WhaTap เปิดตัวภูมิภาคกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ รองรับ PDPA ของไทย และยกระดับประสิทธิภาพการมอนิเตอร์ระบบภายในประเทศ

รองรับการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศ ตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐในไทย ส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและเสถียรผ่าน AWS Private Link พร้อมรองรับทั้งระบบ On-Premises และ Cloud อย่างยืดหยุ่น

WhaTap Labs Inc. บริษัทชั้นนำด้านระบบมอนิเตอร์แบบครบวงจร ประกาศเปิดตัวภูมิภาคใหม่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ การขยายภูมิภาคครั้งนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการตอบสนองข้อกำหนดด้านการเก็บข้อมูลภายในประเทศตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย (PDPA) พร้อมยกระดับความเสถียรและความมั่นคงปลอดภัยในการมอนิเตอร์ระบบสำหรับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานรัฐ

PDPA ของไทยกำหนดให้การส่งข้อมูลส่วนบุคคลออกนอกประเทศต้องผ่านการควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้ความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ภูมิภาคกรุงเทพฯ ของ WhaTap จึงได้รับการออกแบบให้สามารถ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลภายในประเทศได้อย่างสมบูรณ์ ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบสูง เช่น สถาบันการเงินและหน่วยงานราชการ

ด้วยการเปิดตัวภูมิภาคใหม่นี้ WhaTap ไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับข้อกำหนดด้านกฎหมาย แต่ยังสามารถให้บริการที่ มีความหน่วงต่ำและความพร้อมใช้งานสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าที่ใช้บริการ AWS สามารถใช้งาน AWS Private Link เพื่อส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายส่วนตัวโดยไม่ต้องผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะ ช่วยเสริมความมั่นคงปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

WhaTap ยังมีสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่น รองรับทั้งระบบ On-Premises และ Cloud จึงสามารถให้บริการที่ครอบคลุมไม่ว่าจะใช้งานในสภาพแวดล้อมแบบใด ด้วยความสามารถในการทำงานร่วมกับระบบที่หลากหลาย WhaTap จึงมีความพร้อมในการรองรับความต้องการขององค์กรในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม การเงิน และอีคอมเมิร์ซ

การขยายตัวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ Multi-Region ระดับโลก ของ WhaTap ซึ่งมุ่งเน้นการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ

นายโจเซฟ พัค หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระดับโลกของ WhaTap Labs กล่าวว่า “การเปิดตัวภูมิภาคกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ WhaTap ในการเคารพอธิปไตยด้านข้อมูลของลูกค้า และปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด เราจะยังคงยกระดับความเชื่อมั่นด้านเทคโนโลยีและความสามารถในการรองรับข้อกำหนดต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าในไทยสามารถใช้งานระบบมอนิเตอร์ที่มั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพได้อย่างมั่นใจ”

ในอนาคต WhaTap มีแผนขยายภูมิภาคเพิ่มเติมในเอเชียอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในความรับผิดชอบด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานดิจิทัลของลูกค้าอย่างยั่งยืน

WhaTap Labs Inc. ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2558 เป็นผู้นำระดับโลกด้านบริการ IT Monitoring & Observability แบบบูรณาการ บริษัทนำเสนอแพลตฟอร์มการสังเกตการณ์ที่ครอบคลุมในรูปแบบ SaaS ซึ่งรองรับสภาพแวดล้อม IT ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ แอปพลิเคชัน ฐานข้อมูล Container และ Kubernetes

WhaTap ช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถบรรลุ “True Observability” ผ่านแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับประสิทธิภาพของระบบ และอัตราความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐาน IT

ด้วยความมุ่งมั่นในด้านความง่ายต่อการใช้งาน ความมั่นคงปลอดภัย และประสิทธิภาพในการดำเนินงาน WhaTap จึงช่วยให้นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบ IT ทั่วโลกสามารถบริหารจัดการระบบของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีลูกค้ากว่า 1,200 รายจากหลากหลายอุตสาหกรรมในหลายประเทศทั่วโลกที่ไว้วางใจเลือกใช้แพลตฟอร์มของ WhaTap

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.whatap.io/en

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

MiniMax ผู้พัฒนาโมเดล AI โอเพนซอร์ส ระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์

MiniMax กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาปัญญาประดิษฐ์จากนครเซี่ยงไฮ้ กำลังระดมทุนมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ โดยสำนักข่าว Bloomberg รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า คาดว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนจะมาจากการจำหน่ายหุ้นที่ออกใหม่ ทั้งนี้ รายงานระบุว่า บริษัทจะระดมทุนส่วนที่เหลือโดยการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่นักลงทุนสามารถเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญได้

Apple ร้องศาล OpenAI ขโมยทรัพย์สินทางปัญญา

Apple ได้ยื่นฟ้อง OpenAI โดยกล่าวหาว่าบริษัทได้ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคของตน