เฟซบุ๊คชี้เบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายแก่บก.ปอศ. สู่การจับกุม 4 โรงงานใหญ่ [Official News]

กรุงเทพฯ 29 พฤษภาคม 2558 – ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้จากเฟซบุ๊ค ทำให้เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) มีเบาะแสและสืบสวนไปถึง 4 บริษัทผู้ผลิตที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฏหมายในการดำเนินธุรกิจ  หนึ่งในนั้นคือบริษัทที่มีสินทรัพย์จดทะเบียนมากกว่า 2.3 พันล้านบาท

facebook_helpes_fighting_piracy_software

เฟซบุ๊ค สื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีผู้ใช้มากถึง 30 ล้านคน ได้กลายเป็นช่องทางที่ดีมากช่องทางหนึ่ง ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เก็บข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับองค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย

“การใช้สื่อดิจิทัลในการเก็บข้อมูลขององค์กรธุรกิจที่ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายประสบความสำเร็จมากในช่วงที่ผ่านมา ผู้คนในสังคมแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย และผลกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ ดังนั้นจึงมีผู้หวังดีแจ้งข้อมูลเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอขอบคุณอีกครั้งต่อผู้ให้ข้อมูลเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด้วยความร่วมมือจากผู้คนในสังคม เรามั่นใจว่าปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในปัจจุบันจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด” พ.ต.อ.สรรักษ์ จูสนิท รองผบก.ปอศ. รักษาราชการแทน ผบก.ปอศ.

เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นโรงงานผู้ผลิตรายใหญ่ 4 แห่ง ในสมุทรปราการ ปทุมธานี และระยอง พบซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิติดตั้งอยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ 360 เครื่อง

ที่แรกคือโรงงานหล่อและขึ้นรูปชิ้นส่วนโลหะ พบว่าใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฏหมายมูลค่าราว 18 ล้านบาทบนเครื่องคอมพิวเตอร์ 38 เครื่อง  โรงงานแห่งนี้มีรายได้รวมมากกว่า 100 ล้านต่อปี

อีกแห่งหนึ่งที่ถูกพบว่าใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย คือ โรงงานผลิตเครื่องเขียนชื่อดังที่มีรายได้รวมมากกว่า 400 ล้านบาทต่อปี  พบว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมูลค่าราว 2.1 ล้านบาท บนเครื่องคอมพิวเตอร์ 47 เครื่อง

โรงงานที่สาม คือ โรงงานแปรรูปไม้  เจ้าหน้าที่ตำรวจพบการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิบนเครื่องคอมพิวเตอร์ 76 เครื่อง มูลค่าความเสียหายราว 3.7 ล้านบาท  โรงงานแห่งนี้มีสินทรัพย์จดทะเบียนมากกว่า 2.3 พันล้านบาท และมีรายได้รวมมากกว่า 450 ล้านบาท

คดีล่าสุด คือ โรงงานผลิตรองเท้ายี่ห้อดัง มีสินทรัพย์จดทะเบียนมากกว่า 2.3 พันล้านบาท มีรายได้รวมมากกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี พบการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมูลค่าราว 9.6 ล้านบาทบนเครื่องคอมพิวเตอร์ 199 เครื่อง  ถือเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดของปีนี้

“การที่องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ดังกล่าว ใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ และยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อชื่อเสียงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยยังคงอยู่ในรายชื่อประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (Priority Watch List) โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา ติดต่อกันเป็นปีที่ 8  ดังนั้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการเข้าตรวจค้นการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองทรัพยสินทางปัญญา” พ.ต.อ.สรรักษ์ กล่าว “ข้อมูลเบาะแสที่เราได้รวบรวมไว้ตั้งแต่ต้นปี พบว่าโรงงานในภาคการผลิตส่วนใหญ่จำนวนมากละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา  ถึงตอนนี้ องค์กรธุรกิจควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และต้องทำให้แน่ใจว่าใช้ซอฟต์แวร์ตามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการขอความร่วมมือจากเจ้าของธุรกิจ”

ผู้ที่แจ้งเบาะแสการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ในองค์กรธุรกิจ มีสิทธิ์ได้รับเงินรางวัลสูงสุด 250,000 บาท โดยสามารถแจ้งผ่านสายด่วนที่ 02-714-1010 หรือรายงานผ่านช่องทางออนไลน์  ทั้งนี้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้แจ้งเบาะแสจะถูกปิดไว้เป็นความลับ  ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ที่ www.stop.in.th

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

IBM จับมือ OpenAI รุกตลาด Enterprise AI ผสานโมเดลล่าสุดเข้ากับบริการให้คำปรึกษา

IBM ร่วมมือกับ OpenAI นำโมเดลและเครื่องมือเกี่ยวกับ AI เพิ่มประสิทธิภาพ IBM Consulting เพื่อให้บริการให้คำปรึกษากับลูกค้าองค์กรได้ดีขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้เปิดช่องทางให้ OpenAI สามารถเจาะตลาดบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้มากขึ้น ภายใต้ดีลนี้ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันทำตลาดและพัฒนาโซลูชัน AI เฉพาะทางสำหรับอุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร …