เสริมความคล่องตัวให้ระบบ DevOps ของธุรกิจองค์กร เพิ่มความเร็วในการพัฒนา Software ด้วย Pure Storage

เมื่อธุรกิจองค์กรนั้นถูกขับเคลื่อนด้วย Software และการนำเสนอบริการหรือนวัตกรรมใหม่ๆ นั้นต่างก็ต้องมี Software เป็นหัวใจสำคัญ การปรับปรุงกระบวนการในการพัฒนา Software ให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนั้นจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของเหล่าธุรกิจองค์กรทั่วโลก และระบบ All-Flash Storage จาก Pure Storage ก็ได้กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกเลือกใช้ในระบบ Dev/Test เพื่อให้เกิดความรวดเร็วสูงสุดในการพัฒนา Software ทั่วโลกในหลายแง่มุม ดังต่อไปนี้

1 เพิ่มความเร็วในการทำ CI/CD Pipeline และการเตรียม Environment สำหรับการพัฒนา Software

การใช้ All-Flash Storage นี้จะทำให้การทำ CI/CD Pipeline และการเตรียม Environment สำหรับแต่ละโครงการ Software ที่ต้องการนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงยังประหยัดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างมหาศาลด้วยเทคโนโลยี Data Reduction ที่จะช่วยลดพื้นที่ที่ต้องใช้ในการจัดเก็บข้อมูลที่มีความซ้ำซ้อนลง

การเลือกใช้ Pure Storage ซึ่งเป็น All-Flash Storage สำหรับงานลักษณะนี้ ไม่เพียงแต่จะทำให้การทำงานประจำวันของนักพัฒนา Software มีความคล่องตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่ในมุมของผู้ดูแลระบบ DevOps เองก็สามารถทำการทดลองใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือลองปรับปรุงระบบโดยรวมได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว สามารถลองผิดลองถูกกับเทคโนโลยีที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อนได้ง่าย ทำให้เกิดการพัฒนาในเชิงกระบวนการและเครื่องมือที่นำมาใช้อยู่ตลอด

2 วางระบบ Kubernetes ที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมสำหรับการพัฒนา Cloud-Native Application ภายในองค์กร

Pure Storage สามารถทำงานร่วมกับ Red Hat OpenShift ได้ เพื่อให้สามารถใช้งาน Kubernetes บน All-Flash Infrastructure ที่มีความเร็วสูง และ Integrate รวมระหว่าง Pure Storage และ Red Hat OpenShift ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้การทำ Automation ในส่วนของ Kubernetes และ DevOps ต่างๆ นั้นสามารถทำถึงระดับของ Storage และการจัดการข้อมูลได้โดยตรง รวมถึงยังทำการเพิ่มขยายระบบได้อย่างอิสระในแบบ Bare Metal ทำให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดทั้งในแง่ของประสิทธิภาพการทำงานของระบบและด้านการใช้ License ของ Software ที่เกี่ยวข้อง

โซลูชัน All-Flash Storage ของ Pure Storage นี้มีทั้ง FlashArray//X ที่เป็น Block Storage ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับงาน Production, FlashArray//C ที่เป็น Block Storage ความจุสูงสำหรับงาน Dev/Test และ FlashBlade ซึ่งเป็น File/Object Storage สำหรับจัดเก็บข้อมูลและรองรับ Container โดยเฉพาะให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

3 Build Software หลายโครงการพร้อมได้ด้วยความเร็วสูง ไม่มีคอขวดด้านระบบ Storage อีกต่อไป

สำหรับการพัฒนาระบบ Application ขนาดใหญ่ที่มีทีมพัฒนาหลายคนนั้น หนึ่งในขั้นตอนที่ทำให้นักพัฒนาต้องเสียเวลามากที่สุดก็มักจะเป็นขั้นตอนของการ Build ระบบ ดังนั้นหากธุรกิจองค์กรสามารถออกแบบระบบให้ทำการ Build ได้อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้นักพัฒนานั้นสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น มีสมาธิกับงานตรงหน้ามากขึ้น และแก้ไขปัญหาที่พบในโค้ดได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

All-Flash Storage จาก Pure Storage ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในการลดเวลาที่ต้องใช้ในการ Build โดยนอกจากความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่ต้องใช้ในการ Build ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว ความเร็วเหล่านี้จะยังช่วยให้เกิด I/O Wait Time บน CPU น้อยลง ส่งผลให้การใช้ CPU ในการ Build เป็นไปได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโดยรวมมากยิ่งขึ้นไปอีก

