
จากผลสำรวจ Cloud Security Report 2026 พบว่า Hybrid Cloud ได้รับความนิยมมากที่สุดในองค์กร และ 1 ใน 3 ของผู้ทำแบบสำรวจยอมรับว่าตนมีใช้ Cloud มากกว่า 3 แห่ง ซึ่งผลสำรวจนี้กำลังสะท้อนว่าสถานการณ์ของ Cloud ในระดับองค์กรนั้นซับซ้อนแค่ไหน โดยเฉพาะประเด็นด้าน Cloud Security ที่ไม่ใช่แค่การมีเครื่องมือให้มากพอ แต่ต้องถามต่อว่าเครื่องมือเหล่านี้เชื่อมต่อกันได้หรือไม่ ใช้งานได้ง่ายพอตอบโจทย์การขาดแคลนทักษะแรงงานแค่ไหน ทำให้ผู้ใช้ตอบสนองภัยคุกคามที่ไวและบ่อยขึ้นได้หรือไม่
ในงานสัมมนาของ eCloudvalley ผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก (Cloud Managed Service Provider) และ Fortinet ได้มีการพูดถึงภาพความซับซ้อนเหล่านี้ในด้าน Cloud Security ซึ่งทึมงาน TechTalkThai ขอสรุปใจความสำคัญมาให้ได้ติดตามอีกครั้งครับ
ความท้าทายของ Cloud Security
วันนี้องค์กรส่วนใหญ่ไม่ได้มีการใช้งาน Cloud เพียงแห่งเดียว ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายก็มีเครื่องมือด้านความมั่นคงปลอดภัยในมุมของตนเอง นั่นแปลว่าทุกครั้งที่ธุรกิจต้องการสร้าง Security Policy หนึ่งทีมไอทีขององค์กรจะต้องเผชิญกับเครื่องมือจากแต่ละผู้ให้บริการ ที่ทำงานร่วมกันไม่ได้และมีมุมมองจำกัดเฉพาะในบริบทของตัวเองด้วย
ในด้านการตอบสนองเหตุการณ์ทีม Security ขององค์กร ยังต้องคอยจัดการ Alert ของแต่ละเครื่องมือที่ไม่สอดประสานกันด้วย ซ้ำยังไม่สามารถประเมินได้ว่าเหตุการณ์ใดควรจัดการเร่งด่วนหรือสำคัญน้อยกว่า อาจลงเอยด้วยการถูกโจมตีหรือข้อมูลรั่วไหลในที่สุด ด้วยเหตุนี้เองทีม Security จึงกลายเป็นคอขวดของการพัฒนา เมื่อเทียบกับความเร็วของทีมนักพัฒนาสมัยใหม่ที่คล่องตัวกว่า
ผลสำรวจที่ตอกย้ำถึงความท้าทายด้าน Cloud Security ในปัจจุบันพบว่าสาเหตุ 3 อันดับแรกที่พบคือเรื่อง การตั้งค่าผิดพลาดของผู้ปฏิบัติการ (Misconfiguration) เนื่องจากองค์กรมีบริการมากมายแถมยังมีวิธีการ Config ได้หลายรูปแบบ ตามมาด้วยช่องโหว่จากมุมของนักพัฒนาที่ระดับโค้ดหรือการผนวกซอฟต์แวร์จาก 3rd Party เข้ามาใช้งาน และ อันดับสามคือปัญหาด้าน Identity Compromise ที่แฮ็กเกอร์ได้มาซึ่ง Credential โดยอาจไม่ต้องเจาะระบบยากๆเลยด้วยซ้ำ

ปิดช่องว่างด้วย FortiCNAPP เครื่องมือรวมศูนย์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ Cloud Security
Cloud-Native Application Protection Platform (CNAPP) เป็นการรวมตัวเครื่องมือด้าน Security ตั้งแต่ระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันไปจนถึง ณ ขณะใช้งานจริงบน Cloud ซึ่งในมุมมองของ FortiCNAPP สามารถช่วยตอบโจทย์การทำงานขององค์กร เช่น
- การประเมินคะแนนความเสี่ยง (Risk Score) ช่วยในการลำดับความสำคัญความเสี่ยงเร่งด่วนเพื่อตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
- การให้ข้อมูลสนับสนุนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ค้นพบเพื่อให้ข้อมูลการตัดสินใจ
- ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบและ Workflow เมื่อเผชิญเหตุว่าต้องตอบสนองอย่างไร
- ช่วยติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไข
- การออกรายงานเพื่อสรุปปัญหาในมุมของผู้บริหาร หรือเมื่อถูกร้องขอโดยฝ่ายตรวจสอบ
FortiCNAPP คือโซลูชันที่ช่วยรวมศูนย์ข้อมูลจาก Cloud ต่างๆที่องค์กรใช้งาน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลสกัดเอา Insight ที่แท้จริง ส่งต่อการแจ้งเตือนให้แก่ทีม Security, Developer, Auditing, CISO และทีมอื่นๆในองค์กร โดยจะคอยคอยจับตาการกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนการทำงานแบบเฝ้ารอสู่การทำงานแบบเชิงรุก (Proactive) พร้อมเทคโนโลยี Generative AI ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ทีม Security
การทำงานของ FortiCNAPP สามารถจัดเป็นหมวดหมู่ตามภาพได้ ดังนี้

