Google ประกาศให้ Chrome Enterprise รองรับ EMM เพิ่มอีก 4 ราย

Google ประกาศให้ระบบปฏิบัติการ Google Chrome Enterprise รองรับ EMM เพิ่มอีก 4 ราย ได้แก่ Cisco Meraki, Citrix XenMobile, IBM MaaS360 และ ManageEngine

Credit: Google

Google Chrome Enterprise เปิดตัวเป็นครั้งแรกในสิงหาคมปี 2017 โดยออกแบบสำหรับใช้งานกับ Endpoint ภายในองค์กรเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้รองรับการทำงานร่วมกับระบบ Enterprise Mobility Management (EMM) เฉพาะ VMware AirWatch เท่านั้น เพื่อใช้สำหรับบริหารจัดการอุปกรณ์จำนวนมากได้อย่างปลอดภัยและรวดเร็ว ล่าสุด Google ได้ประกาศจับมือกับผู้พัฒนาระบบ EMM เพิ่มอีก 4 ราย เพื่อให้องค์กรสามารถเลือกใช้งานระบบ EMM ได้ตรงตามความต้องการ โดยระบบ EMM ที่เพิ่มเติมเข้ามามีดังนี้

  • Cisco Meraki: ผู้พัฒนาอุปกรณ์เครือข่าย Wireless, Switching, Security และระบบ EMM แบบ Cloud Managed ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการระบบทั้งหมดผ่านทาง Meraki Cloud ได้ทันที
  • Citrix XenMobile: รองรับการบริหารจัดการ Device และ Application ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง โดยสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆของ Citrix ได้ เช่น Citrix XenApp และ XenDesktop
  • IBM MaaS360: ระบบ Unified Endpoint Management ซึ่งทำงานร่วมกับ IBM Watson ระบบ Cognitive Computing
  • ManageEngine Mobile Device Manager Plus: ระบบ Unified Endpoint Management สามารถบริหารจัดการ Mobile Device, Desktop และ App ได้จากศูนย์กลาง

นอกจากนี้ Google ยังเพิ่มความสามารถอื่นๆให้กับ Chrome Browser และ Chrome OS ดังนี้

  • Per-permission extension blacklisting: ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนด Permission การใช้งาน Chrome Extension ได้แล้ว
  • รองรับการ Disable การเข้าใช้งานเมื่อไม่ได้อัปเดตเวอร์ชันของ OS เป็นเวลานาน
  • รองรับการทำ Single sign-on ผ่าน Device Certificate
  • รองรับการทำ Automatic Re-enrollment สำหรับ Device ที่ถูก Wipe และ Recovery โดยไม่จำเป็นต้องใส่ Administrator Credential ได้แล้ว

ที่มา: https://blog.google/topics/connected-workspaces/keeping-cloud-entry-points-secure-google-chrome-enterprise/


About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

6 Security Policies ที่ควรบังคับใช้บนอุปกรณ์ Endpoint

สำหรับอุปกรณ์ Endpoint ที่ต้องใช้เข้าถึงทรัพยากรที่สำคัญของบริษัท รวมไปถึงอุปกรณ์มีการสร้าง ใช้งาน และจัดเก็บข้อมูลบนระบบเครือข่าย (ซึ่งก็คืออุปกรณ์ของผู้ใช้เกือบทั้งหมด) ควรมีการบังคับใช้ Security Policies 6 รายการดังต่อไปนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ Endpoint ทั้งหมดมีความมั่นคงปลอดภัย

Huawei จัดโปรโมชันดัน All Flash Storage! ซื้อ SSD ราคาเท่า SAS HDD ได้ในความจุเท่ากัน

เพื่อผลักดันให้เหล่าธุรกิจองค์กรหันมาใช้งาน All Flash Storage กันได้ง่ายยิ่งขึ้น ทาง Huawei จึงได้จัดโปรโมชันพิเศษ ให้ลูกค้าองค์กรทั่วไทยสามารถซื้อ SSD ได้ในราคาเท่ากับ 10K SAS HDD เพื่อนำไปใช้กับ All Flash Storage ได้ทันที โดยสามารถขอราคามาเพื่อพิจารณาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2562