รายงานชี้ ปี 2030 ผู้คนกว่า 400 ล้านคนจะใช้รถยนตร์ขับขี่อัตโนมัติร่วมกัน

จากปัจจุบันนี้ที่มีบริการสำหรับการเดินทางให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Zipcar ที่มีรถยนต์ให้เช่าใช้ร่วมกันได้ง่ายๆ ตามที่จอดทั่วเมืองอเมริกา หรือ Uber ที่สามารถเรียกรถยนต์ซึ่งเป็นรถส่วนตัวของผู้อื่นมาขับพาเราไปที่ไหนๆ แต่ในอนาคตจะเป็นโลกของการแบ่งปันรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติ หรือ Robotic Car Sharing แทน

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ABI Research ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายงานว่าในปี 2030 ธุรกิจ Robotic Car Sharing นี้จะเติบโตจนมีลูกค้าทั่วโลกถึงกว่า 400 ล้านราย ซึ่ง Robotic Car Sharing นี้จะเป็นรูปแบบสุดท้ายของธุรกิจแบบ Car Sharing ในอนาคต

สำหรับรายงานฉบับเต็ม สามารถอ่านได้ที่ https://www.abiresearch.com/market-research/service/safety-and-security-telematics/ และ https://www.abiresearch.com/market-research/service/intelligent-transportation-systems/ ทันที

ที่มา: http://www.arnnet.com.au/article/595884/400m-people-will-rely-robotic-car-sharing-by-2030/ , https://www.abiresearch.com/press/new-car-sharing-economy-disrupts-automotive-indust/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม

วิกฤต AI แย่งงานมนุษย์ยังไม่เกิด เหตุตลาดแรงงานสหรัฐฯ ได้อานิสงส์ AI Boom จนสร้างงานใหม่สุทธิทะลุ 1 ล้านตำแหน่ง

กระแสความวิตกกังวลว่า AI จะเข้ามาแย่งงานจนเกิดวิกฤตแรงงานตกงานจำนวนมากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพราะเมื่อมีข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐอเมริกาชี้ชัดว่า การขยายตัวของเทคโนโลยี AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่มากกว่าจำนวนการเลิกจ้างอย่างมีนัยสำคัญ หรือคิดเป็นตัวเลขกว่า 1 ล้านตำแหน่ง