Meta เปิด Open-Source ระบบ AI รองรับการแปลภาษากว่า 200 ภาษา

Meta เปิด Open-Source NLLB-200 ระบบ AI ที่พัฒนาขึ้นภายใน รองรับการแปลภาษากว่า 200 ภาษา ช่วยให้นักวิจัยนำไปต่อยอดได้

Credit: Meta

No Language Left Behind (NLLB) เป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นโดย Meta ในการใช้เทคโนโลยี Machine Learning ช่วยแปลภาษา ล่าสุด Meta ประกาศความสำเร็จในการใช้เทคโนโลยีนี้ รองรับแปลภาษาได้มากกว่า 200 ภาษาแล้ว โดยมีการเรียกโมเดลนี้ว่า NLLB-200 ซึ่งทาง Meta ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีทั่วไปนั้นรองรับการแปลภาษาในแอฟริกาได้ประมาณ 25 ภาษาเท่านั้น แต่ NLLB-200 นั้นรองรับถึง 50 ภาษา ในด้านของความมั่นยำนั้นจะใช้เครื่องมืออีกตัวหนึ่งชื่อว่า BLEU เพื่อวัดความแม่นยำของการแปล โดย NLLB-200 ได้คะแนนมากกว่าค่าเฉลี่ยที่ 44% ซึ่งสูงกว่าที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้

NLLB-200 มี Parameters กว่า 5 หมื่นล้านตัวให้ปรับแต่งเพื่อเพิ่มความแม่นยำของ AI นำ Machine Learning Toolkit LASER3 ที่พัฒนาขึ้นภายในมาต่อยอด ผ่านการเทรนบน Research SuperCluster โดยเป็นระบบ Supercomputer ภายใน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการลงทุนติดตั้งหน่วยประมวลผล NVDIA A100 เข้าไปอีก 6,080 ตัว ทำให้ปัจจุบันมี GPU รวมกันทั้งหมด 16,000 ตัว

Meta ได้ประกาศ Open Source โค้ดที่ใช้สำหรับเทรน AI และ Dataset ชื่อว่า FLORES-200 เพื่อใช้ในการประเมินความแม่นยำของการแปล นอกจากนี้ยังให้ทุนสนับสนุนองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรกว่า 200,000 เหรียญเพื่อวิจัยต่อยอด NLLB-200 อีกด้วย และกำลังร่วมมือกับ Wikimedia Foundation เพื่อเปิดใช้งานระบบ Automated Transalation ในบทความบน Wikipedia

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/07/06/meta-open-sources-advanced-ai-translation-system-50b-parameters/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

เลอโนโวชูกลยุทธ์ Hybrid AI ยกระดับธุรกิจไทยด้วยเทคโนโลยีครบวงจร ต่อยอดวิสัยทัศน์สู่การใช้งานจริง [Press Release]

ขณะที่ภาคธุรกิจทั่วไทยมุ่งเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI สู่การนำไปใช้งานจริง เลอโนโวได้จัดแสดงอุปกรณ์ โครงสร้างพื้นฐาน โซลูชัน และบริการ ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติงานจริง นำโดยแนวคิดของเลอโนโวอย่าง Smarter AI for All …

MFEC ชวน เจาะลึก 3 ผลิตภัณฑ์ AI จาก Tencent Cloud: TokenHub, WorkBuddy และ CodeBuddy — องค์กรไทยควรเริ่มต้นจากตัวไหน? [Guest Post]

TokenHub = แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ ที่รวบรวม LLM หลายตัวไว้ด้วยกัน เข้าถึงได้ผ่าน API เดียว และคิดค่าบริการตามจำนวนโทเค็นที่ใช้งานจริง WorkBuddy = AI Agent บนเดสก์ท็อปที่สั่งงานได้ผ่านแอปแชทที่มีอยู่แล้ว …