4 ขั้นตอนปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ลดโอกาสเสี่ยงที่จะถูกปรับหรือจำคุกจากพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยโซลูชันจาก Thales

ในพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้มีการระบุถึงการลงโทษในกรณีต่างๆ ที่เกิดการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ นั้นเกิดการตื่นตัวต่อประเด็นด้านการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า, คู่ค้า และพนักงานมากยิ่งขึ้น

เพื่อให้ธุรกิจองค์กรไทยสามารถปรับตัวรับกับข้อกำหนดในพรบ. ดังกล่าวนี้ได้ดียิ่งขึ้น Thales ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Data Security และ Data Privacy จึงได้สรุปถึง 4 แนวทางด้าน Data Security ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเอาไว้ เพื่อให้ธุรกิจนำไปศึกษาและประยุกต์ใช้งานได้อย่างง่ายดาย

ดาวน์โหลดเอกสารสรุปประเด็นข้อกฎหมายและแนวทางรับมือ PDPA สำหรับธุรกิจองค์กรจาก Thales

เอกสารฉบับนี้มีชื่อว่า Thailand’s Personal Data Protection Act and What it Means for Your Business โดยมีความยาวด้วยกันทั้งสิ้น 28 หน้า เนื้อหาครอบคลุมประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ที่มาของกฎหมาย
  • นิยามของคำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
  • ลำดับเวลาในการบังคับใช้กฎหมาย
  • ความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังบังคับใช้กฎหมาย
  • รายละเอียดของแต่ละมาตราที่สำคัญ
  • บทลงโทษ
  • แนวทางที่ธุรกิจองค์กรต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของข้อกฎหมาย
  • โซลูชันด้าน Data Security ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลดเอกสารได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://www6.thalesgroup.com/thailand-personal-data-protection-act-ebook

ละเมิดพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อาจเผชิญทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ

โทษของการละเมิดพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถือว่าร้ายแรงไม่น้อย เพราะไม่ว่าการละเมิดนั้นจะเกิดขึ้นในแง่มุมของบุคคล, Data Processor หรือ Data Controller นั้น ก็อาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกและโทษปรับได้ทั้งสิ้น โดยสำหรับโทษจำคุกนั้นก็มีตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 1 ปี ในขณะที่โทษปรับนั้นก็มีตั้งแต่ 500,000 บาท, 1,000,000 บาท, 3,000,000 บาท ไปจนถึง 5,000,000 บาทเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับความผิดที่ได้ก่อในแต่ละส่วน

ด้วยโทษที่รุนแรงถึงระดับนี้ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักว่าทำไมในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประเด็นของพรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงได้รับความสนใจสูงเป็นอย่างมากในกลุ่มธุรกิจองค์กร

อย่างไรก็ดี ในมุมของธุรกิจองค์กรนั้นก็สามารถลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหล หรือธุรกิจจะถูกปรับจากการที่ไม่ได้พยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่ควรได้ เพราะในมุมของกฎหมายนั้น หากธุรกิจได้พยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต้องมีการใช้งานแล้ว และได้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลขึ้นมา ธุรกิจนั้นก็อาจถือว่าอยู่ในสถานะของเหยื่อของภัยคุกคามหรือการโจมตีที่เกิดได้ ต่างจากธุรกิจที่ไม่ได้มีการพยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลแต่อย่างใด ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในผู้กระทำผิดในประเด็นดังกล่าวได้

4 ขั้นตอน Data Security ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลภายในธุรกิจองค์กร

Thales ได้แบ่งขั้นตอนในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้วยเทคโนโลยี Data Security ออกเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่

1. ทำการค้นหาว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลใดถูกจัดเก็บหรือรับส่งอยู่ที่ส่วนใดขององค์กรบ้าง

ขั้นตอนแรกสุดนั้นก็คือการสำรวจตนเองก่อน ว่าที่ผ่านมานั้นมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือ Sensitive Data อยู่ที่ส่วนใด, ขั้นตอนใด และกระบวนการใดในการทำธุรกิจบ้าง รวมถึงมีช่องทางการรับส่งข้อมูลเหล่านี้อย่างไร เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีความมั่นคงปลอดภัยมากยิ่งขึ้นได้ และนำแนวทางที่เหมาะสมมาใช้ในการปกป้องและควบคุมการใช้งานหรือเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น

