AWS Backup เปิดให้บริการใน Asia Pacific และ EU Regions แล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ประกาศเปิดให้บริการ AWS Backup ใน AWS Asia Pacific (Sydney) และ EU (Frankfurt) Region เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดตัวบริการนี้เป็นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนมกราคม

Credit: AWS

AWS Backup เป็นบริการสำหรับทำ Backup ข้อมูลที่อยู่ในบริการต่างๆของ AWS ไปจนถึงการ Backup จากระบบ On-premise โดยผู้ใช้งานสามารถบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง, ทำ Automate Backup Scheduling, กำหนด Retention policy และตรวจสอบการทำ Backup และ Restore ได้ ปัจจุบัน AWS Backup นั้นรองรับ Service ต่างๆของ AWS หลายตัว เช่น Amazon EBS volumes, Amazon RDS databases, Amazon DynamoDB tables, Amazon EFS file systems และ AWS Storage Gateway volumes

ล่าสุด AWS ได้เปิดบริการ AWS Backup เพิ่มในอีก Region อีก 2 แห่ง คือ Asia Pacific และ EU ทำให้ปัจจุบันมี Region ที่รองรับบริการนี้แล้วทั้งหมด 6 Region ได้แก่ US East (Northern Virginia), US East (Ohio), US West (Oregon), EU (Frankfurt), EU (Ireland) และ Asia Pacific (Sydney) ซึ่ง AWS Backup นั้นคิดค่าบริการตามพื้นที่การใช้งานจริง และไม่มีการเก็บค่าบริการขั้นต่ำ

ที่มา : https://aws.amazon.com/about-aws/whats-new/2019/04/introducing-aws-backup/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้