โรงพยาบาลแห่งอนาคต จากมุมมองของผู้บริหารแห่ง Alcatel-Lucent Enterprise

กลับมาอีกครั้งกับการสัมภาษณ์เรื่องราวของการทำ Digital Transformation กับคุณสาธิต พันธ์ไพศาล ผู้ดำรงตำแหน่ง Country Manager แห่ง Alcatel-Lucent Enterprise Thailand โดยในครั้งนี้เราจะเจาะลึกในเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงในโรงพยาบาล จากการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ป่วยและการรักษาพยาบาล ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ก็ขอสรุปบทสนทนาในครั้งนี้เอาไว้ในบทความนี้ครับ

โครงสร้างระบบเครือข่ายที่มั่นคงปลอดภัย คือก้าวแรกที่สำคัญของทุกๆ โรงพยาบาล

คุณสาธิตได้เริ่มต้นเปิดบทสนทนานี้ด้วยเรื่องราวที่ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของตนเอง จากการเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการของหลายๆ โรงพยาบาลที่มีความต้องการจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ ซึ่งแทบทุกโรงพยาบาลนั้นจะต้องเจอกับโจทย์เดียวกันคือ “การจัดระเบียบระบบเครือข่าย”

เดิมทีนั้นระบบเครือข่ายในโรงพยาบาลถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่อไปยังระบบ Application สำคัญทางการแพทย์เป็นหลัก และจึงมีระบบเครือข่ายไร้สายสำหรับรองรับอุปกรณ์ทางการแพทย์บางส่วน ในขณะที่ส่วนใหญ่นั้นคือการเปิดให้แพทย์, พยาบาล, เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยได้เชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อใช้งาน Internet ควบคู่กันไป

แต่ปัจจุบันระบบเครือข่ายที่ออกแบบเอาไว้เดิมนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว ด้วยแนวโน้มของอุปกรณ์การแพทย์ทั้งหมดที่จะผันตัวไปสู่การเป็น Internet of Things หรือ IoT กันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายและการจัดการอุปกรณ์การแพทย์เหล่านี้ผ่านระบบเครือข่ายกลายเป็นเรื่องสำคัญมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในขณะที่การให้บริการผู้ใช้งานเพื่อเชื่อมต่อ Internet เองนั้น ก็ต้องประเมินถึง Workload รูปแบบใหม่ๆ อย่างเช่น Chat หรือ Video Streaming เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

การเข้าถึงข้อมูลในระบบ Application สำคัญของโรงพยาบาลเองก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่การทำงานกับกระดาษในการเดินตรวจวอร์ดแล้วค่อยนำข้อมูลมาบันทึกลงในระบบ Application นั้น ก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นการเข้าถึงข้อมูลผ่าน Tablet กันมากขึ้น ซึ่งตรงนี้เองที่ระบบเครือข่ายไร้สายจะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก

การออกแบบระบบเครือข่ายให้มีความทนทานเองก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การใช้งาน Power-over-Ethernet หรือ PoE สำหรับเหล่าอุปกรณ์ IoT กำลังได้รับความนิยมนี้ ก็ยิ่งทำให้การออกแบบระบบไฟฟ้าและพลังงานเพื่อรองรับต่อระบบเครือข่ายยิ่งทวีความสำคัญขึ้นไปอีก

คุณสาธิตเองยังได้เน้นย้ำถึงความสามารถของเทคโนโลยีระบบเครือข่ายของ Alcatel-Lucent Enterprise ทั้งในส่วนของ LAN, Wireless LAN, Network Management และ Security ว่าถูกออกแบบมาเพื่อรองรับงานในระดับ Mission Critical อย่างโรงพยาบาลได้อยู่แล้ว อีกทั้งยังง่ายต่อการใช้งานและมั่นใจได้ในความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วโลกเองก็ได้เลือกใช้ Alcatel-Lucent Enterprise อยู่แล้ว

การสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยจะต้องคำนึงถึงประเด็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น จากกฎหมายใหม่ๆ ที่ประกาศบังคับใช้ในไทย

อีก Workload หนึ่งที่คุณสาธิตเห็นว่าน่าจับตามองนั้นก็คือระบบ Chat ที่ปัจจุบันหลายๆ โรงพยาบาลยังคงใช้บริการสาธารณะในการพูดคุย แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ทุกๆ โรงพยาบาลคงจะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบ Chat ภายในของโรงพยาบาลเอง เพื่อให้มั่นใจได้ในการควบคุมด้านการเข้าถึงข้อมูล Chat ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย ให้ตอบรับต่อข้อกฎหมายที่จะบังคับใช้เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของประชาชนชาวไทย

