Smart City – เตรียมพร้อมเมืองและประชากร สู่วันพรุ่งนี้ที่ทุกอย่างเชื่อมต่อถึงกัน

Smart City นั้นถือเป็นแนวคิดที่ได้ถูกพูดถึงกันมานานแล้ว และด้วยความพร้อมของเทคโนโลยีต่างๆ ที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วในปีที่ผ่านมา การที่เมืองไทยจะเริ่มนำแนวคิด Smart City มาประยุกต์ใช้จริงได้ก็ถือเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ในบทความนี้เราจะนำเสนอมุมมองของ Smart City ผ่านงานสำรวจและเทคโนโลยีจาก Alcatel-Lucent Enterprise ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำมาปรับใช้สำหรับเมืองไทยกันครับ

รู้จักกับแนวคิด Smart City และสิ่งที่เมืองไทยจะประยุกต์นำมาปรับใช้ได้

หากอ้างอิงข้อมูลจาก Wikipedia เป็นหลักนั้น Smart City จะหมายถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะ Internet of Things (IoT) เข้ามาประยุกต์ใช้กับเมือง เพื่อให้เกิดการรับส่งรวบรวมข้อมูลจากส่วนต่างๆ ของเมืองเพื่อมาทำการวิเคราะห์หรือประมวลผลแบบอัตโนมัติ และนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ที่มีให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น และสร้างประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ ต่อประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองมากยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มความเร็วในการทำสิ่งต่างๆ หรือมีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอยู่อาศัยในแต่ละวันมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ในมุมของ Alcatel-Lucent Enterprise นั้น Smart City ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการนำ IoT มาใช้เท่านั้น แต่แนวคิดของ Smart City นี้ยังครอบคลุมไปถึงการปรับปรุงกระบวนการในการบริหารจัดการเมืองให้ดีในแง่มุมที่หลากหลาย และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนด้วย หากจะเรียกว่าเป็นการทำ Digital Transformation ในระดับของเมืองก็คงไม่ผิดนัก

ประเด็นเหล่านี้ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะ Alcatel-Lucent Enterprise เชื่อว่าภายในปี 2050 นั้นประชากรโลกกว่า 70% จะทำการย้ายเข้ามาอยู่อาศัยภายในเมืองที่มีความเจริญ ในขณะที่ปัจจุบันนี้เองเมืองต่างๆ ทั่วโลกก็ได้ใช้พลังงานนับเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น 75% และยังสร้างมลภาวะที่จะนำไปสู่การเกิดภาวะเรือนกระจกมากถึง 80% โดยที่เมืองส่วนใหญ่จะเต็มไปด้วยประชากรสูงอายุเป็นอย่างมาก ดังนั้นการจัดการปรับปรุงเมืองต่างๆ ให้มีความทันสมัยและปลอดภัยนั้นจึงเป็นภารกิจที่ภาครัฐทั่วโลกต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้

ในเมืองไทยเองก็มีแนวโน้มที่ไม่ต่างจากการคาดการณ์ของ Alcatel-Lucent Enterprise มากนัก จากการที่เราจะเห็นได้ว่าจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ นั้นเริ่มมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว และสถิติประชากรชาวไทยเองก็มีแนวโน้มที่จะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุในอนาคต อีกทั้งด้วยเหตุการณ์ด้านมลพิษที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงการที่เมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพมหานครนั้นมีการใช้พลังงานและสร้างมลภาวะที่สูง การวางแผนเรื่อง Smart City ให้ดีจึงถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่จำเป็นต่อประเทศไทยในอนาคต

ความคาดหวังของภาคประชาชนต่อ Smart City

เพื่อให้ภาครัฐมีความเข้าใจต่อประชาชนมากยิ่งขึ้น ทาง Alcatel-Lucent Enterprise จึงได้ทำการสำรวจความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อ Smart City และได้ทราบถึงความต้องการโดยรวมของประชาชนดังนี้

