Breaking News

Gartner’s Magic Quadrant คืออะไร ?

gartner_logo

หลายคนในวงการ IT น่าจะเคยได้ยินชื่อ Magic Quadrant ของ Gartner มาไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเวลาที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ (Vendor) เข้ามานำเสนอโซลูชันของตนเอง ก็มักจะนำ Magic Quadrant มาอ้างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น “เราอยู่ด้านขวาบนของ Gartner” หรือ “เราเป็น Leader ของ Gartner มา 2 ปีแล้ว” อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งบางคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า Gartner คืออะไร Magic Quadrant หมายความว่าอย่างไร แล้วพวกผลิตภัณฑ์ที่อยู่ด้านขวาบน มันดีกว่าตำแหน่งอื่นๆอย่างไร ทางทีมงาน TechTalkThai (ซึ่งก็ใช้ Magic Quadrant หากินทุกครั้งที่ต้องไปพรีเซ็นต์โซลูชัน) จึงขอสรุปความหมายและการใช้งานของ Gartner’s Magic Quadrant ดังนี้

Gartner’s Magic Quadrant คืออะไร ?

Magic Quadrant คือ ชื่อของรายงานการวิจัยทางการตลาด (Market Research Reports) โดยบริษัท Garner Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเพื่อการวิจัยและให้คำปรึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ในตลาด รวมทั้งทิศทาง, พัฒนาการของเทคโนโลยี และผู้มีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ

รายงานการวิจัยดังกล่าวจะจัดแบ่งตามเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น Enterprise Network Firewall, Wired and Wireless Access LAN, WAN Optimization Controller และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งจะถูกจัดทำขึ้นทุกๆ 1 – 2 ปี

Gartner’s Magic Quadrant มีประโยชน์อย่างไร ?

รายงานการวิจัย Magic Quadrant มีประโยชน์อย่างมากต่อนักลงทุน รวมถึงบริษัทหรือองค์กรที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการและธุรกิจของตนเอง โดยมีข้อมูลจุดแข็งและข้อควรระวังเปรียบเทียบกันระหว่างแต่ละ Vendor

ใช้งาน Gartner’s Magic Quadrant อย่างไร

แทนที่จะแสดงเป็นสถิติหรืออันดับ Magic Quadrant ใช้กราฟเมทริกซ์ 2 มิติในการแสดงจุดแข็งและความแตกต่างของแต่ละผลิตภัณฑ์ โดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ Completeness of Vision (แกน X) และ Ability to Execute (แกน Y)

  • Completeness of Vision อธิบายง่ายๆ คือ วิสัยทัศน์ของ Vendor ว่ามีมุมมอง และการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเองสอดคล้องกับความต้องการทางการตลาดในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคตหรือไม่ ประกอบด้วย 8 ปัจจัย คือ ความเข้าใจในตลาด, กลยุทธ์ทางการตลาด, กลยุทธ์ทางการขาย, การพัฒนาฟังก์ชันใหม่ๆ, โมเดลเชิงธุรกิจ, การตอบโจทย์ตลาดและอุตสาหกรรมแบบเฉพาะเจาะจง (Vertical Industry), นวัตกรรมใหม่ และการทำธุรกิจที่เหมาะสมกับประเทศอื่นๆ
  • Ability of Execute หรือภาษาชาวบ้าน คือ ส่วนแบ่งทางการตลาดที่เกิดจากการตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน ประกอบด้วย 7 ปัจจัย คือ ผลิตภัณฑ์และการให้บริการ, ความมั่นคงของบริษัท, ความสามารถทางการขายและการต่อรองราคา, การตอบสนองต่อตลาด, การจัดการตลาด, ประสบการณ์ของลูกค้า และการดำเนินงานของบริษัท

magic_quadrant

ยิ่งตำแหน่งของผลิตภัณฑ์อยู่ด้านขวามาก แสดงว่ามี Completeness of Vision สูง และย่ิงอยู่ตำแหน่งบนมาก แสดงว่ามี Ability to Execute สูงเช่นกัน โดยเมทริกซ์จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน เพื่อแสดงความสามารถของแต่ละผลิตภัณฑ์ ดังนี้

  1. Leaders: คะแนนสูงทั้งด้านวิสัยทัศน์ เทคโนโลยี และส่วนแบ่งการตลาด ส่วนใหญ่จะเป็น Vendor ขนาดใหญ่ มีประสบการณ์ยาวนาน ฐานลูกค้าเยอะ และเข้าใจถึงความต้องการของตลาด ซึ่งแผนงานของ Vendor อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของตลาดโดยรวมได้
  2. Challengers: มีความสามารถในการตอบโจทย์ลูกค้าในปัจจุบัน แต่ยังไม่มีแผนงานหรือนวัตกรรมใหม่ที่เด่นชัด รวมทั้งอาจจะยังไม่เข้าใจตลาดเพียงพอ ส่วนใหญ่จะเป็น Vendor เจ้าใหญ่ๆที่พยายามลดความเสี่ยงหรือลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับแผนงานในปัจจุบัน
  3. Visionaries: ตระหนักถึงทิศทางการตลาดและเทคโนโลยีในอนาคต และพร้อมที่จะพัฒนาไปทางนั้น แต่ยังไม่สามารถนำเสนอศักยภาพดังกล่าวให้ลูกค้าได้ ส่วนใหญ่จะเป็น Vendor เจ้าเล็กๆที่ปรับกลยุทธ์ทางการแข่งขัน, มีเทคโนโลยีใหม่หรือ Vendor ที่พยายามสร้างความแตกต่าง
  4. Niche Players: คะแนนต่ำทั้งเรื่องวิสัยทัศน์และส่วนแบ่งการตลาด ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นที่ยอมรับเฉพาะตลาดกลุ่มเล็กๆ หรือมีข้อจำกัดในการพัฒนาเทคโนโลยี ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากที่ Vendor โฟกัสเฉพาะบางประเทศหรือเก่งเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง หรือเป็น Vendor เจ้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มมาทำตลาดดังกล่าว

ความเห็นของทีมงาน TechTalkThai

ผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตำแหน่ง Leader ของ Magic Quadrant ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเสมอไป เนื่องจากแต่ละองค์กรหรือบริษัทมีความต้องการและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ทางทีมงาน TechTalkThai แนะนำว่าให้ฟังหูไว้หู ผลิตภัณฑ์ที่เป็น Leader เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจก็จริง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามผลิตภัณฑ์ที่อยู่ตำแหน่งอื่นๆ ควรเชิญ Vendor หรือตัวแทนจำหน่ายนำผลิตภัณฑ์เข้ามาทดสอบกับสภาพแวดล้อมจริง แล้วดูผลงานรวมทั้งประสิทธิภาพก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นั้นๆจะดีกว่า

ข้อควรระวัง คือ ปัจจุบันมีกระแสวิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับการสนับสนุน Gartner จากหลาย Vendor ส่งผลให้ Gartner อาจจะออกรายงานวิจัยที่เป็นผลดีต่อนักลงทุน และ Vendor [1] นอกจากนี้ Gartner ใช้หลักการวิเคราะห์แบบทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเจาะจง ส่งผลให้อาจมีบาง Vendor ให้ข้อมูลหรือนำเสนอโซลูชันของตนเองให้สอดคล้องกับแนวทางการวิจัยของ Gartner เพื่อให้ได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ [2]

รายการ Magic Quadrant ทั้งหมด: http://www.gartner.com/technology/research/methodologies/magicQuadrants.jsp (Login required)

อ้างอิง: https://www.gartner.com/doc/486094 และ http://whatis.techtarget.com/definition/Gartner-Magic-Quadrants

[1] http://www.cio.com/article/710251/3_Things_You_Need_to_Know_About_Gartner_Magic_Quadrants?page=1&taxonomyId=3154
[2] http://analystrelations.org/2012/09/26/guest-post-why-it-vendors-should-take-industry-analysts-more-seriously/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Arm แจกฟรีรายงาน The IoT Business Index 2020 สรุปแนวโน้มการใช้ IoT ในธุรกิจจากการสำรวจผู้บริหารทั่วโลก

เพื่อให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลกสามารถติดตามแนวโน้มการนำอุปกรณ์ IoT มาใช้งานในธุรกิจองค์กรได้ ทาง The Economist จึงได้ร่วมกับ Arm จัดทำการสำรวจและสรุปออกมาเป็นรายงาน The IoT Business Index 2020 …

Aruba SD-Branch แตกต่างจาก SD-WAN ทั่วไปอย่างไร?

ถึงแม้ SD-WAN จะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ธุรกิจองค์กรจำนวนมากได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากจะช่วยให้การจัดการระบบเครือข่ายที่สาขาเป็นไปได้อย่างเบ็ดเสร็จครบถ้วนอย่างแท้จริงแล้ว Aruba SD-Branch ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการนำไปใช้งานไม่น้อย และสิ่งที่ทำให้โซลูชัน SD-Branch แตกต่างจาก SD-WAN ก็มีดังนี้

Leave a Reply