Breaking News

Forrester เผยผลสำรวจ Enterprise Mobile Management ประจำ Q3 ปี 2014

Forrester บริษัทชั้นนำทางด้านการสำรวจทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยี ได้เปิดเผยผลการสำรวจในหัวข้อ The Forrester Wave: Enterprise Mobile Management (EMM) ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2014 โดยมีผู้ผลิตระบบ Enterprise Mobile Management ที่ปรากฎในผลสำรวจด้วยกันถึง 15 ราย ซึ่งทาง Forrester ได้ให้ข้อสรุปเอาไว้ว่า ระบบ EMM ที่ดีจะต้องช่วยให้พนักงานสามารถทำการตัดสินใจในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น โดยจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

Mobile business

1. ช่วยให้พนักงานมีประสบการณ์การทำงานที่ดีขึ้น

ถ้าหากระบบ EMM ใช้งานได้ยากและทำให้การทำงานลำบากขึ้น การ Deploy ระบบคงไม่มีทางสำเร็จลุล่วงไปได้ ดังนั้นระบบ EMM ควรจะเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน เช่น สามารถแนะนำ Application ที่ควรจะใช้ในการทำงานได้, มีระบบ Automation และ Self Service ที่ดี รวมถึงช่วยให้ทีม IT Support สามารถช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้อย่างง่ายดาย

2. บังคับใช้นโยบายรักษาความปลอดภัยได้

องค์กรจะต้องกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์พกพาที่นำมาใช้งาน เพื่่อรักษาความปลอดภัยในเบื้องต้นได้ เช่น OS version จะต้องไม่ต่ำกว่ารุ่นที่กำหนดไว้ หรือมีการอนุญาตให้ใช้งาน Application ไหนได้บ้าง และสามารถยับยั้งการนำอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านมาตรฐานเหล่านี้มาใช้งานในองค์กรได้

3. มีระบบ Analytic ที่ดี

ในการใช้งานอุปกรณ์ Mobile Device จริงในการทำงาน จำนวนและความหลากหลายของอุปกรณ์จะทำให้การบริหารจัดการและการดูแลรักษาเป็นไปได้ยากและซับซ้อน ระบบ Analytic ที่ดีนี้จะเข้ามามีบทบาทให้องค์กรทำความเข้าใจกับพฤติกรรมการใช้งาน Mobile Device จริงของพนักงานได้ ส่งผลให้สามารถสร้างและบังคับใช้นโยบายรักษาความปลอดภัยที่ทำงานโดยอัตโนมัติได้เหมาะสมกับการใช้งานและความปลอดภัยในระดับที่ต้องการได้

4. มีระบบ Self-service ที่ครอบคลุม

ในยุคของการนำ Mobile Device มาใช้งานในองค์กรนี้ อุปกรณ์ Mobile Device เหล่านี้ได้กลายเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจ ความเร็วในการสนับสนุนเมื่อเกิดปัญหาต่างๆ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นระบบ Self-service Portal จึงกลายเป็นทางออกในการทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำการแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว, Download Applications ต่างๆ ขององค์กรได้อย่างง่ายดาย, ติดต่อกับทีม IT Support เพื่อขอความช่วยเหลือจากภายนอกองค์กรได้ รวมถึงสามารถแจ้งเหตุกรณีอุปกรณ์สูญหายได้อีกด้วย

องค์ประกอบของระบบ Enterprise Mobile Management

ระบบ Enterprise Mobile Management แต่ละระบบ ควรจะต้องมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

  1. Application Management – สามารถบริหารจัดการการใช้งาน Application และลิขสิทธิ์การใช้งานบนอุปกรณ์พกพาได้
  2. Data / Content Management – สามารถแยกการใช้งานข้อมูลส่วนตัวกับข้อมูลขององค์กรออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด
  3. Identity and Authentication – จะต้องมีการยืนยันตัวตน, กำหนดสิทธิ์ และบังคับใช้นโยบายการใช้งานอุปกรณ์พกพาได้เป็นรายบุคคล เพื่อรองรับกรณีผู้ใช้งานหนึ่งคน มีอุปกรณ์หลายชุด เพื่อให้บริหารจัดการได้ง่าย
  4. Network Management and Visibility – ระบบ EMM จะต้องผสานเข้ากับระบบเครือข่ายเพื่อให้ทำการรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่ายได้ และให้ผู้ดูแลระบบมีข้อมูลสำหรับปรับปรุงระบบเครือข่ายให้ตอบโจทย์การใช้งาน Mobile Device ได้อย่างเพียงพอ

โดยจากการสำรวจครั้งนี้ ได้ทำการสำรวจ Vendor ด้วยกัน 15 ราย ด้วยเงื่อนไขในการสำรวจ 27 ข้อ และมีผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองมีด้วยกันทั้งสิ้น 10 ราย ได้แก่ IBM MaaS360, Citrix XenMobile, MobileIron Platform, VMware AirWatch Enterprise Mobility Management, Good Technology Good Secure Mobility Solution, Symantec Mobile Management Suite, SAP Mobile Secure, Blackberry BES10, Soti MobiControl และ Sophos Mobile Control

สำหรับผู้ที่สนใจรายงานฉบับเต็ม สามารถ Download ได้ที่ http://maas360.com/lp/733 ทันที



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] แคสเปอร์สกี้คาดการณ์ภัยคุกคาม APAC 2020 พร้อมแนะเพิ่มการป้องกันโมบายดีไวซ์ ปรับคลังข้อมูลภัยคุกคามเพื่อรับมือกลุ่ม APT ที่มาพร้อมเทคนิคใหม่

ก้าวเข้าสู่ปีใหม่และทศวรรษใหม่ด้วยการเพิ่มจำนวนของโมบายมัลแวร์และกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่หาประโยชน์จากโมบายดีไวซ์อุปกรณ์สื่อสารพกพาทั้งหลาย รวมทั้งกลุ่มคุกคามที่ใช้วิธีการและเครื่องมือเข้าโจมตีแบบใหม่ และยังมีประเด็นใหม่ๆ ที่แคสเปอร์สกี้คาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

Akamai เผยสถิติครึ่งปีหลัง 2019 แฮ็กเกอร์มุ่งโจมตี API กับบริการทางการเงิน

Akamai ได้สรุปสถิติในช่วงครึ่งหลังของปี 2019 พบว่า API กลายมาเป็นเป้าหมายหลักเมื่อแฮ็กเกอร์โจมตีบริการทางการเงิน (Financial Service) นอกจากนี้ยังมีสถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจมาให้ติดตามกันด้วยครับ