ยุโรปโหวตแบน Kaspersky อีกราย หลังจากสหรัฐและสหราชอาณาจักรสั่งแบนไปก่อนหน้า

European Parliament ได้มีมติโหวตสั่งห้ามการใช้งานและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ด้วยคะแนนโหวต 476 โหวตต่อ 151 โหวต เรียกร้องให้หน่วยงานใน EU ทำการตรวจสอบความปลอดภัยเพิ่มเติม

 

Credit: ShutterStock.com

 

มติโหวตครั้งนี้ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่าง Kaspersky และ Europol กับ No More Ransom ต้องเป็นอันยุติลงทันที ในขณะที่ประเทศสมาชิกในกลุ่ม EU เองก็อาจจะมีการเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ตามมตินี้ด้วย โดยการประกาศแบน Kaspersky ของยุโรปครั้งนี้เกิดขึ้นตามมาเป็นรายที่ 3 หลังจากที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานรัฐของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรเองก็ได้เคยประกาศแบนไปแล้ว

Eugene Kaspersky ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Kaspersky เองก็ออกมา Tweet โต้ตอบต่อมตินี้ทันที เนื่องจากที่ผ่านมา Kaspersky เองนั้นก็ช่วยปกป้องหน่วยงานต่างๆ ในยุโรปจากภัยคุกคามมากถึง 320,000 ภัยคุกคามต่อวัน และเขาเชื่อว่าการโหวตครั้งนี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีความเข้าใจในเหตุการณ์อย่างถ่องแท้ แต่เป็นเพียงแค่การเชื่อตามกระแสและเนื้อหาที่สื่อรายงานจนนำไปตีความผิดๆ ตามกันไป

พนักงานในบริษัทคู่แข่งของ Kaspersky อย่าง F-Secure เองก็ออกมาแสดงจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของ EU ในครั้งนี้ เพราะในการตัดสินใจนี้ก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันว่าผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky เป็นอันตรายแต่อย่างใด

ก็ต้องดูว่าหลังจากนี้ Kaspersky จะเดินเกมอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ในตลาดระดับโลก

 

ที่มา: https://www.infosecurity-magazine.com/news/european-lawmakers-vote-ban/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้