Breaking News

3 ปัจจัยสำคัญในการเลือกผู้ให้บริการด้านระบบ ICT สำหรับธุรกิจ โดยคุณรวิศ หาญอุตสาหะ

ทาง CSL ได้เชิญทีมงาน TechTalkThai ไปสัมภาษณ์คุณรวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของบริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ถึงประเด็นทางด้านประสบการณ์ในการเลือกผู้ให้บริการด้าน ICT ของทางศรีจันทร์สหโอสถ ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จากเดิมที่อาจเคยต้องมีการพิจารณาด้านราคาเป็นหลัก แต่ทุกวันนี้คุณรวิศได้สรุปออกมาเป็น 3 ปัจจัยหลักที่ศรีจันทร์สหโอสถใช้ในการคัดเลือกผู้ให้บริการ ICT ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอสรุปเนื้อหาการพูดคุยให้ผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกันดังนี้

เมื่อข้อมูลคือหัวใจสำคัญของธุรกิจความงาม ระบบ IT จึงทวีความสำคัญขึ้นเป็นเงาตามตัว

ถึงแม้ทุกคนจะคุ้นเคยกับชื่อของศรีจันทร์สหโอสถในฐานะของผู้ผลิตสินค้าทางด้านความงามและเครื่องสำอางที่อยู่คู่เมืองไทยกันมาอย่างยาวนาน โดยมีคุณรวิศเป็นหัวเรือสำคัญในการรีแบรนด์และปรับปรุงธุรกิจครั้งใหญ่จนเติบโตและมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่หากคุยภาพของอนาคตกันแล้ว ศรีจันทร์สหโอสถกำลังอยู่ในช่วงของการ Transform ตนเองไปสู่การเป็น Data-Driven Business อย่างเต็มตัว

คุณรวิศได้ขยายความถึงภาพในอนาคตของศรีจันทร์สหโอสถ ว่าข้อมูลจะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนธุรกิจในทุกภาคส่วน เนื่องจากในธุรกิจนี้การทำความเข้าใจลูกค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ และการที่ธุรกิจจะเข้าใจลูกค้าได้ดี ข้อมูลนั้นก็คือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย

แน่นอนว่าการที่ภาคธุรกิจจะสามารถสร้างข้อมูลของลูกค้าขึ้นมาและนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ธุรกิจจะต้องมีระบบ IT Infrastructure ที่มั่นคง และมีเทคโนโลยีทางด้าน IT ที่ตอบโจทย์การนำข้อมูลไปใช้งานได้เป็นอย่างดี สองสิ่งนี้เองที่จะช่วยให้การสร้างสรรค์นวัตกรรมทั้งในเชิงของ IT และผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จได้ ซึ่งในมุมของศรีจันทร์เองนี้ การรวบรวมข้อมูลจากลูกค้ามาทำการวิเคราะห์เพื่อความเข้าใจ และการสร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมาตอบโจทย์ความต้องการนั้น คือทิศทางของนวัตกรรมที่ศรีจันทร์ให้ความสำคัญนั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ การคัดเลือกผู้ให้บริการ ICT นั้นจึงถือเป็นอีกหัวใจสำคัญของศรีจันทร์สหโอสถ เนื่องจากภายในทีมงานของศรีจันทร์สหโอสถเองนั้นก็มีทีมงานขนาดไม่ใหญ่ และในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ นั้นก็ต้องอาศัยทีมงานทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน งานด้านการดูแลระบบ ICT ทั้งหมดจึงถูก Outsource ออกไปยังผู้ให้บริการ การคัดเลือกผู้ให้บริการที่ดี จึงจะทำให้ศรีจันทร์สหโอสถสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ

3 ปัจจัยหลักที่ศรีจันทร์สหโอสถใช้ในการคัดเลือกผู้ให้บริการ ICT

สำหรับ 3 ปัจจัยหลักที่คุณรวิศใช้ที่ศรีจันทร์สหโอสถในการเลือกผู้ให้บริการ ICT ที่จะมาให้บริการระบบงานสำคัญต่างๆ หรือแม้แต่ระบบ IT Infrastructure พื้นฐานสำหรับธุรกิจ มีดังนี้

1. ความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ

เนื่องจากทุกวันนี้ระบบ Application และข้อมูลนั้นมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้นกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก ดังนั้นความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการนั้นถือเป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งที่จะทำให้มั่นใจได้ว่า Application หรือข้อมูลสำคัญเหล่านี้จะไม่สูญหายไป หรือหากเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ผู้ให้บริการรายที่เลือกมาก็จะสามารถแก้ไขปัญหาและทำให้ระบบหรือข้อมูลเหล่านั้นกลับมาใช้งานได้

ปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือนี้ ก็สามารถวัดได้จากทั้งชื่อเสียง, อายุ, ผลงาน, ประสบการณ์ และการเข้ามาพูดคุยให้คำปรึกษาเบื้องต้น รวมถึงการทดสอบบริการก่อนใช้งานจริงว่าสามารถทำได้อย่างที่สัญญาเอาไว้หรือไม่ ก็จะช่วยให้การคัดเลือกผู้บริการรายที่มีความน่าเชื่อถือนั้นเป็นไปปได้อย่างมั่นใจ

2. การให้บริการที่มากกว่าเพียงแค่เชิงเทคนิค

ในมุมของศรีจันทร์สหโอสถที่ธุรกิจนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วและไม่ได้มีความชำนาญทางด้าน IT มากมายนัก การเลือกผู้ให้บริการด้านระบบ ICT ที่ดีนั้น ผู้ให้บริการนั้นไม่เพียงแต่จะต้องช่วยเหลือในประเด็นทางด้านเทคนิคได้ แต่ต้องสามารถสื่อสารเชิงธุรกิจกับคนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้ได้เป็นอย่างดี เพื่อให้การทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างราบรื่นที่สุดด้วย

คุณรวิศได้ยกตัวอย่างถึงกรณีนี้ว่าอย่างเช่น หากเกิดปัญหาใดๆ ในระบบ ICT ที่ลงทุนหรือเลือกเข้ามาใช้งาน ผู้ให้บริการควรอธิบายในภาษาที่ผู้บริหารหรือผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องกับระบบนั้นๆ สามารถเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง หรือในการวางแผนขยายระบบใหม่ๆ ผู้ให้บริการ ICT ก็ควรที่จะอธิบายทางเลือกต่างๆ และข้อดีข้อเสียในมุมที่คนซึ่งไม่ใช่สาย IT ยังคงเข้าใจได้ชัดเจน

ประเด็นนี้ถือว่าสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้ที่การแข่งขันของธุรกิจในแต่ละอุตสาหกรรมนั้นเกิดขึ้นทางด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก การที่ผู้ให้บริการ ICT จะเข้ามาช่วยสื่อสารให้ทุกการตัดสินใจด้านเทคโนโลยีนั้นมีข้อมูลประกอบเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำและถูกต้องมากยิ่งขึ้น จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็น

3. ประเมินที่ความคุ้มค่า อย่าประเมินที่ราคา

ประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของการตัดสินใจเลือกโซลูชัน ICT ที่เกิดขึ้นบนฐานของการพิจารณาความคุ้มค่ามากกว่าเพียงแค่ดูราคาสุดท้าย คุณรวิศได้เล่าถึงประเด็นนี้เอาไว้อย่างน่าสนใจว่าราคาของโซลูชันเหล่านี้ที่ต่างกันเพียงหลักหมื่นหรือหลักแสนนั้นไม่ได้ส่งผลใดๆ เลย หากสุดท้ายแล้วระบบที่ราคาถูกกว่าเกิดปัญหาจนไม่สามารถกู้คืนระบบหรือข้อมูลเกิดเสียหายขึ้นมา จนทำให้ธุรกิจต้องสูญเสียตามไปด้วย

แนวทางที่ศรีจันทร์สหโอสถเลือกใช้นั้นก็คือการมองที่ความคุ้มค่าในภาพรวมแทนที่จะมองแต่เพียงราคาอย่างเดียว หากโซลูชันที่ราคาสูงกว่านั้นสามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า, มีผู้ให้บริการรายที่น่าเชื่อถือกว่า และสามารถสื่อสารให้ทีมผู้บริหารเข้าใจเทคโนโลยีได้ดีกว่า ก็ย่อมคุ้มค่ากว่าการประหยัดเงินในการลงทุนเบื้องต้นเพียงเล็กน้อย แต่อาจเสียโอกาสสำคัญหรือมีความเสี่ยงในอนาคตได้

ทางด้านศรีจันทร์สหโอสถเอง ก็ได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการ Cloud และ Leased Line จาก CSL ด้วย 3 ประเด็นข้างต้นนี้

ตอบทุกโจทย์ความต้องการด้านระบบ ICT ของธุรกิจทั่วไทย ด้วยบริการจาก CSL

CSL หรือที่เคยรู้จักกันดีในชื่อของ CS LOXINFO ซึ่งได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ AIS Business นี้ ได้ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการด้าน ICT ครบวงจร ที่สามารถให้บริการธุรกิจไทยได้ครอบคลุมทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย พร้อมด้วยบริการสำหรับตอบโจทย์ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่

1. CLOUD, DATA CENTER, CONNECTIVITY & ICT SOLUTIONS

CSL มีบริการที่ครอบคลุมทั้งบริการ Cloud ที่มีให้เลือกหลากหลาย โดยในส่วน IaaS ก็มีให้เลือกทั้งบริการ Cloud ของ CSL เอง, AWS, Microsoft Azure และ VMware Cloud on AWS ส่วนทางด้าน SaaS ก็มีทั้ง Office 365, SAP Business One, Unified Communication as a Service, Cloud Storage, Office Anywhere รวมถึงยังมีบริการเสริมต่อยอดอย่างเช่น Backup as a Service, Data Analytics as a Service, DR as a Service และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกใช้งาน

ทั้งนี้ ด้วยทรัพยากรด้านระบบโครงข่ายที่มีอยู่ ก็ทำให้ CSL สามารถให้บริการด้านการเชื่อมต่อ Internet ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง CSL ก็ยังมีการต่อยอดเสริมด้าน Security ด้วยบริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Centralized Firewall on Cloud, Cloud Firewall, Endpoint Protection Cloud, Web Application Firewall, Secured Mail Gateway เพื่อช่วยปกป้องทุกระบบและข้อมูลสำคัญของธุรกิจให้มั่นใจคงปลอดภัยอยู่เสมอ

2. MANAGED SERVICES

บริการระบบ ICT พร้อมมีทีมงาน CSL คอยดูแลให้อย่างใกล้ชิดเสมือนเป็นทีมงานภายในธุรกิจของคุณ โดยมีบริการให้เลือกใช้หลากหลาย ได้แก่ Managed Network Service, Managed Data Center, Managed Cloud Service, Managed Security Service, Managed ICT Service และ Managed Private Cloud เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ และเพิ่มขยายระบบได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลกับการดูแลรักษาระบบใหม่ๆ ที่ใช้งานเหล่านี้ และเปิดโอกาสให้ทีมงานฝ่าย IT ในแต่ละธุรกิจสามารถก้าวไปสู่การทำงานรเชิงรุกและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

3. SYSTEM INTEGRATION

สำหรับธุรกิจที่ยังคงต้องการลงทุนในระบบ IT ต่างๆ ด้วยตนเอง CSL ก็พร้อมที่จะนำเสนอโซลูชันพร้อมบริการติดตั้งและดูแลรักษาระดับมืออาชีพ ครอบคลุมทั้งโซลูชันด้านระบบ Network, Firewall, Backup, DR, CCTV, HCI, VDO Conference, Virtualization และอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงยังมีโซลูชันเฉพาะสำหรับธุรกิจโรงแรมอีกด้วย

สนใจบริการ Cloud และ ICT Service ครบวงจร ติดต่อ CSL ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจบริการ Cloud และ ICT Service ครบวงจร ติดต่อ CSL ได้ทันทีโทร 0-2263-8185 หรืออีเมล์ presales@csl.co.th และสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ CSL ได้ที่ https://www.csl.co.th/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