Visa ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ OpenAI Group เพื่อเปิดทางให้เอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์สามารถทำการชำระเงินแทนผู้ใช้งานได้ ซึ่งถือเป็นการดึงหนึ่งในเครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกเข้ามาร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “การพาณิชย์เชิงเอเจนต์” ของ ChatGPT

ทั้งสองบริษัทได้ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรในงาน Visa Payments Forum วันนี้ที่ซานฟรานซิสโก ภายใต้ข้อตกลงนี้ เครื่องมือชำระเงินของ Visa จะถูกนำไปเชื่อมต่อเข้ากับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ OpenAI เพื่อช่วยให้นักพัฒนาและร้านค้ามีช่องทางในการรองรับธุรกรรมของ Visa ที่ถูกสั่งการโดยเอเจนต์ AI แทนที่ผู้ใช้งานจะต้องกดชำระเงินด้วยตนเองในทุก ๆ ครั้ง
Visa จะทำหน้าที่จัดหาความสามารถด้านเครือข่าย โทเคไนเซชัน และการบริหารความเสี่ยงเบื้องหลังธุรกรรม โดยการชำระเงินจะทำงานภายใต้ขอบเขตสิทธิ์ที่ผู้ใช้เป็นผู้กำหนด เช่น การจำกัดเพดานการใช้จ่าย หมวดหมู่ร้านค้า และเงื่อนไขการอนุมัติที่จำเป็น ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะใช้ข้อมูลประจำตัวของ Visa ในรูปแบบโทเคน ร่วมกับการอนุมัติสิทธิ์แบบเรียลไทม์และการตรวจสอบการทุจริต นอกจากนี้ Visa จะทำหน้าที่ดูแลในส่วนของการปฏิเสธชำระเงินและการคืนเงินอีกด้วย
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Visa Intelligent Commerce ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มของบริษัทในการขยายขีดความสามารถด้านการชำระเงินเข้าสู่สภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองบริษัทยังเผยว่าจะร่วมกันสำรวจการใช้งานในระดับองค์กร ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงประสบการณ์ของนักพัฒนาผ่านการใช้เอเจนต์ช่วยเขียนโค้ดอย่าง Codex โดยในอนาคต เอเจนต์ Codex อาจสามารถเข้ามาทำหน้าที่ซื้อบริการอินเฟอเรนซ์ API หรือบริการอื่น ๆ สำหรับนักพัฒนาได้ด้วยตนเองภายใต้ขีดจำกัดที่ผู้ใช้ตั้งไว้
ข้อตกลงนี้เป็นสัญญาณล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า บรรดาบริษัทด้านการชำระเงินต่างมองว่าระบบพาณิชย์เชิงเอเจนต์คือสมรภูมิขั้นต่อไปของตลาดค้าปลีกออนไลน์ Rubail Birwadker หัวหน้าฝ่ายการเติบโตระดับโลกของ Visa เผยกับสำนักข่าว Axios ว่า ปัจจุบันมีธุรกรรมมากกว่า 1 ใน 5 รายการที่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่ผู้บริโภคเรียนรู้ผ่านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ พร้อมเสริมว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อได้รวดเร็วเกินกว่าที่บริษัทคาดการณ์ไว้ และในอนาคตการเชื่อมต่อระบบนี้อาจจะให้ความรู้สึกที่ราบรื่นคล้ายกับการจ่ายเงินผ่าน Apple Pay หรือ Shop Pay
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทยังไม่ได้กำหนดวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หรือระบุแน่ชัดว่าประสบการณ์ใช้งานของผู้บริโภคจะออกมาในรูปแบบใด โดยระบุเพียงว่ากรอบการทำงานนี้ถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนการชำระเงินเชิงเอเจนต์ในทุกรูปแบบที่อาจจะเกิดขึ้น
ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยพยายามทดลองในตลาดนี้มาแล้ว โดยได้เปิดตัวฟีเจอร์ Instant Checkout เมื่อเดือนกันยายน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าจากร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Etsy ได้จากภายใน ChatGPT ทว่าฟีเจอร์ดังกล่าวไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร และ OpenAI ได้ตัดสินใจถอยทัพออกจากโครงการนี้ในช่วงต้นปีตามรายงานจาก CNBC เมื่อเดือนมีนาคม ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน บริษัทได้ลองเปลี่ยนแนวทางใหม่ด้วยการเปิดตัว Shopping Research ที่ทำหน้าที่รวบรวมคู่มือการซื้อสินค้าจากข้อมูลจำเพาะ รีวิว และราคาของผลิตภัณฑ์
“AI จะเข้ามาปฏิวัติวงการพาณิชย์ในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่อินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีมือถือเคยทำมา” Jack Forestell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ของ Visa กล่าว “ในขณะที่เอเจนต์ AI กำลังก้าวเข้ามาเป็นผู้มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ หน้าที่ของ Visa คือการรับประกันว่าธุรกรรมเหล่านั้นจะได้รับความไว้วางใจ มีความปลอดภัย และไร้รอยต่อ นั่นคือโครงสร้างพื้นฐานที่เรากำลังสร้างร่วมกับพันธมิตรอย่าง OpenAI”
ทางด้าน Marco Mahrus หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรด้านพาณิชย์ของ OpenAI ระบุว่า เอเจนต์จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ตั้งแต่การเลือกซื้อสินค้าและการชำระเงิน ไปจนถึงธุรกรรมที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยการเชื่อมต่อระบบในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ธุรกรรมเหล่านั้นมีความปลอดภัย โปร่งใส และอยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้งาน
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/10/visa-partners-openai-let-ai-agents-make-payments-users/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







