IDC เผย บริการ Cloud ในแถบเอเชียแปซิฟิกโต 41.9% ในปี 2015 ที่ผ่านมา ผู้นำคือ Amazon, Microsoft, Alicloud และ Salesforce

บริการ Cloud ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลาดแตกต่างจากสหรัฐและยุโรป

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

IDC ได้เผยข้อมูลล่าสุดจาก Asia/Pacific Semiannual Public Cloud Services (PCS) Tracker ซึ่งรวมข้อมูลกการเติบโตของตลาด Public Cloud ในแถบภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยไม่รวมประเทศญี่ปุ่น พบว่าตลาด Public Cloud ในปี 2015 ที่ผ่านมานี้ได้เติบโตขึ้นจากปี 2014 ถึง 41.9% เลยทีเดียว โดย 4 อันดับแรกที่ชิงส่วนแบ่งตลาดนั้นได้แก่ Amazon, Microsoft, Alicloud และ Salesforce ตามลำดับ แต่หากนับอัตราการเติบโตสูงสุดนั้นจะมี 4 อันดับแรกได้แก่ Microsoft, Alicloud, Amazon และ Salesforce ตามลำดับแทน

เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้นำ 3 อันดับแรกนั้นเป็นผู้ให้บริการ Infrastructure as a Service (IaaS) เป็นหลัก ในขณะที่ Alicloud เองก็มีส่วนแบ่งไม่น้อยและเติบโตเป็นอย่างมากในประเทศจีน โดยทาง IDC ได้ให้ตัวเลขสรุปรวมมาว่าผู้นำ 10 อันดับแรกรวมกันนั้นก็กินส่วนแบ่งตลาดไปถึง 43.3% ของทั้งภูมิภาคแล้ว

 

ทาง IDC คาดว่าตลาด Public Cloud นี้จะยังเติบโตเฉลี่ยปีละ 23.6% ต่อเนื่องไปอีก 5 ปีนับถัดจากนี้

ที่มา: http://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prAP41736216

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้