ในเชิงของเทคโนโลยี ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านี้อาจถูกจัดเก็บอยู่ภายในฐานข้อมูล, จัดเก็บอยู่ในส่วนต่างๆ ของระบบ Server, จัดเก็บอยู่ในรูปของไฟล์บน Server หรือระบบ File Sharing หรือระบบ Cloud หรือแม้แต่บนอุปกรณ์ที่พนักงานและผู้บรริหารใช้ทำงาน, ถูกจัดเก็บอยู่ภายในระบบสำรองข้อมูล ไปจนถึงอื่นๆ ได้ ในขณะที่การรับส่งข้อมูลเหล่านี้ก็อาจเกิดขึ้นผ่าน Email. File Sharing, Network ที่ไม่ได้มีการเข้ารหัส หรือแม้แต่อุปกรณ์ USB ก็เป็นได้

การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมในการช่วยตรวจสอบค้นหาข้อมูลส่วนบุคคลหรือ Sensitive Data ที่กระจัดกระจายอยู่เหล่านี้เพื่อจัดทำรายงาน และทำการสำรวจซ้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลออกมาในช่องทางหรือวิธีการที่คาดไม่ถึงนั้น ถือเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการใช้งานเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างซับซ้อน

2. ทำการเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้น

เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลหรือ Sensitive Data เหล่านี้จะถูกเข้าถึงหรือใช้งานได้โดยผู้ที่มีสิทธิ์เท่านั้น การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในระดับของ File, Application, Database, Disk, VM และ Network นั้นถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยปกป้องข้อมูลได้เป็นอย่างดี โดยต้องเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้งาน และสามารถปกป้องไม่ให้ข้อมูลถูกถอดรหัสได้ง่ายหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล

3. บริหารจัดการจัดเก็บกุญแจเข้ารหัสให้มั่นคงปลอดภัย

ในการใช้เทคนิคการเข้ารหัสข้อมูลนั้น อีกปัจจัยที่สำคัญเพื่อให้กระบวนการเหล่านี้ยังคงมีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือได้นั้น ก็คือการปกป้องกุญแจที่ใช้เข้ารหัสหรือถอดรหัสข้อมูลให้มีความมั่นคงปลอดภัย ไม่ให้กุญแจเหล่านี้ถูกเข้าถึงหรือรั่วไหลไปยังผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องหรือผู้ประสงค์ร้ายได้นั่นเอง

ในการจัดการกับกุญแจเข้ารหัสที่ดีนั้น จะต้องครอบคลุมถึงการนำกุญแจเข้ารหัสมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ, พื้นที่และกระบวนการจัดเก็บกุญแจเข้ารหัสที่มั่นคงปลอดภัย, การบริหารจัดการ Lifecycle ของกุญแจเข้ารหัส และการจัดการทรัพยากรส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน

4. กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลและระบบต่างๆ อย่างรัดกุม

สุดท้ายแล้วการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลหรือระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้สามารถควบคุมและติดตามได้นั้นก็ถือเป็นขั้นตอนที่จะทำให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือหากมีการละเมิดเกิดขึ้นจริงก็สามารถตรวจพบและติดตามได้อย่างทันท่วงทีพร้อมมีหลักฐานสำหรับใช้งานในชั้นศาลได้

ในการดำเนินการ 4 ขั้นตอนนี้ ธุรกิจองค์กรมีทางเลือกของวิธีการและเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดยสำหรับธุรกิจองค์กรที่มองหาเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจเพื่อนำมาใช้ในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการใช้งานภายในองค์กร Thales ก็พร้อมจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี Data Security และ Data Privacy ในระดับโลก

สนใจติดต่อทีมงาน Thales ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชันของ Thales สามารถติดต่อทีมงาน Thales ได้ทันทีที่ Email cpl.apacsales@thalesgroup.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://cpl.thalesgroup.com/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