความเชื่อใจที่ถูกต้องระหว่างมนุษย์และ AI Agents
- มองเห็นและควบคุมข้อมูลทั้งหมดขององค์กรได้อย่างครอบคลุม
- ยับยั้ง AI Agents จากการจัดการข้อมูลอย่างผิดๆ
- ใช้ AI Agents เสริมกำลังด้าน SecOps ในฐานะ Force Multiplier (ตัวคุณกำลังรบ)

รู้จัก Proofpoint ผู้นำด้าน Human & Agent-Centric Security
Proofpoint เป็นบริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สัญชาติสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยเริ่มจากการให้บริการ Email Security และได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในฐานะผู้นำด้านการป้องกันช่องทางสื่อสาร ต่อมาในปี 2025 บริษัทฯ ได้ขยายบริการสู่ Collaboration Security และ Data Security สร้างเกราะป้องกันภัยที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centric Protection) จนกระทั่งปี 2025 บริษัทฯ ได้ก้าวเข้าสู่ยุค Agentic Workspace ที่มุ่งเน้นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทั้งมนุษย์และ AI Agents อย่างเต็มตัว เพื่อปกป้องพื้นที่การทำงานที่มนุษย์และ AI Agents ทำงานร่วมกัน
Proofpoint ในบริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยที่สำคัญ 3 แพลตฟอร์มหลัก คือ
- Collaboration Security – ปกป้องระบบอีเมลและช่องทางการสื่อสารขององค์กร รวมถึง Social Media และ Cloud Apps
- Data Security & Governance – ป้องกันข้อมูลรั่วไหล และกำกับดูแลการใช้ข้อมูลให้เป็นไปตามนโยบายขององค์กร
- AI Security – ติดตามและควบคุมการใช้ AI จากทั้งมนุษย์และ AI Agents

ขยายขีดความสามารถของ AI Engine ยกระดับการตรวจจับและประสิทธิภาพของระบบ
หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี Proofpoint คือ Proofpoint Nexus ซึ่งเป็นขุมพลัง AI อัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถตรวจจับและรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- ตรวจจับแม่นยำ – อัตราการตรวจจับ (Detection Efficacy) เพิ่มขึ้นสูงถึง 99.999% จากการตรวจสอบอีเมลมากกว่า 1.3 ล้านล้านฉบับ
- อัปเดตรวดเร็ว – มีการอัปเดตโมเดลมากกว่า 200 ครั้งต่อปี หรือเฉลี่ย 2.5 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามใหม่ๆ เช่น การฝัง Phishing URL ลงใน QR Code (Quishing) หรือการโจมตีผ่านรูปภาพ
- ระบบเสถียร – มั่นใจด้วย Service Availability ที่สูงถึง 99.99%
- การันตีโดย Gartner – ครองตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 บน Magic Quadrant ทางด้าน Email Security และได้รับรางวัล Gartner Peer Insights Customers’ Choice ด้าน Enterprise DLP ในปี 2025 ที่ผ่านมา
เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ เพื่อการมองเห็น ติดตาม และควบคุมที่เหนือกว่า
ภายในงาน Proofpoint Protect Insights Bangkok 2026 ที่เพิ่งจัดไป Proofpoint ยังได้เปิดตัวเครื่องมือและอัปเดตฟีเจอร์ใหม่มากมาย เพื่อสนับสนุนแนวทาง Human & AI-Centric Security และช่วยให้ทีม Security ทำงานได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่
1. ขยายขอบเขตจาก Email Security สู่ Collaboration Security
อีเมลไม่ใช่ช่องทางสื่อสารเดียวที่จะถูกโจมตีอีกต่อไป แต่รวมไปถึง Collaboration Tools อื่นๆ อย่าง Teams หรือ Microsoft 365 ด้วย Proofpoint จึงขยายขอบเขตการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ครอบคลุมเครื่องมือเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการบล็อก Phishing URL บน Chat Apps หรือตรวจจับ Malicious URL ที่ฝังมากับ QR Code เป็นต้น
2. SecOps ง่ายขึ้นด้วย Threat Interaction Map และ Data Risk Map
Proofpoint เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่จะช่วยให้ทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัยทำงานได้ง่ายขึ้น
- Threat Interaction Map – เครื่องมือจำลองเส้นทางการโจมตีที่ครอบคลุมหลายช่องทาง ทั้ง Email, Cloud และ Collaboration Tools ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบเหตุการณ์ เก็บหลักฐาน และค้นหาต้นเหตุของปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
- Data Risk Map – การปฏิวัติระบบ DLP จากเดิมที่เป็น Log ซับซ้อน มาเป็นแผนภาพที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ดูแลมองเห็นภาพรวมว่ามีข้อมูลสำคัญอยู่ที่ใด ใครเข้าถึงได้บ้าง และมีการแชร์ข้อมูลเกินความจำเป็น (Oversharing) หรือไม่ ทั้งยังสามารถปรับสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลหรือสร้าง Rule เพื่อปกป้องข้อมูลเหล่านั้นได้ทันที

