Coralogix ประกาศนี้ว่าบริษัทสามารถระดมทุนในระยะท้ายได้มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ยกระดับแพลตฟอร์มสังเกตการณ์ (Observability) ของตน

Advent, CPPIB และ Greenfield เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบ Series F นี้ โดยมี Brighton Park Capital เข้าร่วมด้วย ซึ่งสำนักข่าว TechCrunch รายงานว่าการลงทุนในครั้งนี้ส่งผลให้มูลค่าประเมินของบริษัท Coralogix พุ่งสูงถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ โดยการอัดฉีดเงินทุนนี้เกิดขึ้นหลังจากปีที่บริษัทมีรายได้เติบโตมากกว่า 60%
Coralogix ให้บริการแพลตฟอร์มสังเกตการณ์บนคลาวด์ ซึ่งทำหน้าที่รองรับและประมวลผลข้อมูลในปริมาณมากกว่า 8 เพตาไบต์ต่อวันให้แก่ลูกค้ากว่า 5,000 ราย ซอฟต์แวร์นี้จะรวบรวมข้อมูลเทเลเมทรีจากแอปพลิเคชัน อินสแตนซ์คลาวด์ รวมถึงสินทรัพย์ทางเทคโนโลยีอื่น ๆ แล้วแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยู่ในรูปแบบแผนภาพที่มองเห็นภาพได้ชัดเจนเพื่อให้วิศวกรสามารถใช้ในการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทได้อย่างแม่นยำ
ตามปกติแล้ว ชุดข้อมูลขนาดใหญ่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การจัดทำดัชนี” ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการประมวลผลได้ เวิร์กโฟลว์นี้จะสร้างดัชนีซึ่งทำหน้าที่เป็นทางลัดที่ช่วยเร่งความเร็วในการสืบค้นข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการจัดทำดัชนีเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น ซึ่งมักต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความล่าช้าก่อนที่จะเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลเทเลเมทรีได้
แพลตฟอร์มของ Coralogix ได้นำเทคโนโลยีที่เรียกว่า Streama เข้ามาแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าวเพื่อตัดความจำเป็นในการจัดทำดัชนีออกไป ช่วยให้ลูกค้าสามารถเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลเทเลเมทรีได้แทบจะในทันทีหลังจากที่รวบรวมข้อมูลมา ส่งผลให้สามารถวินิจฉัยปัญหาทางเทคนิคได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Coralogix ยังข้ามขั้นตอนอื่น ๆ อีกหลายขั้นตอนที่มักจะเกี่ยวข้องกับเวิร์กโฟลว์การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเดิม
ลูกค้าสามารถสืบค้นข้อมูลเทเลเมทรีของตนเองได้โดยใช้ไวยากรณ์มาตรฐานในอุตสาหกรรมอย่างภาษา SQL หรือใช้ภาษาเฉพาะของบริษัทอย่าง DataPrime ซึ่ง Coralogix ระบุว่าเทคโนโลยีหลังนี้จะให้ความเร็วที่เหนือกว่าเนื่องจากได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับสถาปัตยกรรมแพลตฟอร์มสังเกตการณ์ของตนเองโดยเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้น DataPrime ยังช่วยลดความยุ่งยากให้แก่ผู้ใช้ในการสร้างสกีมา ซึ่งเป็นไฟล์ที่ใช้กำหนดรูปแบบของข้อมูลที่กำลังถูกประมวลผลอีกด้วย
การจัดเก็บล็อกข้อมูลการสังเกตการณ์ไว้เป็นระยะเวลานานมักมีค่าใช้จ่ายที่สูง ด้วยเหตุนี้ หลายบริษัทจึงจำเป็นต้องลบข้อมูลเทเลเมทรีทิ้งเป็นระยะ ซึ่งเป็นการจำกัดขีดความสามารถในการมองเห็นเหตุการณ์ทางเทคนิคในอดีต รวมถึงแนวโน้มพฤติกรรมของระบบในระยะยาว Coralogix จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บข้อมูลเทเลเมทรีไว้ในถังข้อมูล Amazon S3 ที่มีต้นทุนต่ำได้
เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ชื่อ Olly เข้ามาในแพลตฟอร์ม ซึ่งเครื่องมือนี้ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถวิเคราะห์ปัญหาทางเทคนิคได้ด้วยการใช้คำสั่งภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ บริษัทต่าง ๆ ยังสามารถเชื่อมต่อเอเจนต์ AI ที่ปรับแต่งเองเข้ากับแพลตฟอร์มผ่านเซิร์ฟเวอร์ MCP ที่ Coralogix เปิดตัวในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับ Olly ได้อีกด้วย
“วิศวกรไม่ได้เป็นผู้ใช้งานข้อมูลสังเกตการณ์เพียงกลุ่มเดียวอีกต่อไป” Ariel Assaraf ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว “ระบบ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในฐานะผู้ร่วมดำเนินงานด้วยเช่นกัน เงินทุนในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว และสร้างเลเยอร์ระบบอัจฉริยะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการบนระบบจริงในยุคต่อไป”
นอกจากนี้ มีรายงานว่า Coralogix วางแผนที่จะสร้างฟีเจอร์ใหม่ ๆ ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ควบคู่ไปกับการขยายขยายฐานการดำเนินงานในระดับสากลเพิ่มเติม
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/03/observability-provider-coralogix-nabs-200m-investment/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







