[Guest Post] เมื่อ Frontline Workers เป็นผู้กำหนดประสบการณ์ของลูกค้ายุคดิจิทัล

ผลสำรวจของ Harvard Business Review เผยว่า 90% ของผู้บริหารมองว่า “พนักงานหน้างาน” หรือ “Frontline Workers” จะเป็นผู้สร้างความแตกต่างที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในอีก 2 ปีข้างหน้า

ด้วยเหตุนี้ ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงมีการส่งเสริมการทำงานเป็นทีมจัดหาชุดเครื่องมือด้านดิจิทัล และให้ความรู้กับพนักงานหน้างานกว่า 2 พันล้านคนทั่วโลก

รู้จัก Frontline Workers

พนักงานหน้างานเปรียบเสมือนเป็น “กระดูกสันหลังของธุรกิจ” เนื่องจากเป็นกลุ่มคนทำงานส่วนใหญ่ที่ต้องพบปะกับบุคคลภายนอกและให้บริการลูกค้าอยู่เสมอ เช่น พนักงานบริการ พนักงานขาย พนักงานทำความสะอาด บุคลากรทางการแพทย์ ทีมคอลเซ็นเตอร์ ช่างเทคนิคสนับสนุน เจ้าหน้าที่ในแผนกต้อนรับ คนงานในโรงงาน หรือพนักงานภาคพื้นในสนามบิน

พนักงานหน้างานมีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนองค์กร เพราะเป็นด่านแรกในการเชื่อมต่อระหว่างบริษัทกับส่วนอื่น ๆ ทั้งหมด และยังเป็นตัวแทนของแบรนด์ที่ต้องติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเป็นลำดับแรก ผู้สัมผัสผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดขึ้นจริง

องค์กรจึงจำเป็นต้องหาหนทางเพื่อเสริมศักยภาพและยกระดับพนักงานกลุ่มนี้ ให้มีความรู้และเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถใช้ทำงานร่วมกันได้อย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

พลิกโฉมธุรกิจด้วยการส่งเสริม Frontline Workers

“การพลิกโฉมธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล” หรือ “Digital Transformation” นั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่การอัปเดตระบบไอทีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีความท้าทายและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานหน้างานมากมาย

1.) การพัฒนาวัฒนธรรมในการทำงานยุคใหม่

มิติการทำงานในปัจจุบันมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากพนักงานต้องทำงานร่วมกับผู้อื่นมากกว่า 1 ทีมในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะพนักงานหน้างานที่ต้องประสานงานกับสมาชิกในทีมและพูดคุยกับลูกค้าอยู่เสมอ ซึ่งการทำงานร่วมกันอาจก่อให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ระหว่างกัน

ดังนั้น การพัฒนาและส่งเสริมวัฒนธรรมที่ช่วยให้เกิดความยืนหยุ่นในการทำงานเป็นทีมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

2.) การปรับเปลี่ยนเครื่องมือและรูปแบบการทำธุรกิจ

การขยายตัวของการทำงานนอกสถานที่และการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคลาวด์ในปัจจุบัน ส่งผลให้พนักงานทุกคน ตั้งแต่พนักงานหน้างาน ไปจนถึงระดับผู้บริหาร สามารถทำงานจากหลายสถานที่บนอุปกรณ์หลายชนิดได้

ไม่ว่าจะเป็นการเช็คอีเมลที่ทำงานบนสมาร์ทโฟนส่วนตัว หรือการนำแล็ปท็อปของบริษัทไปทำงานที่ร้านกาแฟใกล้บ้าน ซึ่งถือเป็นความท้าทายและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน

องค์กรจึงจำเป็นต้องจัดหาชุดเครื่องมือด้านดิจิทัลให้พนักงานได้ใช้ทำงานร่วมกันอย่างทั่วถึงและเสริมสร้างระบบด้านความปลอดภัยขององค์กร เพื่อให้ข้อมูลลับขององค์กรและข้อมูลส่วนบุคคลไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรคในการทำงานของพนักงานด้วย

3.) การอบรมเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้พนักงานหน้างาน

ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีมากมายที่ถูกนำมาปรับใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กลับพบว่าไม่ได้มีการใช้งานจริงอย่างกว้างขวางเท่าที่ควร โดยช่องว่างส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดทักษะด้านดิจิทัลของพนักงาน

จากการนำเทคโนโลยีที่เกิดใหม่และล้ำหน้าเข้ามาใช้งาน องค์กรจึงจำเป็นต้องพิจารณาการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลเพิ่มเติมให้กับพนักงานมากกว่านี้ ด้วยการมุ่งมั่นอบรมและส่งเสริมชุมชนการเรียนรู้ในองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์และการวางกลยุทธ์ให้พนักงานในอนาคต

กรณีศึกษาและเรื่องราวของ IKEA

เทคโนโลยีและบุคลากรคือองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในการปฏิรูปธุรกิจสู่การทำงานยุคใหม่ จากความท้าทายนี้ ทาง IKEA จึงได้เลือกใช้ Microsoft Teams เพื่อส่งเสริมพนักงานในสาขาให้สามารถบริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

IKEA เป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านสัญชาติสวีเดนที่เป็นที่มีพนักงานกว่า 166,000 คนในหลายร้อยสาขาที่กระจายอยู่ใน 30 ประเทศทั่วโลก

ด้วยความสามารถด้านการแชท วิดีโอคอล การทำงานร่วมกัน และการจัดการกะของ Microsoft Teams ทำให้ IKEA สามารถเชื่อมต่อทุกคนในองค์กร ประหยัดเวลาการเดินทาง และลดค่าใช้จ่ายจากกระบวนการที่ต้องใช้กระดาษ นอกจากนี้ยังส่งเสริมศักยภาพให้พนักงานในสาขามีเครื่องมือดิจิทัลที่สามารถใช้บริการและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

