ทีม KVM เผย เตรียมพัฒนาให้รองรับ Nested Virtualization ดีขึ้น ตอบโจทย์องค์กรมากขึ้น

ทางทีมพัฒนา Kernel-based Virtual Machine (KVM) โครงการระบบ Open Source Virtualization ที่ทำหน้าที่เป็น Hypervisor ให้แก่ Google Cloud ได้ออกมาเผยต่อ The Register ถึงทิศทางของ KVM ในอนาคตที่จะรองรับผู้ใช้งานใน Cloud และตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กรมากยิ่งขึ้น ดังนี้

Credit: Linux-KVM

 

  • KVM จะรองรับการทำ Nested Virtualization ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต เพื่อรองรับต่อการใช้งาน Container ในกรณีที่ต้องการทำ Isolation มากขึ้น โดยมีทีมงานของ Google มาช่วยผลักดันในส่วนนี้เป็นอย่างมาก
  • ต่อไปจะรองรับ VM ขนาดใหญ่กว่า 256 vCPU ให้ได้ โดยต้องนำ IOMMU มาช่วยทำ Interrupt Mapping
  • จะพัฒนาให้รองรับฟีเจอร์ของ Storage ที่เหล่าองค์กรใช้งานกันมากขึ้น เช่น NPIV
  • การทำงานร่วมกับ Backup Software จะดีขึ้นในอนาคต
  • ทีมพัฒนากำลังพัฒนาให้ KVM รองรับ NVMe ให้ได้ดีขึ้นอยู่
  • จะมีการปรับปรุง Performance ของการใช้งาน Windows Guest บน KVM ให้ดีขึ้น

หลังจากนี้ก็ต้องจับตากันต่อไปสำหรับอนาคตของ KVM ในตลาดองค์กร ที่เริ่มมาแรงขึ้นเรื่อยๆ จากการมาของ OpenStack, Nutanix Acropolis และ Google Cloud

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/08/27/kvm_plans_big_boosts_to_storage_and_nested_virtualization/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