ผสาน Industrial IoT เข้ากับ Augmented Reality สู่โรงงานอัจฉริยะยุค Industry 4.0 กับ ISID

ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดในปัจจุบันนี้ การเร่งปรับตัวของธุรกิจโรงงานและการผลิตเพื่อให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคและการขนส่งในยุคใหม่เป็นภาพที่เราเห็นกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม และในปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ การปรับธุรกิจโรงงานและการผลิตให้ก้าวสู่การเป็นโรงงานอัจฉริยะหรือ Smart Factory เพื่อให้สามารถทำการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ, มีคุณภาพ และปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นนี้ก็คือภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา

Smart Factory ผสานเทคโนโลยี IIoT Platform เชื่อมต่อเครื่องจักรอัจฉริยะ เข้ากับ Augmented Reality การแสดงผลที่เหมาะสมกับสายการผลิต

ISID ในฐานะของผู้นำด้าน Manufacturing Solutions ได้นำเสนอแนวคิดของโรงงานอัจฉริยะหรือ Smart Factory เอาไว้ในอนาคตว่า นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีด้านระบบ ERP หรือการทำเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพและความชาญฉลาดเข้ามาใช้แล้ว การนำเทคโนโลยี Industrial IoT (IIoT) Platform เข้ามาใช้รวมกับ Augmented Reality (AR) นั้นถือเป็นภาพที่จะขาดไปไม่ได้

IIoT Platform นั้นจะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในฐานะของตัวกลางที่จะทำให้เครื่องจักรอัจฉริยะและเซ็นเซอร์ต่างๆ ในสายการผลิตสามารถเชื่อมผสานเข้ากับระบบบริหารจัดการและ ERP เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวิเคราะห์, ทำนาย หรือตรวจสอบเงื่อนไขต่างๆ สำหรับทำงานได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้สายการผลิตนั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยพลังของข้อมูล และการตัดสินใจในระดับของการบริหารจัดการสายการผลิตไปจนถึงผู้จัดการโรงงานและบอร์ดบริหารนั้นมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้นในระยะยาว

ข้อมูลจาก IIoT Platrform นี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตมีข้อมูลมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ได้รับข้อมูลที่รวดเร็วแบบ Real-Time สำหรับใช้ในการตัดสินใจเชิงธุรกิจอีกด้วย ซึ่งในเชิงการผลิตนั้น ตัวเลขหรือข้อมูลเหล่านี้ในแบบ Real-Time ก็จะทำให้ผู้จัดการสายการผลิตเห็นถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที่ก่อนที่จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เองที่จะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจโรงงานและการผลิตได้อย่างคุ้มค่า

ในขณะเดียวกัน AR นั้นก็จะกลายเป็นเทคโนโลยีสำหรับการแสดงผลในสายการผลิตอย่างชาญฉลาดที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด โดยในสายการผลิตนั้น วิศวกรและเจ้าหน้าที่สามารถใช้ Smartphone หรือ Tablet เป็นอุปกรณ์หลักในการแสดงผลข้อมูลการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วโดยไม่ต้องมีการป้อนข้อมูลใดๆ รวมถึงยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรเหล่านั้นได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวอุปกรณ์, สถานะการทำงาน, การเปิดไฟล์ CAD ของเครื่องจักร, สัญญาการดูแลรักษา, ข้อมูลติดต่อเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ให้บริการหลังการขาย, การกรอกแบบฟอร์มเพื่อร้องขอการบริการหลังการขาย ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับระบบ MES หรือ ERP ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องจักรนั้นๆ

นอกเหนือไปจากการใช้ AR ในสายการผลิตแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากนั้นก็คือการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับเครื่องจักรด้วยเทคโนโลยี AR ผ่านแว่นตา AR ที่จะทำให้พนักงานแต่ละคนได้สัมผัสกับเครื่องจักรเสมือนในโลก AR และเปิดดูชิ้นส่วนหรือการประกอบภายใน เพื่อทำความเข้าใจและเรียนรู้การทำงานของเครื่องจักรในเชิงลึกได้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้การฝึกอบรมวิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเครื่องจักรนั้นเป็นไปได้อย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

