การ์ทเนอร์คาดการณ์ นับจากนี้ 3 ปี เหตุละเมิดความเป็นส่วนตัวส่วนใหญ่ จะเกิดจากการคาดเดาที่สรุปโดย AI หรือ AI-Generated Inferences [PR]

ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวจาก AI บีบให้ผู้บริหาร CISO ต้องก้าวข้ามการคุ้มครองข้อมูลแบบเดิม ๆ ไปสู่การกำกับดูแลการคาดเดาข้อมูล (Inference Governance)


การ์ทเนอร์ อิงก์ บริษัทให้คำปรึกษาและวิจัยข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยว่า ภายในปี พ.ศ.
2572 เหตุการณ์ละเมิดความเป็นส่วนตัวส่วนใหญ่จะไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง (Personally Identifiable Information หรือ PII) แต่จะเกิดจากข้อสรุปที่ AI สร้างขึ้นจากการคาดเดาข้อมูลของบุคคล

บาร์ต วิลเลมเซน (Bart Willemsen) รองประธานฝ่ายนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์ กล่าวว่าเรากำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากการรั่วไหลของข้อมูล (Data Exposure) ไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลเชิงลึก (Insight Exposure) ในอดีตองค์กรต่างมุ่งเน้นไปที่การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดิบ แต่ปัจจุบัน AI สามารถสร้างข้อมูลเชิงลึกส่วนบุคคลระดับลึกขึ้นมาใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องฝ่าระบบควบคุมข้อมูลแบบเดิมเลย ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวกำลังเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากสิ่งที่อัลกอริทึม AI ‘คาดเดาเกี่ยวกับตัวบุคคล มากกว่าข้อมูลที่รั่วไหลออกไปโดยตรง

ขณะที่องค์กรกำลังลดปริมาณการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลลงเนื่องจากข้อบังคับทางกฎหมายและแรงกดดันด้านต้นทุน การที่ผู้โจมตีสามารถเข้าถึง AI ได้ในปัจจุบัน ทำให้สามารถโจมตีโดยใช้เทคนิคการคาดเดาข้อมูล หรือ Inference-Based Attacks ได้ ความก้าวหน้าของ GenAI และ Machine Learning (ML) ช่วยให้สามารถดึงคุณลักษณะที่ละเอียดอ่อน เช่น สภาวะสุขภาพ หรือรูปแบบพฤติกรรม ออกมาจากข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย ข้อมูลนิรนาม หรือเป็นข้อมูลที่รวบรวมไว้ 

ความเสี่ยงจากการคาดเดาข้อมูลกำลังเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์ด้านความเป็นส่วนตัว

การโจมตีด้วยการคาดเดาข้อมูลของ AI นั้นมีความอันตรายเป็นพิเศษ เพราะมักจะเล็ดลอดกลไกการตรวจจับแบบเดิมไปได้ บุคคลอาจถูกเปิดเผยข้อมูลผ่านข้อสรุปที่ AI สร้างขึ้น มากกว่าบันทึกข้อมูลที่รั่วไหล ซึ่งสร้างความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวที่บ่อนทำลายความแม่นยำของข้อมูล (Data Integrity) ทั้งยังยากต่อการตรวจจับ อธิบาย และบรรเทาผลกระทบ”  วิลเลมเซน กล่าว

การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังบีบให้องค์กรต้องทบทวนกลยุทธ์ด้านความเป็นส่วนตัวใหม่ นอกเหนือจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ผู้นำด้านความปลอดภัยจะต้องกำกับดูแลวิธีที่ระบบ AI ใช้ในการสร้าง และดำเนินการกับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตัวบุคคลด้วย

การ์ทเนอร์คาดว่า ภายในปี พ.ศ. 2571 มูลค่าการใช้จ่ายเพื่อปกป้องความถูกต้องแม่นยำข้อมูล หรือ Data Integrity จะพุ่งขึ้นมาเท่ากับการลงทุนด้านการรักษาความลับของข้อมูล หรือ Data Confidentiality เนื่องจากองค์กรต้องรับมือกับความเสี่ยงจากโปรไฟล์บุคคลที่สร้างโดย AI ซึ่งไม่แม่นยำ มีอคติ หรือไม่ได้รับอนุญาต

