จีนพัฒนา AI จับทุจริตคอร์รัปชั่นได้ 8,721 ราย แต่บางหน่วยงานกลับขอยกเลิกใช้งาน

South China Morning Post ได้ออกมารายงานถึงระบบ AI สำหรับตรวจจับทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในจีน ที่เปิดใช้งานมาเป็นเวลากว่า 6 ปี และจับเจ้าหน้าที่ทุจริตได้ 8,721 ราย แต่ปัจจุบันนี้กลับมีบางหน่วยงานของจีนที่ประกาศขอเลิกใช้งานระบบดังกล่าว

Credit: ShutterStock.com

ระบบ AI ดังกล่าวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชั่นของจีนที่เรื้อรังมานาน โดยโครงการนี้ริเริ่มในปี 2012 ด้วยความร่วมมือระหว่าง Chinese Academy of Sciences และ Chinese Communist Party ซึ่งหนึ่งในนักวิจัยได้ออกมาเผยชื่อของระบบ AI นี้ว่า Zero Trust

Zero Trust นี้ทำงานโดยการวิเคราะห์ฐานข้อมูล Big Data ที่เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งส่วนของการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ, ครอบครัว และเพื่อนในจีน โดยนอกจากระบบจะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลปิดของหน่วยงานรัฐทั้งในระดับท้องถิ่นและส่วนกลางมากกว่า 150 ฐานข้อมูลได้แล้ว ก็ยังมีการตรวจสอบบัญชีการเงิน, การซื้อขายรถยนต์, การซื้อขายหรือโอนอสังหาริมทรัพย์, การสร้างหรือทุบทำลายบ้านหรืออาคาร ไปจนถึงภาพถ่ายดาวเทียม เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้มาใช้วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล, พฤติกรรมของบุคคล และแนวโน้มว่าเจ้าหน้าที่คนใดกำลังมีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายทุจริตหรือไม่ และทำการแจ้งเตือนเพื่อให้เกิดการสอบสวนต่อไป

โครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์แรกเริ่มเพื่อค้นหาแนวโน้มของเจ้าหน้าที่ที่อาจมีพฤติกรรมทุจริต และทำการยับยั้งก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย ซึ่งสุดท้ายแล้วหลังจากมีการสอบสวนรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นคนตัดสินในแต่ละกรณีไป ไม่ได้ให้ AI จัดการทั้งหมด แต่อาศัยข้อมูลกับการแจ้งเตือนของระบบเป็นส่วนประกอบเท่านั้น โดยระบบ Zero Trust ได้ถูกนำมาใช้ในเมืองและเขตเพียงแค่ 30 แห่ง ซึ่งนับเป็นเพียงแค่ 1% ของทั้งประเทศเท่านั้น แต่ระบบนี้ก็กลับสามารถจับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำทุจริตได้มากถึง 8,721 รายตั้งแต่ปี 2012 ที่ระบบเริ่มต้นใช้งานมา

อย่างไรก็ดี บางพื้นที่เองก็ได้เริ่มขอยกเลิกการใช้งานระบบดังกล่าว เพราะระบบนี้สร้างความตึงเครียดและกดดันในการทำงานและการใช้ชีวิตของเจ้าหน้าที่ภาครัฐเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่องความคลุมเครือว่าจริงๆ แล้วระบบ AI ดังกล่าวควรจะมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของเจ้าหน้าที่, ครอบครัว และเพื่อนมากถึงขนาดนั้นโดยไม่มีกฎหมายรับรองหรือไม่ อีกทั้งการตัดสินหรือแนะนำจากระบบ AI เองในหลายกรณีก็ไม่สามารถอธิบายถึงที่มาได้ เสมือนว่าระบบนั้นทำงานแบบ Black Box แบบเต็มตัว

จีนนั้นมีการนำ AI ไปใช้ช่วยงานภาครัฐอย่างหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ระบบเสมียน AI ที่ช่วยศาลอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินคดีความได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น, ระบบผู้ช่วย AI เพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ไปจนถึงระบบ AI ที่มีชื่อว่า 206 ที่เป็นผู้ช่วยนักกฎหมายในการบันทึกบทสนทนาหรือนำเสนอหลักฐานต่างๆ ที่กำลังถูกกล่าวถึงในศาลเพื่อให้การตัดสินเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น เป็นต้น

ที่มา: https://futurism.com/the-byte/china-ai-corruption, https://www.scmp.com/news/china/science/article/2184857/chinas-corruption-busting-ai-system-zero-trust-being-turned-being


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รายงานชี้มีช่องโหว่ 5.5% เท่านั้นที่ถูกใช้งานจริง

มีงานวิจัยที่ศึกษาถึงช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยระหว่างปี 2009 – 2018 ซึ่งพบว่าจากช่องโหว่ที่มีการค้นพบกว่า 76,000 รายการมีเพียง 4,183 รายการ เท่านั้นที่ถูกนำมาใช้จริงในการโจมตี

Sponsored Webinar: ยกระดับ PAM อย่างไรให้ตอบโจทย์ Audit และ Compliance

nForce Secure ร่วมกับ One Identity ขอเรียนเชิญผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่าย และผู้เชี่ยวชาญด้าน IT และ Security เข้าฟังบรรยายในหัวข้อเรื่อง “ยกระดับ PAM อย่างไรให้ตอบโจทย์ …