ผ่านไป 1 เดือน Cloudflare DNS 1.1.1.1 ครองตลาดแล้วถึง 4%

หลังจากที่ Cloudflare เปิดให้บริการ DNS 1.1.1.1 ความเร็วสูง ที่เน้นความเป็นส่วนบุคคล เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ให้บริการมาครบ 1 เดือนแล้ว พบว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกหันมาใช้บริการมากถึงเกือบ 4% ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 บริการ DNS ที่มีผู้ใช้มากที่สุด

จากผลสำรวจของ CUJO AI พบว่า บริการ DNS 1.1.1.1 ของ Cloudflare มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเดือนเมษายนที่ผ่านมา ครองส่วนแบ่งของบริการ DNS เกือบ 4% ติด 1 ใน 5 ของบริการ DNS ที่มีผู้ใช้มากที่สุด แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกมีความใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนบุคคล (Privacy) มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการเว็บเบราเซอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวนมากพยายามผลักดันให้เข้ารหัสทราฟฟิกโดยใช้ HTTP เพื่อความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนบุคคล แต่ IP ของผู้ใช้และทราฟฟิก DNS ยังคงไม่มีการเข้ารหัสอยู่ดี Cloudflare และผู้ให้บริการรายอื่นอย่าง OpenDNS, Google Public DNS และ Quad9 จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยเข้ารหัสข้อมูลดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่สามจะไม่สามารถสอดส่องได้ว่าผู้ใช้กำลังเข้าถึงเว็บไซต์อะไรอยู่

ถึงแม้ว่าทราฟฟิก DNS ที่ถูกเข้ารหัสจะยังคงมีจำนวนน้อย แต่เรากำลังจะได้เห็นแนวโน้มนี้บนอุปกรณ์ Endpoint มากขึ้น จากสิ่งที่เรียกว่า DNS-over-TLS ซึ่งทั้ง Apple และ Google ต่างวางแผนที่จะทำให้ Apple iOS และ Android ต่างรองรับการใช้งานดังกล่าว เพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนบุคคล

ที่มา: https://www.helpnetsecurity.com/2018/05/02/dns-encryption-tools-accelerate-privacy-online/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้