โอกาสที่จะสร้างให้เกิดการทำงานเป็นทีมในองค์กรได้อย่างแท้จริง

เนื่องจากการทำงานของพนักงานยุคก่อนยังเป็นระบบเก่าที่ถูกติดตั้งอยู่ในองค์กรและต้องใช้กระดาษเป็นจำนวนมาก เช่น การประสานงานระหว่างสำนักงานใหญ่และสาขาต่าง ๆ

การนำ Microsoft Teams เข้ามาใช้ช่วยให้พนักงานที่อยู่ต่างสาขาสามารถพูดคุยกับสำนักงานใหญ่ได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสะบายมากขึ้น

เมื่อปรับระบบมาสู่คลาวด์

ประโยชน์ที่เห็นได้ทันทีหลังจากที่ IKEA เปลี่ยนมาใช้ Microsoft 365 ก็คือการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเซิร์ฟเวอร์ เพราะแพลตฟอร์มของ Microsoft 365 มีความปลอดภัยสูง ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการจัดการและการอัปเดตระบบไอทีมากมาย

ยิ่งไปกว่านั้น Microsoft 365 ยังได้เข้ามาพลิกโฉมรูปแบบการทำงานร่วมกันเป็นทีมภายในองค์กร ช่วยให้พนักงานหน้างานที่สาขาต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเครื่องมือด้านดิจิทัลแบบเดียวกับที่พนักงานที่สำนักงานใหญ่ใช้งานได้ ผ่านแอปบนมือถือส่วนตัวหรืออุปกรณ์ที่หลากหลายตามที่พนักงานแต่ะคนสะดวก ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นพีซีหรือแล็ปท็อปเหมือนยุคก่อน

โดย IKEA สามารถเปิดให้พนักงานกว่า 75,000 คนเข้ามาใช้งานฟีเจอร์ใหม่ ๆ ใน Microsoft Teams ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพภายในระยะเวลาเพียง 5 เดือน

การจัดตารางงานเป็นเรื่องง่าย

ร้านอาหารใน IKEA สาขา Kungens Kurva ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถือเป็นหน่วยงานแรก ๆ ที่นำ Microsoft Teams เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง ก่อนหน้านั้นพนักงานร้านอาหารกว่า 150 คนต้องใช้กระดาษในการจัดตารางงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนกะ ขาด ลา มาสาย

การนำความสามารถ “Shifts” ใน Microsoft Teams เข้ามาใช้ช่วยให้พนักงานแต่ละคนสามารถจัดการกะได้ผ่านแอปบนมือถือส่วนตัวและมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลกับเอกสารและตารางงานของตัวเอง

คุณ Fabian Haeberlein รองผู้จัดการฝ่านการตลาดของ IKEA กล่าวว่า “การใช้ Microsoft Teams ทำให้ชีวิตการทำงานในร้านของพวกเราดีขึ้น” โดย IKEA สามารถประหยัดเงินได้ถึง 364,000 โครนาสวีเดน หรือประมาณ 1,200,000 บาท จากการเปลี่ยนมาใช้งาน Shifts ใน Microsoft Teams

ลดขั้นตอนของการสื่อสารให้สั้นลง

พนักงานในสาขาต่าง ๆ สามารถรับรู้ถึงประโยชน์จากการใช้งาน Microsoft Teams ได้ทันที แต่ก่อนนั้น พนักงานต้องอยู่ในห้องเดียวกันเพื่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน และต้องยืนอ่านประกาศที่กระดานข่าวสารของบริษัท

ในปัจจุบันนี้ พนักงานสามารถแชทคุยกันและติดตามข่าวสารผ่าน Microsoft Teams ได้เลย ซึ่งเป็นวิธีที่พนักงานรุ่นใหม่คุ้นเคยและง่ายกว่ามาก ส่วนผู้จัดการร้านในสาขาต่าง ๆ ก็สามารถโพสต์ประกาศสำคัญได้ตลอดเวลาบนอุปกรณ์ส่วนตัวของพวกเขาเอง และพนักงานก็สามารถเสนอความคิดเห็นตอบกลับไปได้เลย สร้างให้เกิดสภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่ทุกคนมีส่วนร่วมกัน

ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางด้วยการประชุมออนไลน์

การย้ายไปสู่การสื่อสารแบบดิจิทัลใน Microsoft Teams ไม่เพียงช่วยให้ IKEA สามารถลดค่าใช้จ่ายจากกระบวนการที่ต้องใช้กระดาษเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของบริษัทได้อีกด้วย

พนักงานพบว่าการประชุมออนไลน์ช่วยให้พวกเขาเสียเวลาในการเดินทางระหว่างสถานที่ต่าง ๆ น้อยลง และการสื่อสารในชีวิตประจำวันก็มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เพื่ออำนวยความสะดวกในการประชุมออนไลน์ ทาง IKEA จึงได้พัฒนาการออกแบบห้องประชุมมาตรฐาน พร้อมลงทุนติดตั้ง Microsoft Teams Rooms ในห้องประชุมหลายแห่งอีกด้วย

เรียนรู้เพิ่มเติม

ปัจจุบัน เครื่องมือด้านดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพให้พนักงานยุคใหม่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและความคล่องตัวสูงขึ้น

ดังนั้นเราแนะนำให้องค์กรพิจารณาและส่งเสริมการจัดหาชุดเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการอบรมให้ความรู้กับพนักงานให้ทันการเปลี่ยนแปลงในยุคใหม่นี้

Microsoft 365 for Frontline Workers:

https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/enterprise/firstline

Microsoft Teams for Frontline Workers:

https://www.microsoft.com/en-us/microsoft-365/microsoft-teams/staff-scheduling-software

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