1. Code Security
การปกป้องความมั่นคงปลอดภัยแบบ Shift Left ที่สอดประสานความมั่นใจตั้งแต่ระดับการพัฒนาโค้ดไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ส่วนประกอบของซอฟต์แวร์ (SCA) การทดสอบความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน (SAST) และ การตรวจสอบการโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน (IaC)
2. Cloud Risk
การตั้งค่า Identity บนระบบของ Cloud (CIEM), การตั้งค่า Configuration และ Compliance (CSPM), การตรวจสอบการใช้งานและความสำคัญของข้อมูล (DSPM) รวมถึงการทำงานของ Kubernetes ที่มีระบบภายในเป็นของตัวเอง (KSPM)
3. Threat Detection
ช่วยประเมินและค้นหาภัยคุกคามบน Cloud Workload แบบต่อเนื่อง(CWAPP) และตอบสนองความผิดปกติหรือภัยนั้นอย่างอัตโนมัติ (CDR)
FortiCNAPP รองรับการทำงานได้ในหลายระดับไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Agent และ Agentless มากกว่านั้น FortiCNAPP จะยิ่งทรงพลังมากขึ้น หากใช้งานร่วมกับ Fortinet Ecosystem ไม่ว่าจะเป็น FortiSIEM, FortiSOAR, FortiAnalyzer หรือการจัดการภัยอย่างอัตโนมัติผ่านพลังของ Fortigate หรือ FortiAppSec เป็นต้น
เติมพลังของ Managed Security Services เพื่อรับมือกับ Cloud Security
ภัยคุกคามในปัจจุบันไม่ใช่การจบปัญหาด้วยการมีเครื่องมือป้องกัน เพราะการโจมตีที่ซับซ้อนอาจแอบแฝงได้นานนับปี ทำให้การตรวจพบภัยอย่างรวดเร็วจึงสำคัญกว่า เพราะในมุมของ Security ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% ที่น่ากังวลกว่าคือทุกวันนี้ AI ได้ยกระดับจากการโจมตีได้มีประสิทธิภาพและทำให้การโจมตีเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
หัวใจของการรับมือกับภัยคุกคาม ต้องเกิดจากการมีโมเดลปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการมีคนเก่งสนับสนุน มีทีมที่เฝ้าระวังแบบ 24×7 ที่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ ผ่านแพลตฟอร์มรวมศูนย์ บนการบังคับใช้ Policy ที่รัดกุมเหมาะสม แต่นั่นคือสิ่งที่มาพร้อมกับต้นทุน ระยะเวลา และต้องรักษาความต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เองตัวเลือกผ่านบริการแบบ Managed Service จึงน่าสนใจสำหรับองค์กร

eCloudvalley ได้นำเสนอความเชี่ยวชาญในด้าน Cybersecurity ผสานกับความมีประสิทธิภาพจาก AI บนแพลตฟอร์มครบวงจรของ Fortinet โดยจะมีการเข้าไปศึกษาสภาพแวดล้อมของลูกค้าเพื่อนำเสนอช่องทางการปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญกว่าการปรับปรุงระบบ คือวัดผลอย่างจับต้องได้พร้อมการรันตี SLA ในการให้บริการ ให้ลูกค้าสามารถตอบคำถามได้ว่าการลงทุนของพวกเขาคุ้มค่ากับธุรกิจอย่างไร นอกเหนือจากมุมมองเชิงเทคนิค
eCloudvalley มีข้อเสนอพิเศษแก่ลูกค้าที่สนใจบริการ Managed Services โดยท่านสามารถติดต่อทีมงานเพื่อรับ
- ประเมิน (Assessment) ระบบ Cloud ของท่านได้ฟรี เพื่อทราบถึงความเสี่ยงและแนวทางการแก้ไขปัญหา
- ลูกค้าที่มียอดบริการ Cloud มากกว่า 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ สามารถทดสอบ FortiCNAPP ได้ฟรี 1 เดือนเต็ม
สำหรับผู้สนใจบริการจาก FortiCNAPP หรือโซลูชันอื่นของ Fortinet สามารถติดต่อทีมงานของ eCloudvalley ได้ที่นี่
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






