Breaking News

พบช่องโหว่ร้ายแรงบน WordPress Plugin คาดกระทบกว่า 320,000 เว็บไซต์

มีการค้นพบช่องโหว่ของ WordPress Plugin 2 ตัวคือ InfiniteWP Client และ WP Time Capsule คาดว่ามีผู้ใช้งานในเว็บไซต์กว่า 320,000 แห่งจึงแนะนำให้ตรวจสอบและอัปเดต

InfiniteWP Client และ WP Time Capsule เอาไว้ใช้จัดการเว็บไซต์ WordPress ได้หลายแห่งจากเซิร์ฟเวอร์เดียว รวมถึงทำ Backup ไฟล์และฐานข้อมูลตอนอัปเดตเว็บ โดยผู้เชี่ยวชาญจาก WebArx พบว่า Plugin ทั้งคู่มีปัญหาระดับโลจิคัลในโค้ด ซึ่งทำให้สามารถล็อกอินบัญชีระดับผู้ดูแลได้โดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน

ช่องโหว่บน InfiniteWP Client เวอร์ชันต่ำกว่า 1.9.4.5 คือสามารถส่ง POST Request กับ JSON และ Base64 Encoding เพื่อลัดผ่านการร้องขอรหัสผ่านได้ หากรู้เพียงแค่ชื่อบัญชีระดับแอดมิน ในขณะที่ WP Time Capsule เวอร์ชันต่ำกว่า 1.21.16 สามารถประดิษฐ์ String ใส่ใน POST Request เพื่อดึงเอาลิสต์ของบัญชีผู้ดูแลออกมาและล็อกอินด้วยบัญชีชื่อแรกได้ โดยทั้งสองมีผู้ใช้ราว 300,000 และ 20,000 รายตามลำดับ

อย่างไรก็ตามหลังจากได้รับแจ้งเจ้าของ Plugin ทั้งสองก็รีบอัปเดตตัวเองในวันถัดไป ดังนั้นผู้ที่ใช้งานต้องรีบแพตช์นะครับเพราะถือเป็นช่องโหว่ร้ายแรง โดย WebArx ชี้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะป้องกันด้วย Firewall เนื่องจากหน้าตาของ Payload ดีและไม่ดีแทบไม่ต่างกัน

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/critical-bugs-in-wordpress-plugins-infinitewp-wp-time-capsule-expose-300000-websites-to-attack/



About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