คุณสาธิตได้อธิบายเพิ่มเติมว่า บริการ Chat สาธารณะถึงแม้จะมีการเข้ารหัสข้อมูลอยู่แล้ว แต่หากคิดถึง Workflow โดยรวมทั้งหมด ทางโรงพยาบาลไม่สามารถมั่นใจได้เลยว่าจริงๆ แล้วข้อมูลเหล่านั้นจะถูกเข้าถึงโดยใครบ้าง รวมถึงหากบุคลากรคนนั้นๆ ลาออกหรือย้ายโรงพยาบาลไป การที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้อยู่จะสร้างปัญหาตามมาภายหลังให้กับโรงพยาบาลหรือไม่

ในมุมของ Alcatel-Lucent Enterprise เองนั้น มีบริการที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้คือ Rainbow for Healthcare ซึ่งเป็นระบบ Cloud Collaboration ที่รองรับทั้ง Chat, Voice, Video ในหนึ่งเดียว และเปิดให้โรงพยาบาลสามารถควบคุมสิทธิ์การใช้งานและการเข้าถึงข้อมูลได้ทั้งหมด รวมถึงยังสามารถเปิดให้บุคคลภายนอกอย่างเช่นผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยเข้ามามีส่วนร่วมภายในระบบได้ สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสื่อสารทางด้านการแพทย์ได้และยังคงมีความมั่นคงปลอดภัยซึ่งตรวจสอบได้ตามที่ข้อกฎหมายต้องการ

Credit: Alcatel-Lucent Enterprise

อีกหนึ่งความสามารถที่น่าสนใจของ Rainbow ก็คือการที่มี API เปิดให้เชื่อมต่อใช้งานร่วมกับระบบอื่นๆ รวมถึงยังเชื่อมต่อกับ API ของระบบอื่นๆ ได้ ทำให้ Rainbow นั้นทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนหรือรับส่งข้อมูลได้หลากหลาย และเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Digital Transformation ด้านการสื่อสารของโรงพยาบาลได้เลยในอนาคต

IoT จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาพยาบาลแห่งอนาคต

กลับมาต่อกับประเด็นที่คุณสาธิตเล่าค้างเอาไว้ก่อนหน้านี้ คือเรื่องของการที่อุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นจะมีความเป็น IoT มากขึ้น ซึ่งคุณสาธิตเองก็ให้ความเห็นเอาไว้ว่า สุดท้ายแล้วจำนวนของอุปกรณ์เหล่านี้จะมีหลากหลายและมีจำนวนมหาศาลมากในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ซึ่งการจัดการด้านระบบเครือข่ายให้มีความมั่นคงปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น

แนวทางหนึ่งที่คุณสาธิตนำเสนอก็คือการทำ Network Segmentation สำหรับอุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ ซึ่งการทำ Segmentation นี้จะต้องมีความละเอียดที่สูงมาก คุณสาธิตแนะนำว่าแนวทางที่โรงพยาบาลในต่างประเทศนิยมใช้ ก็คือการสร้างระบบเครือข่าย 1 VLAN ต่ออุปกรณ์ IoT 1 ประเภทเท่านั้น และจำกัดสิทธิ์ในการเชื่อมต่อเครือข่ายของแต่ละอุปกรณ์ให้มีความชัดเจน กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการให้ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงที่อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกโจมตีจากภายนอกหรือภายในโรงพยาบาลเองให้น้อยที่สุด

แน่นอนว่าการดำเนินตามแนวทางเหล่านี้ถือว่ามีความซับซ้อนไม่น้อย แต่นี่ก็คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องการความมั่นใจในความมั่นคงปลอดภัย และการเลือกใช้เทคโนโลยี Software-Defined Networking (SDN) หรือ Network Automation นั้นก็ถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นการเลือกระบบ Network Management ที่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดีก็ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ดูแลระบบ IT ต้องให้ความสำคัญ

Smart Hospital = Smart Building + Smart Home สร้างประสบการณ์ใหม่ในการรักษาพยาบาลด้วยข้อมูล

ก้าวถัดมาจากการเปลี่ยนแปลงของอุปกรณ์การแพทย์นั้น ก็คือการ Transform โรงพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ เปลี่ยนประสบการณ์การรักษาพยาบาลให้เป็น Digital มากขึ้น ด้วยการผสานนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ร่วมกับการออกแบบประสบการณ์ใหม่ๆ

Smart Hospital หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะนั้นคือแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก โดยแนวคิดนั้นก็คือการผสานนำ Smart Building เข้ามาปรับให้การใช้พลังงานของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพและความคุ้มค่ามากขึ้น รวมถึงการควบคุมด้านความปลอดภัยภายในอาคารมีความทันสมัยมากขึ้น และผสานนำ Smart Home เข้ามาเสริมประสบการณ์ห้องพักของผู้ป่วยให้ผู้ป่วยสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ สื่อสารได้ง่าย และได้รับประสบการณ์ดีๆ ในการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

นอกจากอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ที่จะติดตั้งใช้งานภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลแล้ว เทคโนโลยี Location-based เองก็ถือว่าสำคัญไม่น้อย เพราะการติดตามตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ภายในโรงพยาบาล, ผู้ป่วยใน และอุปกรณ์การแพทย์ให้ได้อย่างทันท่วงทีนั้นจะช่วยให้การรับมือกับกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นได้ดีขึ้น และการรักษาพยาบาลผู้ป่วยบางประเภทสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ซึ่งทาง Alcatel-Lucent Enterprise เองก็มีโซลูชัน OmniAccess Stellar Location-based Service สำหรับตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะอยู่