1. การเชื่อมต่อเครือข่ายต้องมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้สามารถรองรับต่อการใช้งาน Application และเข้าถึงเนื้อหาต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น ในมุมของประชาชนนั้นการเชื่อมต่อเครือข่ายจะต้องมีความเร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อให้การใช้งานระบบต่างๆ ภายในอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัยเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่สำหรับภาคธุรกิจนั้น Internet ที่ดีขึ้นนั้นจะนำมาซึ่ง Application ใหม่ๆ ทั้งการรับส่งข้อมูลภาพถ่ายทางการแพทย์, การเข้าถึงบริการ Cloud ต่างๆ, บริการด้านการตลาดที่ใช้วิดีโอเป็นสื่อหลัก และการจัดการเมืองให้มีความมั่นคงปลอดภภัย ทั้งการจัดการแสงสว่าง, การจัดการน้ำท่วม และการบรรเทาภัยสาธารณะต่างๆ

2. เทคโนโลยีต้องช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ไม่เพียงแต่ Application ที่มีอยู่เดิมในปัจจุบัน แต่ Application ใหม่ๆ ที่จะถูกพัฒนาขึ้นมาในอนาคตเองก็จะต้องเกิดขึ้นได้ง่าย และถูกเข้าถึงได้โดยทุกๆ คนอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นภายในเมืองหรือตามชนบทก็ตาม จะเห็นได้ว่าในมุมมองตรงนี้คำว่า Smart City อาจไม่ได้ถูกจำกัดในเชิง Physical เสมอไปเท่านั้น นอกจากนี้ ระบบอย่าง Home Automation หรือหุ่นยนต์เองก็จะต้องสามารถใช้งานได้ผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีความเสถียร, มั่นคงปลอดภัย และครอบคลุมได้ด้วย

3. สื่อสารร่วมกันและทำงานแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในขณะที่การลงทุนต่างๆ ก็มีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นและไม่ซ้ำซ้อนระหว่างหน่วยงานนั้นก็คืออีกก้าวหนึ่งที่สำคัญ เช่น การติด Sensor หลากหลายชนิดในเสาไฟริมถนนเพื่อรองรับการใช้งานทั้งในเชิงของการรวบรวมข้อมูลทางด้านการคมนาคม, การเพิ่มความปลอดภัยให้กับประชาชน, การตรวจสอบมลภาวะ และการจัดการพลังงาน ซึ่งประเด็นนี้ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยกันเองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการต่อยอดเพื่อให้ภาคประชาชนได้ประโยชน์ และภาคธุรกิจสามารถนำไปสร้างธุรกิจใหม่ๆ หรือเสริมธุรกิจเดิมที่มีอยู่ได้ด้วย

Smart City จะเข้ามาช่วยปรับปรุงบริการภาครัฐให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ในการศึกษาของ Alcatel-Lucent Enterprise เองยังได้มีการสรุปถึงแนวทางต่างๆ ที่ Smart City จะช่วยให้บริการภาครัฐในภาคส่วนต่างๆ ดีขึ้นได้ ดังนี้

  • การจัดการเมือง ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บริการและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ตรวจพบหรือที่ประชาชนแจ้งเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • การศึกษา ทำให้เนื้อหาด้านการศึกษานั้นถูกเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางและประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าเดิม
  • สาธารณสุข ช่วยลดต้นทุนด้านการดูแลรักษา เพิ่มอัตราการเข้าถึง และช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ได้มากขึ้น
  • การรักษาความปลอดภัย มีระบบสำหรับการตรวจสอบและแจ้งเตือนกรณีต่างๆ ได้แบบ Real-time
  • อสังหาริมทรัพย์ ลดค่าใช้จ่ายรายวัน, ลดพลังงาน, สร้างคุณค่าใหม่ๆ และเพิ่มอัตราการอยู่อาศัยหรือการเช่าพื้นที่ให้สูงขึ้น
  • การคมนาคม แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด และทำให้ขนส่งสาธารณะมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
  • สาธารณูปโภค แก้ไขปัญหาด้านพลังงานและน้ำที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม โดยลดอัตราการใช้งานอย่างสูญเปล่าลง