องค์กรที่ยังมองเรื่องความเป็นส่วนตัวเป็นเพียงเรื่องที่ท้าทายต่อการคุ้มครองข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว จะยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์ละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เกิดจากการคาดเดาของ AI มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยยุคถัดไปของความเสี่ยงด้าน Privacy อยู่ที่วิธีที่ AI ตีความข้อมูล ไม่ใช่แค่เพียงวิธีที่องค์กรจัดเก็บข้อมูลอีกต่อไป”  วิลเลมเซน กล่าว


เตรียมความพร้อมโปรแกรมความเป็นส่วนตัว รับมือความเสี่ยงจากการคาดเดาข้อมูล
AI

เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวจากการคาดเดาข้อมูลที่กำลังเพิ่มมากขึ้น การ์ทเนอร์แนะนำให้ผู้บริหาร CISO และผู้นำด้านความเป็นส่วนตัวดำเนินการ ดังนี้:

  • ฝัง AI Governance ไว้ในโปรแกรมความเป็นส่วนตัว: บูรณาการหลักการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวตั้งแต่การออกแบบ (Privacy-by-Design) เข้าไปในกระบวนการพัฒนาและปรับใช้ AI รวมถึงประเมินอัลกอริทึมอย่างสม่ำเสมอเพื่อหาการประมวลผลที่อคติ (Bias), การโอเวอร์ฟิตติ้ง (Overfitting) เมื่ออัลกอริทึมปรับตัวให้เข้ากับข้อมูลฝึกฝนมากเกินไป และความเสี่ยงจากการคาดเดาข้อมูลโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • นำเทคโนโลยี Privacy-Enhancing Technologies – PETs มาใช้: ปรับใช้เทคโนโลยี เช่น Differential Privacy, Synthetic Data และ Machine Learning ที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว สำหรับประมวลผลข้อมูลในสถานะที่ได้รับการคุ้มครอง และลดความเสี่ยงในการถูกระบุตัวตนซ้ำ (Re-identification)
  • เสริมความแข็งแกร่งการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (Data Minimization) และการควบคุมวงจรชีวิตข้อมูล: จำกัดการเก็บรวบรวมข้อมูลให้เหลือเพียงสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจจริง ๆ เท่านั้นพร้อมควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวดและลบข้อมูลตามกำหนดเวลา เพื่อลดปริมาณข้อมูลที่อาจนำไปใช้โจมตีแบบคาดเดาได้
  • ยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI: ลงทุนในระบบเฝ้าระวังขั้นสูง ระบบตรวจจับสิ่งผิดปกติ และความสามารถในการวางแผนจำลองสถานการณ์ ที่ออกแบบมาเพื่อระบุรูปแบบการฉวยโอกาสทางอ้อมและภัยคุกคามจากการคาดเดาข้อมูล AI
  • ส่งเสริมความโปร่งใสและการกำกับดูแลโดยมนุษย์ (Human Oversight): กำหนดขอบเขตการตีความในเอกสารให้ชัดเจนว่าระบบ AI “ควร” หรือ “ไม่ควร” คาดเดาข้อมูลในส่วนใด จัดให้มีการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ และกำหนดให้มีมนุษย์คอยตรวจเช็คและอนุมัติ (Human in the loop) ในข้อสรุปจากการคาดเดาของ AI ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน

About saranya

Check Also

Lumilens ผู้พัฒนาระบบส่งข้อมูลด้วยแสง ระดมทุน 700 ล้านเหรียญ ดันมูลค่าทะลุ 5.5 พันล้าน ตั้งเป้าปฏิวัติการส่งข้อมูลใน AI Data Center

Lumilens บริษัท Startup ด้านเทคโนโลยีการส่งข้อมูลด้วยแสง หรือ Optical Interconnection สำหรับ Data Center ประกาศระดมทุนรอบใหม่กว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดันมูลค่ากิจการพุ่งสูงถึง 5.5 …

ถึงเวลาเปลี่ยน Data Archive ให้กลายเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับ AI และ Analytics ด้วย Active Data Archiving Platform [Guest Post]

Future of Enterprise Data Platform อนาคตแพลตฟอร์มด้านข้อมูลในยุค AI EP.4