AWS เปิดตัว Graviton5 ชิปประมวลผลที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานที่สุด

AWS ประกาศเปิดตัว Graviton5 ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดที่มอบประสิทธิภาพสูงขึ้น 25% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า พร้อมรองรับ 192 cores ต่อชิปและ cache ขนาดใหญ่ขึ้น 5 เท่า

Credit: AWS

Graviton5 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ workloads บน Cloud ที่มีความซับซ้อนและต้องการ scale มากขึ้นเรื่อยๆ โดย Amazon EC2 M9g instances ที่ใช้ Graviton5 มาพร้อม CPU core density สูงสุดใน Amazon EC2 ที่ 192 cores ต่อชิป ซึ่งการออกแบบที่มีประสิทธิภาพนี้ช่วยลดระยะทางการส่งข้อมูลระหว่าง cores ทำให้ลด latency ในการสื่อสารระหว่าง cores ได้ถึง 33% พร้อมเพิ่ม bandwidth ให้สูงขึ้น เหมาะสำหรับ workloads ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง เช่น real-time gaming, high-performance databases, big data analytics และ Electronic Design Automation (EDA)

ในด้านสเปค Graviton5 มาพร้อม L3 cache ที่ใหญ่ขึ้น 5 เท่า โดยแต่ละ core สามารถเข้าถึง L3 cache ได้มากกว่า Graviton4 ถึง 2.6 เท่า ช่วยลดความล่าช้าในการรอข้อมูลและเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของ application นอกจากนี้ยังมี memory speed ที่เร็วขึ้น network bandwidth สูงขึ้น 15% และ Amazon EBS bandwidth สูงขึ้น 20% โดยเฉลี่ย สำหรับ instances ขนาดใหญ่สุดมี network bandwidth สูงขึ้นถึง 2 เท่า ในด้านความปลอดภัย Graviton5 ทำงานบน AWS Nitro System รุ่นที่ 6 และเปิดตัว Nitro Isolation Engine ที่ใช้ formal verification เพื่อรับประกันว่า workloads ถูกแยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์

ลูกค้ารายใหญ่หลายรายได้ทดสอบ Graviton5 แล้วพบผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ โดย Airbnb รายงานว่าประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 25% และ latency ดีขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ Graviton4 ขณะที่ Atlassian พบประสิทธิภาพสูงขึ้น 30% และ latency ลดลง 20% สำหรับ Jira นอกจากนี้ SAP รายงานว่า OLTP queries บน SAP HANA Cloud มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 35-60% ปัจจุบัน M9g instances เปิดให้ใช้งานในรูปแบบ preview แล้ว โดย C9g สำหรับ compute-intensive workloads และ R9g สำหรับ memory-intensive workloads มีกำหนดเปิดตัวในปี 2026

ที่มา: https://www.aboutamazon.com/news/aws/aws-graviton-5-cpu-amazon-ec2

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

แคสเปอร์สกี้ชี้ภัยคุกคามไซเบอร์ปัจจุบันเป็น AI-native อนาคตความปลอดภัยไซเบอร์จึงต้องขับเคลื่อนด้วย AI [PR]

แคสเปอร์สกี้ส่งสัญญาณเตือนเรื่องภัยคุกคามร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยได้กล่าวถึงช่องว่างในการมองเห็นภัยคุกคามที่กำลังเป็นปัญหาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และบทบาทของศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) ในยุค AI

Cloudflare OS คือพื้นที่ทำงานด้วย AI แห่งแรกที่สร้างขึ้นโดยคำนึงถึงวิธีการทำงานจริงของบริษัทต่าง ๆ [PR]

Cloudflare, Inc. บริษัทระบบคลาวด์เพื่อความสามารถในการเชื่อมต่อชั้นนำ ประกาศในวันนี้ว่าจะเปิดตัว Cloudflare OS ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานด้วย AI แบบโอเพนซอร์สที่ทำงานบนเครือข่ายทั่วโลกของ Cloudflare โดย Cloudflare OS จะมอบพื้นที่ทำงานที่ปลอดภัยพร้อมเครื่องมือ AI …