สำหรับในเมืองไทยเอง ประเด็นทั้งหมดข้างต้นก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเองก็กำลังอยู่ในกระแส การติดตามค่าคุณภาพของอากาศและน้ำเองก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยกำลังให้ความสนใจ และจะนำไปสู่การดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น และการรณรงค์เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมเองก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปด้วย ส่วนประเด็นด้าน Digital Government เองก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิสัยทัศน์ที่เมืองไทยให้ความสำคัญสำหรับ Thailand 4.0 มากด้วย ดังนั้น Smart City ที่จะช่วยให้การขับเคลื่อน Digital Government เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยข้อมูลที่มากขึ้นนั้นก็ถือว่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย

ระบบ IT ที่จำเป็นต่อ Smart City

สำหรับปัจจัยเชิงเทคนิคที่จำเป็นต่อการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับต่อ Smart City นั้นก็มีด้วยกันหลากหลายประการ ได้แก่

  • IP Core Network ระบบเครือข่ายที่จะเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน และยังเป็นพื้นที่กลางที่หน่วยงานต่างๆ ยังจะสามารถมาแบ่งปันใช้ร่วมกันเพื่อสร้างโครงการใหม่ๆ หรือติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้วย
  • Broadband Access Network ระบบโครงข่ายภายในเมืองเพื่อให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง Sensor สามารถเกิดขึ้นได้ในตำแหน่งที่ต้องการ
  • Cloud & Data Center ด้วยข้อมูลปริมาณมหาศาลที่จะเกิดขึ้นและการประมวลผลรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง Cloud และ Data Center ที่รองรับความต้องการใหม่ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
  • Business Integration Platform เพื่อให้การต่อยอดโครงการ Smart City เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบที่จะสนับสนุนการ Integrate ข้อมูลและนำไปใช้งานต่อยอดได้อย่าง Data Hub หรือ API ก็จะมีความสำคัญ เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถสร้างคุณค่าใหม่ๆ เพิ่มเติมได้
  • Security แน่นอนว่าด้วยความที่ Smart City นั้นก็คือระบบ IT ขนาดใหญ่ การดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยจึงเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้

ตอบโจทย์ Smart City ด้วยเทคโนโลยีจาก Alcatel-Lucent Enterprise

Alcatel-Lucent Enterprise เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และการสื่อสาร ซึ่งมีโซลูชันต่างๆ ที่สามารถตอบโจทย์ระบบโครงสร้าง IT พื้นฐานสำหรับ Smart City ได้ดังนี้

  • Core to Edge Networking ระบบเครือข่ายความเร็วสูงด้วย ALE OmniSwitch Series ที่มีตั้งแต่ Core Switch ไปจนถึง Edge Switch พร้อมให้นำไปใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ
  • Wireless LAN ALE OmniAccess Stellar Series อุปกรณ์ Controller-based Wireless Access Point ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ด้วยความเร็วสูงและมั่นคงปลอดภัย รองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายใช้งานทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ IoT
  • Location Services โซลูชันสำหรับติดตามตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ และสามารถนำไปต่อยอดสร้าง Location-based Application เช่นระบบแผนที่นำทางภายในอาคาร หรือการติดตาม Asset Tagging ต่างๆ ได้
  • Intelligent Fabric ระบบบบริหารจัดการเครือข่ายที่ง่ายดาย โดยผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดความต้องการลงไป จากนั้นระบบจะทำการแปลงความต้องการนั้นเป็นการตั้งค่าเชิงลึกทั้งหมดให้เอง เหมาะสำหรับการบริหารจัดการระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนสูง
  • Rainbow บริการ Cloud-based UC Service (UCaaS) สำหรับต่อยอดเพื่อให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถสื่อสารภายในองค์กรและสื่อสารกับประชาชนได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านหลากหลายช่องทาง

ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ที่บริหารจัดการได้อย่างง่ายดายและมีความสามารถต่างๆ ต่อยอดในเชิงธุรกิจได้นั้น ถือเป็นจุดแข็งของ Alcatel-Lucent Enterprise สำหรับใช้ในระบบ Smart City เลยทีเดียว โดยไม่เพียงแต่เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ภายในระบบ Smart City เข้าด้วยกันเท่านั้น แต่เทคโนโลยีจาก Alcatel-Lucent Enterprise ยังช่วยให้ผู้คนสามารถพูดคุยประสานงานร่วมกันได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ภาพของ Smart City เป็นไปได้อย่างครบวงจรอีกด้วย