4 ทำการ Test ได้อย่างรวดเร็ว สามารถนำข้อมูลจากระบบ Production มาทำการทดสอบและวิเคราะห์แก้ไขปัญหาได้ทันทีที่ต้องการ

อีกประเด็นสำคัญที่ Pure Storage ได้เข้ามามีบทบาทนั้นก็คือการเตรียมระบบ Test ซึ่งมักใช้ทรัพยากรค่อนข้างมากในการทดสอบแต่ละครั้ง การใช้ All-Flash Storage จะทำให้การทดสอบแต่ละรอบนั้นใช้เวลาน้อยลง ทำให้การทำงานมีความต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ในขณะเดียวกัน การ Test ในหลายครั้งนั้นก็มักต้องอาศัยการใช้ข้อมูลชุดอื่นๆ นอกเหนือจากชุดที่นักพัฒนาใช้งาน อย่างเช่นกรณีของการทดสอบเพื่อแก้ไขปัญหาที่พบบนระบบ Production การใช้ข้อมูลจริงในช่วงที่ปัญหากำลังเกิดนั้นก็จะช่วยให้ตรวจสอบแก้ไขปัญหาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น และทดสอบซ้ำได้หลังจากที่มีการแก้ไขโค้ดแล้ว ดังนั้น Pure Storage จึงนำเสนอเทคโนโลยี Snapshot ที่สามารถนำมาใช้สร้าง Volume เพื่อนำไปใช้งานได้ทันทีสำหรับตอบโจทย์กรณีนี้ ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำการ Snapshot ข้อมูลในขณะที่ระบบกำลังเกิดปัญหาเอาไว้ได้ หรือ Snapshot ชุดข้อมูลจริงล่าสุดเอาไว้ได้ เพื่อให้นักพัฒนาและนักทดสอบนำไปใช้งานต่อได้อย่างคล่องตัว

5 ใช้แนวทาง Infrastructure-as-Code ได้อย่างเต็มที่ รองรับการทำ Automation ครบวงจร

การทำ Infrastructure-as-Code นั้นถือเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากสำหรับระบบที่มีขนาดใหญ่ และ Pure Storage ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีด้วยการมี API ที่เปิดให้เชื่อมต่อกับระบบต่างๆ และเขียน Software เข้ามาบริหารจัดการ ควบคุมด้วยเครื่องมือที่ใช้งาน หรือทำ Automation ใน Workflow ที่ต้องการได้

ทั้งนี้ Pure Storage ก็ยังมี Pure/Code() ซึ่งเป็นเว็บไซต์ชุมชนของผู้ใช้งาน PPure Storage ที่ได้รวมเอาเครื่องมือหรือโค้ดที่ใช้ในการจัดการ Pure Storage เอาไว้ให้เลือกนำไปใช้งานได้ทันที ครอบคลุมทั้ง Ansible, Puppet, Python, SaltStack, ServiceNow และอื่นๆ อีกมากมาย

ร่วมตอบแบบสอบถามกับ Pure Storage และรับ Voucher/Gift Card มูลค่า 300 บาททันที

Pure Storage มีกิจกรรมให้ทุกท่านร่วมสนุกได้ง่ายๆ เพียงแค่ตอบแบบสอบถามที่ https://forms.gle/wQ3fsyM1XVHBPH2eA ก็สามารถรับ Voucher/Gift Card มูลค่า 300 บาทได้ทันที

ติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ทันที

การออกแบบระบบ DevOps และ Dev/Test นี้ถือเป็นงานที่ท้าทายสำหรับผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กร เพราะนอกจากปัจจัยเชิงเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนา Software แล้ว ประเด็นด้านการใช้งานทรัพยากรที่มีอยู่ภายใน Data Center และบน Cloud ให้เกิดความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพสูงสุด และทำงานร่วมกันอย่างเป็นอัตโนมัติได้นั้นก็ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน และทีมงาน Pure Storage ก็พร้อมให้คำแนะนำช่วยเหลือในประเด็นเหล่านี้แล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ที่ Email jkunasinkjja@purestorage.com หรือติดตามข่าวสารจาก Facebook Fan Page ได้ที่ https://www.facebook.com/PureStorageTH

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