SambaNova ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

General Atlantic เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบ Series F ครั้งนี้ โดยมีผู้เข้าร่วมสมทบทุนอีกกว่าสิบราย ซึ่งรวมถึง Intel Capital, Vista Equity Partners และ JPMorgan Chase โดยการลงทุนรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เพิ่งมีการระดมทุนไป 350 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
SambaNova ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เรือธงซึ่งเป็นชิปอินเฟอเรนซ์ที่มีชื่อว่า SN50 ควบคู่ไปกับการระดมทุนในเดือนกุมภาพันธ์ โดยทางบริษัทระบุว่าตัวเร่งความเร็วนี้สามารถรองรับทรูพุตได้มากกว่าการ์ดจอ B200 ของ Nvidia ถึงสามเท่า และมีความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่าถึง 5 เท่า
โมเดล AI สร้างคำตอบสำหรับคำสั่งต่าง ๆ ผ่านกระบวนการทำงานซ้ำ ๆ โดยชุดของโครงข่ายประสาทเทียมจะวิเคราะห์คำสั่งของผู้ใช้ สร้างคำตอบเบื้องต้นและบันทึกผลลัพธ์ลงในหน่วยความจำ จากนั้นโครงข่ายประสาทเทียมชุดที่สองจะดึงคำตอบเบื้องต้นนั้นมาปรับปรุงและบันทึกผลลัพธ์กลับลงใน RAM ซึ่งเวิร์กโฟลว์นี้จะถูกทำซ้ำ ๆ หลายครั้งจนกว่า AI จะได้คำตอบที่สมบูรณ์
การเคลื่อนย้ายข้อมูลไปมาระหว่างหน่วยความจำอย่างต่อเนื่องเป็นสาเหตุหลักที่ใช้เวลามากที่สุดในการสร้างคำตอบตามคำสั่ง โดย SambaNova ระบุว่าประสิทธิภาพของ SN50 เป็นผลมาจากสถาปัตยกรรมที่ช่วยเร่งความเร็วทราฟฟิกข้อมูลบนชิป
SN50 ประกอบด้วยโมดูลหลายสิบชุดที่เรียกว่า Tile ซึ่งแต่ละชุดจะรวมวงจรประมวลผลเข้ากับหน่วยความจำ SRAM ความเร็วสูง การที่หน่วยความจำอยู่ใกล้กับวงจรประมวลผลช่วยลดระยะเวลาที่ข้อมูลต้องเดินทางระหว่างกัน ซึ่งจะช่วยเร่งความเร็วในการทำอินเฟอเรนซ์ให้เร็วขึ้น เมื่อโมดูลหนึ่งคำนวณงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้น ก็จะส่งผลลัพธ์ไปยังโมดูลถัดไปเพื่อประมวลผลเพิ่มเติม
หน่วยความจำ SRAM ใน Tile ของ SN50 เป็นหนึ่งใน RAM สามประเภทที่ใช้ในชิปตัวนี้
SambaNova ระบุว่า SN50 มาพร้อมกับหน่วยความจำ HBM ที่สามารถจัดเก็บค่าพารามิเตอร์น้ำหนัก และ KV cache ของโมเดล AI ที่กำลังทำงานอยู่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการประมวลผลเพื่อตอบคำสั่งต่าง ๆ นอกจากนี้ SN50 ยังมีโมดูล DRAM ที่ช่วยให้สามารถเก็บโครงข่ายประสาทเทียมที่ไม่ได้ใช้งานอยู่ได้หลายชุด หากแอปพลิเคชันต้องการสลับโมเดล AI ที่ใช้ในการประมวลผลคำสั่ง ชิปตัวนี้สามารถโหลดโครงข่ายประสาทเทียมจาก DRAM ไปยัง HBM ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่มิลลิวินาที
SambaNova ส่งมอบ SN50 ในรูปแบบเครื่องเซิร์ฟเวอร์แบบ 16 ชิปที่เรียกว่า SambaRack SN50 โดยระบบนี้ใช้พลังงานประมาณ 20 วัตต์ ซึ่งหมายความว่ามีการปล่อยความร้อนออกมาในระดับที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ระบบนี้สามารถใช้เครื่องมือระบายความร้อนด้วยอากาศมาตรฐานได้ แทนที่จะต้องพึ่งพาระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่ซับซ้อนเหมือนกับที่เซิร์ฟเวอร์การ์ดจอประสิทธิภาพสูงหลายรุ่นต้องการ
JPMorgan ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนรอบล่าสุดของ SambaNova ประกาศแผนว่าจะนำ SN50 ไปใช้งาน รวมถึงตั้งใจจะใช้ชิป SN40 รุ่นก่อนหน้าของบริษัทด้วย โดยทางธนาคารจะบูรณาการโปรเซสเซอร์เหล่านี้เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเฟอเรนซ์ภายในองค์กรของตนเอง
SambaNova จะใช้เงินทุนที่ได้รับจากการระดมทุนรอบนี้เพื่อยกระดับกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิป การออกแบบแร็ค และซอฟต์แวร์ของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนที่จะเร่งกลยุทธ์การทำตลาดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/07/08/inference-chip-startup-sambanova-valued-11b-1b-funding-round/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









