Christian Klein ซีอีโอของ SAP แจ้งในบทสัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fortune ถึงอนาคตของระบบการทำงานว่า บทบาทของคีย์บอร์ดในสถานที่ทำงานกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และใกล้ถึงจุดสิ้นสุด จากอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบบ Voice Recognition ในโมเดล LLM ยุคปัจจุบัน รวมถึงระบบควบคุมด้วยเสียงและ AI จะก้าวเข้ามาแทนที่การป้อนข้อมูลด้วยตนเองภายในระบบของ SAP เกือบทั้งหมดภายในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า

ทิศทางของEnterprise Software ในมุมมองของผู้นำ SAP จะเปลี่ยนผ่านจากการพิมพ์แบบเดิมไปสู่การสั่งงานด้วยเสียงอย่างเต็มรูปแบบ โดยมี Use Cases สำคัญดังนี้
- การตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์: ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถซักถามข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจเพื่อดึงสถิติและรายงานผลได้ทันทีโดยไม่ต้องคลิกผ่านหน้าต่างเมนูที่ซับซ้อน
- การสั่งเริ่มกระบวนการทำงาน: สั่งการและดำเนินขั้นตอนการทำงานของระบบหลังบ้านข้ามแผนกผ่านคำสั่งเสียง
- การป้อนและอัปเดตข้อมูล: ลดภาระงานเอกสารและการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อนผ่านการประมวลผลด้านเสียง
ในมิติทางเทคนิค โครงสร้างพื้นฐานของเทคโนโลยีดังกล่าวมีความพร้อมแล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงขององค์กรคือการนำไปปรับใช้และปฏิบัติจริงในกระบวนการทำงานของพนักงานให้เกิดผล
นอกจากประเด็นเรื่องอินเทอร์เฟซแบบใหม่ ซีอีโอของ SAP ยังเน้นย้ำถึงแนวทางการลงทุนด้าน AI ในระดับองค์กรว่า ภาคธุรกิจต้องนำ AI เข้าไปปรับใช้ทั่วทั้งกระบวนการปฏิบัติงานจึงจะสร้างมูลค่าและเห็นผลตอบแทนที่แท้จริง
การมอง AI เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพเฉพาะส่วนหรือใช้งานจำกัดแค่ในแผนกใดแผนกหนึ่ง จะไม่สามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดขององค์กรยุคใหม่ได้ ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์ม ERP และระบบจัดการข้อมูลองค์กรของ SAP ที่กำลังเดินหน้าผนวก AI เข้าสู่แกนกลางของระบบ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานแบบอัตโนมัติอย่างรอบด้าน
ที่มา: https://www.cio.com/article/4223641/sap-executive-the-end-is-near-for-the-keyboard.html
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