3. เปิดตัว Secure Agent Gateway เกราะป้องกันสำหรับ AI Agents
เมื่อองค์กรใช้ AI Agents มากขึ้น ความเสี่ยงที่ Agent เหล่านั้นจะทำข้อมูลรั่วไหลหรือถูกโจมตีแบบ Prompt Engineering ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Proofpoint จึงได้เปิดตัว Secure Agent Gateway เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของ AI Agents แบบเรียลไทม์ โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้
- ตรวจจับและป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหลสู่ภายนอกแบบเรียลไทม์
- ค้นหาและลบข้อมูลสำคัญออกจากกระบวนการทำงานของ AI Agents โดยอัตโนมัติ ป้องกันไม่ให้ข้อมูลหลุดไปยังบุคคลที่ไม่มีสิทธิ์
- ตรวจจับและรับมือกับการโจมตีที่พุ่งเป้ามายัง AI Agents เช่น Prompt Engineering

4. AI ThreatFlip เปลี่ยน “Phishing Email” จริงให้กลายโจทย์ฝึกซ้อมพนักงาน
Proofpoint AI ThreatFlip คือนวัตกรรมที่ใช้ AI เปลี่ยน Phishing Email ที่ถูกตรวจจับได้ ให้กลายเป็นแบบจำลองสำหรับการฝึกซ้อมพนักงานในคลิกเดียว โดยระบบจะลบลิงก์หรือไฟล์แนบที่เป็นอันตรายออก พร้อมระบุจุดสังเกต (Phish Hooks) ตามมาตรฐาน NIST เพื่อช่วยให้พนักงานเรียนรู้จากภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงในองค์กร แทนการใช้แบบจำลองเดิมๆ ยกระดับความตระหนักรู้ของพนักงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Proofpoint ยังได้อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้ Nexus AI Engine อีกมากมาย เช่น การป้องกัน AI Exploit, SSO Password Scam รวมถึงการทำ AI Data Governance ที่สามารถทำงานร่วมกับ Microsoft Copilot ได้อย่างไร้รอยต่อ เพิ่มความสามารถในการมองเห็นและติดตามการใช้ AI ของพนักงานในองค์กร
เปิดตัว Proofpoint Satori Agents – ให้ AI เป็นผู้ช่วยทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัย
เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัย Proofpoint ได้เปิดตัว Satori Agents ซึ่งเป็น AI Assistant สำหรับสนับสนุนการทำงานของทีม Security ช่วยให้ SecOps กลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
Proofpoint Satori Agents เริ่มให้บริการแล้ว 3 Agents คือ
- Phishing Simulation Agent – ช่วยวิเคราะห์และแนะนำว่าพนักงานท่านใดควรฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้าน Phishing พร้อมสร้างโปรแกรมจำลองที่เหมาะสมจากเหตุการณ์จริงโดยอัตโนมัติ
- Abuse Mailbox Agent – ช่วยคัดกรองและวิเคราะห์อีเมลอันตรายที่ผู้ใช้รายงานเข้ามา ลดภาระการตรวจสอบของทีมรักษาความมั่นคงปลอดภัย
- Data Triage Agent – ช่วยคัดกรอง Alert ของระบบ DLP ที่มีจำนวนมาก แก้ปัญหา Alert Fatique และลด False Positives
นอกจากนี้ Proofpoint ยังวางแผนเปิดตัว Satori Agents อื่นๆ ที่ช่วยสนับสนุนทั้ง Collaboration Security และ Data Security & Governance ในอนาคตเร็วๆ นี้

สนใจโซลูชัน Human & Agent-Centric Security ของ Proofpoint ติดต่อทีมงานได้ที่ infosg@proofpoint.com
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