เกี่ยวกับ Alcatel Lucent Enterprise

ALE ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับชุมชนของคุณได้ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งสำหรับผู้คน, สาธารณชน และองค์กรของคุณ ด้วยการเป็นธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วโลกและให้ความสำคัญกับความต้องการที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ เราได้นำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่มั่นคงปลอดภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นำไปใช้เพื่อให้บริการสื่อสารโต้ตอบภายในชุมชนโดยเฉพาะ ทำให้ประชาชนสามารถสื่อสารกันได้อย่างปลอดภัย และโต้ตอบกันได้ด้วยประสบการณ์ที่ดี ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็สามารถเชื่อมต่อและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการสาธารณะได้อย่างมั่นคง รวมถึงตัวแทนเจ้าหน้าที่ภาครัฐเองก็สามารถเชื่อมต่อเพื่อริเริ่มนวัตกรรมใหม่ๆ, สื่อสารทำงานระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี เป้าหมายของเราคือการเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกันเพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานเทคโนโลยีที่ลูกค้าของเราต้องการ ทั้งภายในที่ทำงาน, บน Cloud หรือทั้งสองแห่งรวมกัน เราสามารถนำเสนอระบบเครือข่ายและการสื่อสารที่ใช้งานได้จริงสำหรับบุคลากร, กระบวนการ และลูกค้าของคุณ

ด้วยนวัตกรรมและความทุ่มเทเพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จมาตั้งแต่อดีตนั้น ก็ได้ทำให้ ALE ภายใต้แบรนด์ Alcatel-Lucent Enterprise นี้กลายเป็นผู้ให้บริการหลักทางด้านระบบเครือข่าย, การสื่อสาร และบริการสำหรับองค์กรให้แก่ลูกค้าทั่วโลกกว่า 830,000 ราย ALE นั้นมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก และให้ความสำคัญกับทุกภูมิภาคด้วยพนักงานมากกว่า 2,200 คนและพันธมิตรมากกว่า 2,900 รายใน 50 ประเทศทั่วโลก ที่ผ่านมา ALE ประสบความสำเร็จได้จากการช่วยให้องค์กรของคุณสามารถทำ Digital Transformation ในรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ ด้วยการผสานรวมระบบ, ติดตั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูล และนำเทคโนโลยี Mobile และ Internet of Things เข้ามาช่วยสร้างนวัตกรรมโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับนวัตกรรมที่จะมาต่อยอดในอนาคตเพิ่มเติม https://www.al-enterprise.com


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

แนะนำ AMD EPYC Server: อีกทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยลดค่าใช้จ่ายใน Data Center ขององค์กรได้อย่างคาดไม่ถึง

ท่ามกลางยุคแห่งการทำ Digital Transformation นี้ ยอดขายของ Server ทั่วโลกนั้นก็เติบโตขึ้นเป็นลำดับสอดคล้องกับความต้องการในการประมวลผลที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว AMD ในฐานะของผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการประมวลผลระดับโลก จึงได้นำเสนอ AMD EPYC หน่วยประมวลผลสำหรับ Server ที่ออกแบบด้วยแนวคิดต่างจาก x86 CPU ค่ายอื่นๆ เพื่อให้เหล่าธุรกิจองค์กรได้มีทางเลือกใหม่ที่คุ้มค่าในการลงทุน บทความนี้จะนำทุกท่านไปรู้จักกับ AMD EPYC Server สำหรับการใช้งานภายใน Data Center ของธุรกิจองค์กรโดยเฉพาะกันครับ

Oracle ประกาศนำ AI สู่ Exadata X8 ตอบโจทย์ Autonomous Database

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง Oracle ได้ประกาศเพิ่มความสามารถโฉมใหม่ให้ Exadata X8 Server ซึ่งสามารถช่วยองค์กรทำ indexing ได้อย่างอัตโนมัติและไม่ยุ่งยากเหมือนที่เคย พร้อมกันนี้ยังปรับปรุงประสิทธิภาพให้ฮาร์ดแวร์อีกด้วย