เมื่อนำเทคโนโลยี IIoT Platform มาผสานการทำงานรวมกับ AR แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นก็การรวมกันระหว่างข้อมูลของสายการผลิตในแบบ Real-Time และการแสดงผลในสายการผลิตด้วยอุปกรณ์ Smartphone หรือ Tablet ทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตนั้นก้าวสู่การเป็น Smart Factory อย่างเต็มตัวโดยที่มีแนวทางการทำงานในแบบ Data-Driven ตั้งแต่ระดับของผู้บริหารมาจนถึงระดับปฏิบัติการหน้าสายการผลิตอย่างแท้จริง ในขณะที่เทคโนโลยีทั้งสองเองต่างก็มีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพ, คุณภาพ และลดค่าใช้จ่ายได้ในตัวเอง ทำให้ธุรกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นท่ามกลางยุคของการผลิตแบบโลกาภิวัตน์นี้

สร้างสายการผลิตอัจฉริยะด้วย IIoT Platform จาก Siemens และ Thingworx

ISID ได้คัดสรรโซลูชัน IIoT Platform ที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจโรงงานและการผลิตซึ่งมีการใช้เครื่องจักรชั้นนำเอาไว้ด้วยกัน 2 แนวทาง ได้แก่

  • Siemens MindSphere ระบบปฏิบัติการ IIoT ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ปรับแต่งและเสริมความสามารถได้ง่าย สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP, MES ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการใช้งานภายในโรงงานที่มีการใช้อุปกรณ์ PLC หรือเครื่องจักรของ Siemens ภายในโรงงาน
  • Thingworx ระบบ IIoT Platform ที่มีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้มากกว่า 150 ชนิด และมี Application ให้พร้อมใช้งานได้ทันที รองรับการทำ AR Application ได้ในตัว เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีการใช้เครื่องจักรจากผู้ผลิตที่หลากหลาย

ในแง่ของการลงทุน ทั้งสองโซลูชันนี้ต่างคิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription รายปีทั้งคู่ ทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตไม่ต้องทำการลงทุนจัดซื้อระบบขนาดใหญ่ล่วงหน้ามาก่อนเหมือนการจัดซื้อ Software ในอดีต และยังได้รับการอัปเดตจากผู้ผลิตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

พัฒนา Augmented Reality Mobile Application สำหรับใช้งานในธุรกิจได้ง่ายๆ ไม่ต้องเขียนโค้ดเองด้วย Vuforia

นอกเหนือจากเทคโนโลยี AR ที่มีให้ใช้งานได้ใน Thingworx แล้ว ISID ก็ยังได้นำโซลูชัน Vuforia Studio Drag and Drop AR ซึ่งเป็นระบบ Low-Code Development Platform ที่จะทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถสร้าง AR Application ที่เชื่อมต่อดึงข้อมูลที่ตนเองต้องการให้สัมพันธ์กับเครื่องจักรหรือวัตถุภายในสายการผลิตได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องลงมือเขียนโค้ด แต่ทำการสร้าง AR Application แบบง่ายๆ ด้วยการลากวาง และกำหนดเงื่อนไขการแสดงผลหรือโต้ตอบได้

Vuforia Studio Drag and Drop AR นี้จะช่วยให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมในการผลิตของตนเองขึ้นมาได้ อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งให้ Application นี้เหมาะสมกับรูปแบบการผลิต, เครื่องจักร, ระบบ ERP/MES ที่ใช้งาน และบทบาทของพนักงานแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปได้ ช่วยให้การทำ Digital Transformation นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกับผู้บริหารและผู้จัดการสายการผลิตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พนักงานระดับปฏิบัติการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยประสบการณ์การทำงานที่ดี

สนใจติดต่อ ISID Thailand ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันข้างต้น สามารถติดต่อทีมงาน ISID Thailand ได้ทันทีที่ sales_th@isidsea.com หรือติดต่อมาที่ ISID South East Asia Thailand ที่เบอร์ 02-632-9112-3 ได้ตลอดเวลาทำการ 9:00-18:00 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISID Thailand ได้ที่ http://www.isidsea.com/ และ Facebook Fan Page ได้ที่ https://www.facebook.com/isidthailand ทันที

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …