Synology เผยแผน AI Ready กับรากฐาน Local AI สำหรับองค์กร เตรียมกรุยทางด้วย GPU Accelerate NAS

หากท่านเป็นแฟนๆของ Synology มาก่อนย่อมรู้จักกับระบบปฏิบัติการที่เรียกได้ว่าเป็นแกนหลักของแบรนด์ที่ชื่อว่า Disk Station Manager (DSM) ซึ่งเป็นรากฐานสำหรับการปฏิบัติการในโซลูชันต่างๆก็ว่าได้ เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งที่งาน Computex ได้มีการเป็นเผยถึงก้าวถัดไปที่ DSM จะมุ่งไป เพื่อกลายเป็นฐานสำหรับ AI นอกเหนือจากการใช้งานในระดับองค์กร รวมถึงยังมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ของ ActiveProtect Manager 2.0 หรือโซลูชัน Backup Appliance รุ่นเรือธงอีกด้วย

แผนการที่น่าสนใจของ Synology ในก้าวถัดๆไปที่จะมาถึงคือการนำ AI เข้ามาเสริมในโซลูชัน DSM 3 ด้านในส่วนของ AI Ready

1.) เพิ่มความสามารถให้เครื่องมือ

ต้องบอกว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับ Office Suite อยู่แล้ว ซึ่งสามารถทดแทนซอฟต์แวร์ 3rd Party สำหรับองค์กรได้ เช่น Drive, Mail, Document, Meeting และ Chat โดยจะมีการเสริมความสามารถให้กับการทำงานเหล่านี้ เช่น

  • สร้างสรรค์เนื้อหาในเอกสารต่างๆ
  • สรุปและตอบอีเมลในองค์กร
  • ค้นหาข้อมูลด้วยภาษาง่ายๆ
  • แปลภาษา สรุป การประชุม

2.) ทำงานกับข้อมูลได้อย่างชาญฉลาด

credit : Synology

ข้อมูลขององค์กรกว่า 90% มักอยู่ในรูปแบบของ Unstructured ซึ่ง Synology ได้ทำให้ AI สามารถเข้าใจข้อมูลเหล่านี้ได้ เช่น ความสามารถแบบแปลเสียงเป็นเอกสาร(Speech-to-Text), การให้แคปชันสำหรับรูป, แปลงข้อความเป็นเสียง(Text-to-Speech) และ OCR เป็นต้น และที่น่าตื่นตากว่านั้น Synology ได้พูดถึงการที่ผู้ใช้จะสามารถนำ LLMs Models เข้ามารันได้บนฮาร์ดแวร์ตนเองหรือสามารถเชื่อมต่อผ่าน OpenAI API เชื่อมต่อกับ MCP จาก 3rd Party หรือเปิด CLI ให้เป็นบริการ AI ขององค์กรได้เพราะมีข้อมูลเป็นรากฐานอยู่แล้ว

3.) Agentic Ecosystem

credit : Synology

ก้าวนี้น่าสนใจเพราะ Synology ได้มีการเปิดแผนถึง RackStation 26-Series เพื่อรองรับการทำงานแบบ Private Cloud AI Agent เปิดให้ NAS ฉลาดกว่าที่เคยมีมา และรุ่นใหญ่ระดับองค์กรที่เรียกว่า AI Station เพื่อทำงาน AI Inference ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังกล่าวถึง DSM Agent ที่จะเข้ามาพลิกโฉมงานปฏิบัติการ การดูแลข้อมูล และความมั่นคงปลอดภัย โดยทั้งหมดนี้จะมีฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปอลดภัยในทุกๆระดับชั้น

credit : Synology

ในมุมของ Enterprise Ready เป็นสิ่งที่ Synology เดินมาตลอดด้วยการออกโซลูชันและฟีเจอร์ใหม่ รองรับการทำงานของการจัดการแบบทั่วทั้งองค์กร เช่น งานคอนฟิค Log และสามารถเชื่อมต่อเข้ากับโซลูชัน Observability จาก 3rd Party ได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันด้าน Security ที่รองรับกับความต้องการในระดับองค์กรได้ครบวงจร เช่น MFA, Self-Encryption, FIPS 140-3, Replication, WORM ฯลฯ ที่สำคัญล่าสุดยังได้มีการเปิดตัว PAS7700 ที่รองรับการใช้งาน AI ขนาดใหญ่ได้ด้วย

ActiveProtect Manager เป็นโซลูชันเรือธงที่ Synology ออกแบบมาเป็นพิเศษเมื่อ 2 ปีก่อน ตั้งแต่ระบบปฏิบัติการแบบใหม่ควบคู่กับสเป็คฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง โดยในงานเปิดตัวเวอร์ชันใหม่ทีมงานได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าพวกเขาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีสินทรัพย์ไอทีที่ได้รับการปกป้องจากโซลูชันนี้กว่า 30 ล้านรายการ เช่น บัญชี Microsoft 365, Google Workspace, เครื่อง VM และ Endpoint

โดยองค์กรสามารถนำโซลูชัน ActiveProtect ในหลายรูปแบบ เช่น การนำไปทดแทนระบบ Backup เดิม หรือ ขยายระบบ Backup ใหม่โดยไม่ต้องปรับปรุงการออกแบบใหม่ รวมไปถึงการสร้างระบบ Backup แบบ Distributed ซึ่งภายในงาน Computex มีได้มีการเปิดตัว Active Manager 2.0 ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ ดังนี้

1.) ปกป้องและกู้คืนข้อมูลได้ทุก Workload

credit : Synology

Active Manager 2.0 ได้ขยายการรองรับ Workload เพิ่มอีกหลายรายการทั้ง Azure VM, Amazon EC2, Nutanix AHV, Proxmox VE และ Google Workspace ที่ทำให้ครอบคลุมการใช้งานขององค์กรมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถกู้คืน Workload เหล่านี้ได้ข้ามแพลตฟอร์ม เช่น ลักษณะการกู้คืนระหว่างคลาวด์ เป็นต้น ไม่เพียงเท่านั้นผู้ใช้งาน Active Manager 2.0 ยังสามารถลำดับการ Backup ข้อมูล (Tiering) ให้เข้ากับความต้องการของธุรกิจได้ด้วย

2.) เสริมแกร่งความทนทานด้วย AI

อย่างที่กล่าวไปว่าปีนี้ Synology เน้นเรื่องของการนำ AI เข้ามาใช้งานในหลายมิติ โดยเพื่อตอบโจทย์ Resiliency จะมีการนำ AI/ML เข้ามาศึกษาพฤติกรรมข้อมูล Backup ย้อนหลังและจับตาดูอย่างต่อเนื่อง หากเกิดความผิดปกติก็จะรับรู้ได้ทันที ทั้งนี้เพื่อการันตีข้อมูลที่ปลอดภัยโซลูชันก็จะสามารถอาศัยความสามารถของ 3rd party Antivirus เข้ามาสแกนหาภัยก่อนนำข้อมูลไปใช้งาน และทำให้ทราบได้ว่าข้อมูล Backup ชุดใดพร้อมใช้กู้คืน

3.) เพิ่มขีดความสามารถการทำงานขั้นสุด

ในมุมของประสิทธิภาพการทำงาน Synology ได้เผยถึงความสามารถแบบ incremental change และการทำ deduplication แบบหลายลำดับ ที่ทำให้ประหยัดแบนวิทด์ในการส่งผ่านข้อมูลข้ามเครือข่ายไปได้ถึง 80% นอกจากนี้ยังสามารถเคลียร์พื้นที่ได้อัตโนมัติเมื่อต้นทางถูกลบออก

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าตื่นตามากๆกับมุมมองด้าน AI-Ready ที่ Synology เพิ่มทางเลือกให้องค์กร ทั้งในเรื่องของ AI-powered Productivity Apps, การเป็นรากฐานเพื่อให้นำโมเดลมารันในเครื่องระดับท้องถิ่น ตลอดจนแผนด้าน GPU Accelerate NAS และ AI Station รวมไปถึงการทำงานอัจฉริยะผ่าน AI Agents โดยทั้งหมดยังอยู่บนอุดมการณ์เดิมด้าน Enterprise Ready ที่มุ่งเน้นด้าน ประสิทธิภาพ การจัดการ และ ความมั่นคงปลอดภัย

อีกมุมหนึ่งในฝั่ง ActiveProtect Manager 2.0 ก็เกาะกระแสเรื่องของการรองรับทางเลือกด้านแพลตฟอร์ม Virtualization ได้อย่างหลากหลาย เช่น Proxmox ที่กำลังฮิต การทำ Tiering ข้อมูล และอื่นๆ ถือเป็นแนวทางที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ที่ Synology จะทยอยออกมาให้ชมในอนาคต

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

TensorWave สตาร์ทอัพโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ระดมทุน 350 ล้านดอลลาร์ ช่วยทลายการผูกขาดชิป AI ของ Nvidia

TensorWave สตาร์ทอัพผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์บนระบบคลาวด์ ประกาศว่าบริษัทสามารถปิดระดมทุนรอบ Series B มูลค่า 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่บริษัทกำลังพยายามตอบสนองความต้องการของตลาดที่มองหาทางเลือกอื่นนอกเหนือจากหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ Nvidia

Visa จับมือ OpenAI ไฟเขียวเอเจนต์ AI จ่ายเงินแทนผู้ใช้

Visa ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ OpenAI Group เพื่อเปิดทางให้เอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์สามารถทำการชำระเงินแทนผู้ใช้งานได้ ซึ่งถือเป็นการดึงหนึ่งในเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามาร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “การพาณิชย์เชิงเอเจนต์” ของ ChatGPT