Credit: Alcatel-Lucent Enterprise

วางรากฐานด้านการสร้างและจัดเก็บข้อมูลให้ดี เตรียมเปิดรับเทคโนโลยี AI ในอนาคตอันใกล้

ในระยะยาวแล้วอีกประเด็นหนึ่งที่ทุกๆ โรงพยาบาลต้องเริ่มคำนึงถึงนั้นก็คือประเด็นด้านข้อมูล โดยการวางกลยุทธ์ว่าในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดในแง่มุมใดเพื่อให้การจัดเก็บข้อมูลมีความสอดคล้องนั้นคือสิ่งที่หลายๆ โรงพยาบาลต้องเริ่มคิดแล้ว และแนวทางเหล่านี้ยังต้องไม่ขัดกับกฎหมายด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลด้วย

โหลด Whitepaper สรุปภาพรวมของโรงพยาบาลแห่งอนาคตได้ฟรีๆ

Credit: Alcatel-Lucent Enterprise

คุณสาธิตได้ปิดท้ายบทสนทนาในครั้งนี้ด้วยการแนะนำ Whitepaper จาก Alcatel-Lucent Enterprise ที่ได้รวมเอาแนวคิดด้านโรงพยาบาลแห่งอนาคตหรือ Hospital of the Future เอาไว้ที่ https://www.al-enterprise.com/en/gated-assets/hospital-of-future ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถโหลดไปศึกษาได้ฟรีๆ โดยภายในเอกสารฉบับนี้ที่มีความยาวกว่า 25 จะมีกรณีศึกษาหลายสิบรายการ สำหรับภาพของโรงพยาบาลที่ผสานนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้งาน

ประวัติของคุณสาธิต พันธ์ไพศาล

ปัจจุบันคุณสาธิต พันธ์ไพศาลรับผิดชอบงานด้านการบริหารจัดการทั่วไปใน Alcatel-Lucent Enterprise ประจำประเทศไทย และมีบทบาทหลักในการผลักดันตลาดทางด้าน IP Communications และ Network Solutions สำหรับธุรกิจองค์กรให้แก่ Alcatel-Lucent Enterprise ในประเทศไทย

คุณสาธิตมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมทางด้าน ICT เป็นเวลายาวนานเกือบ 30 ปีทั้งภายในองค์กรระดับประเทศและระดับนานาชาติภายใต้บทบาทที่หลากหลาย ตั้งแต่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย, ที่ปรึกษาระบบ IT, ผู้บริหารโครงการ, ผู้พัฒนาธุรกิจ และผู้ดูแลช่องทางการขายสินค้า

คุณสาธิตจบการศึกษาปริญญาโททางด้าน Computer and Engineering Managment จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และได้รับเกียรตินิยมทางด้านวิศวกรรมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

เกี่ยวกับ Alcatel Lucent Enterprise

ALE ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับชุมชนของคุณได้ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งสำหรับผู้คน, สาธารณชน และองค์กรของคุณ ด้วยการเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วโลกและให้ความสำคัญกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เราได้นำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นำไปใช้เพื่อให้บริการสื่อสารโต้ตอบภายในชุมชนโดยเฉพาะ ทำให้ประชาชนสามารถสื่อสารกันได้อย่างปลอดภัย และโต้ตอบกันได้ด้วยประสบการณ์ที่ดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็สามารถเชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการสาธารณะได้อย่างมั่นคง รวมถึงตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเองก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ, สื่อสารทำงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่ลูกค้าของเราต้องการ ทั้งภายในที่ทำงาน, บน Cloud หรือทั้งสองแห่งรวมกัน เราสามารถนำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่ใช้งานได้จริงสำหรับบุคลากร, กระบวนการ และลูกค้าของคุณ

ด้วยนวัตกรรมและความทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อดีตนั้น ก็ได้ทำให้ ALE ภายใต้แบรนด์ Alcatel-Lucent Enterprise นี้กลายเป็นผู้ให้บริการหลักทางด้านระบบเครือข่าย, การสื่อสาร และบริการสำหรับองค์กรให้แก่ลูกค้าทั่วโลกกว่า 830,000 ราย ALE นั้นมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก และให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคด้วยพนักงานมากกว่า 2,200 คนและพันธมิตรมากกว่า 2,900 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมา ALE ประสบความสำเร็จได้จากการช่วยให้องค์กรของคุณสามารถทำ Digital Transformation ในรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ ด้วยการผสานรวมระบบ, ติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล และนำเทคโนโลยี Mobile และ Internet of Things เข้ามาช่วยสร้างนวัตกรรมโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับนวัตกรรมที่จะมาต่อยอดในอนาคตเพิ่มเติม https://www.al-enterprise.com


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง