Google ได้ประกาศแยกการดำเนินงานของฝ่ายพัฒนารถยนต์ไร้คนขับหรือ Self-Driving Car ออกมาเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีชื่อบริษัทว่า Waymo และจะกลายเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของ Alphabet ไป
ชื่อ Waymo นี้มาจากเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการค้นหาวิธีการใหม่ในการเดินทาง หรือ “A new way forward in mobility” และได้แต่งตั้งให้ John Krafcik นั้นดำรงตำแหน่ง CEO เพื่อบริหารจัดการ Waymo ต่อไป
ก่อนหน้านี้ทีม Waymo ได้เคยทดสอบการขับขี่ของรถยนต์ไร้คนขับนี้อย่างเต็มรูปแบบมาแล้ว โดยให้ Steve Mahan ผู้บกพร่องทางสายตาซึ่งเป็นเพื่อนกับวิศวกรในทีม Waymo คนหนึ่งอย่าง Nathaniel Fairfield ได้นั่งบนรถยนต์ไร้คนขับนี้คนเดียวเพื่อเดินทางบนถนนสาธารณะที่มีรถยนต์คันอื่นวิ่งอยู่ด้วยในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ซึ่งทาง Steve Mahan ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าความรู้สึกของเขาในตอนนั้นเหมือนกับการได้เป็นนักบินอวกาศเลยทีเดียว และเขาก็ได้ตั้งชื่อให้กับตัวเขาเองว่า “rider 1”
อย่างไรก็ดี หลังจากนี้ทาง Waymo เองก็มีงานที่ต้องทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาแผนที่ให้ดีขึ้น, การทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายในขณะขับขี่, การปรับปรุงระบบนำทางเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในสภาพอากาศที่เลวร้าย เช่น ฝนตกหนัก หรือพายุโหมกระหน่ำ เพื่อให้เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับนี้สามารถถูกนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การโดยสารสาธารณะ, การขนส่งทางธุรกิจ, การโดยสารแบบแบ่งปันที่นั่งในเส้นทางเดียวกัน และอื่นๆ อีกมากมาย
Waymo จะมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับเป็นหลักเท่านั้น โดยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะสร้างรถยนต์ยี่ห้อใหม่ขึ้นมา และทาง Waymo เองก็จะจับมือกับเหล่าผู้ผลิตรถยนต์จากค่ายต่างๆ ในฐานะของพาร์ทเนอร์ เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์เหล่านั้นได้นำเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับจาก Waymo ไปใช้ โดยหนึ่งในพาร์ทเนอร์รายแรกๆ นั้นก็คือ Chrysler Pacifica ที่จะได้ผลิตรถยนต์ไร้คนขับในระดับทดลองด้วยกันถึง 100 คันเพื่อทำการทดสอบใช้งานนั่นเอง
ที่มา: https://techcrunch.com/2016/12/13/googles-self-driving-car-unit-spins-out-as-waymo/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







