OpenAI เข้าซื้อ Ona สตาร์ทอัพประสานจัดการเอเจนต์ AI

OpenAI Group ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการ Ona สตาร์ทอัพผู้พัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับประสานจัดการระบบเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ต้องทำงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขทางการเงินของข้อตกลงครั้งนี้

Credit: OpenAI, Ona

ตามปกติแล้ว นักพัฒนามักจะรันเอเจนต์ AI ที่ใช้ในการช่วยเขียนโค้ดไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่มีการปิดเครื่องคอมพิวเตอร์หรือเวิร์กสเตชัน เอเจนต์ AI เหล่านั้นก็จะหยุดทำงานไปด้วย ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดในการมอบหมายภารกิจที่มีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาประมวลผลต่อเนื่องยาวนานหลายวัน

Ona (หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อเดิมคือ Gitpod) ได้เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการจัดหาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้เอเจนต์ AI สามารถทำงานอยู่บนแซนด์บ็อกซ์บนคลาวด์ ซึ่งระบบแซนด์บ็อกซ์ของ Ona จะยังคงสถานะออนไลน์อยู่ตลอดเวลาแม้ว่านักพัฒนาจะปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไปแล้วก็ตาม ทำให้การทำงานของเอเจนต์ AI ดำเนินไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด

บริษัทระบุว่า ซอฟต์แวร์ของตนยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกหลายประการ โดยระบบคลาวด์จะช่วยให้เอเจนต์สามารถเข้าถึงทรัพยากรการประมวลผลที่มากกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ส่งผลให้งานเสร็จสิ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Ona จะทำการลบระบบแซนด์บ็อกซ์ทิ้งทันทีเมื่อเอเจนต์ AI ทำงานเสร็จสิ้นและไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานอีกต่อไป ซึ่งต่างจากสภาพแวดล้อมระบบท้องถิ่นที่มักจะไม่ได้ลบข้อมูลอย่างรวดเร็วเท่าที่ควร จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมข้อมูลได้เป็นอย่างดี

ในด้านความปลอดภัย ผู้ดูแลระบบสามารถตั้งค่าแซนด์บ็อกซ์ของ Ona เพื่อป้องกันไม่ให้เอเจนต์เข้าถึงโปรแกรมที่มีความเสี่ยง โดยแพลตฟอร์มสามารถบล็อกแอปพลิเคชันที่เป็นอันตรายได้แม้ว่าแฮกเกอร์จะพยายามเปลี่ยนชื่อไฟล์ ย้ายตำแหน่งที่อยู่ของไฟล์ หรือซ่อนมันไว้ในสคริปต์ก็ตาม ซึ่งซอฟต์แวร์จะตรวจจับความพยายามในการพรางตัวเหล่านี้ด้วยวิธีการที่เรียกว่าแฮชชิ่ง โดยการสร้างรหัสแฮชหรือลายเซ็นเข้ารหัสที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับทุกโปรแกรมที่ผู้ดูแลระบบต้องการสั่งบล็อก ทำให้ Ona สามารถระบุตัวแอปพลิเคชันที่ถูกสั่งห้ามได้เสมอแม้ว่าพารามิเตอร์อย่างชื่อไฟล์จะเปลี่ยนไป

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังมีมาตรการป้องกันความปลอดภัยอื่น ๆ เช่น การสกัดกั้นไม่ให้เอเจนต์ AI เข้าถึงส่วนของระบบไฟล์ที่จัดเก็บข้อมูลประจำตัวที่ละเอียดอ่อน เช่น คีย์การเข้ารหัส รวมถึงการบล็อกการเชื่อมต่อขาออกที่มุ่งหน้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่อาจเป็นอันตราย

OpenAI จะนำเทคโนโลยีของ Ona เข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Codex ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ของบริษัท โดย Codex เปิดตัวเมื่อปีที่แล้วโดยมุ่งเน้นไปที่การเร่งความเร็วในโครงการพัฒนาซอฟต์แวร์ และในเดือนนี้ OpenAI เพิ่งจะเพิ่มการอัปเดตที่ช่วยให้เครื่องมือนี้ทำงานด้านที่ไม่ใช่เชิงเทคนิคได้ดีขึ้น เช่น การสร้างภาพชิ้นงานโฆษณา ทั้งนี้ ปัจจุบัน Codex มีผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านรายต่อสัปดาห์

OpenAI ระบุว่า เทคโนโลยีของ Ona จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ Codex ในการจัดการกับภารกิจระยะยาวที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงหรือหลายวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าของงานและป้อนข้อมูลคำสั่งเพิ่มเติมให้กับเอเจนต์ได้ในเวลาที่จำเป็น ทั้งนี้ ทีมงานของ Ona จะย้ายเข้ามาควบรวมกับทีม Codex เพื่อร่วมกันพัฒนาและติดตั้งระบบอัปเดตใหม่นี้

ดีลการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เกิดขึ้นให้หลังเพียง 3 เดือนจากการเข้าซื้อกิจการครั้งก่อนหน้าของผู้พัฒนา ChatGPT โดย OpenAI ได้เข้าซื้อบริษัท Promptfoo ไปเมื่อเดือนมกราคมเพื่อยกระดับฟีเจอร์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับแพลตฟอร์ม OpenAI Frontier ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้างเอเจนต์ AI ของตนเองได้ โดย Promptfoo เป็นผู้พัฒนาชุดเครื่องมือที่สามารถตรวจจับและแก้ไขช่องโหว่ในแอปพลิเคชัน AI

ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/11/openai-acquires-ai-agent-orchestration-startup-ona/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

แคสเปอร์สกี้และสกมช. จับมือต่ออายุ MoU เสริมแกร่งความมั่นคงทางไซเบอร์ของไทย [PR]

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ได้ต่ออายุและขยายบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) เพื่อกระชับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ของประเทศไทย ข้อตกลงนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐานของภัยคุกคามที่ซับซ้อนและมีเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นในประเทศไทย และมุ่งสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุมสำหรับการแบ่งปันข้อมูลภัยคุกคาม การสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีในประเทศ และการสนับสนุนการฝึกอบรมด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ภายใต้แนวคิด Kaspersky Global …

เตรียมพร้อม MFA กับ SendQuick เมื่อ Multi-factor Authentication กลายเป็นวาระเร่งด่วน!

ต้นเหตุของ Data Breach กว่าครึ่งมาจากบัญชีผู้ใช้งานถูกขโมยหรือรั่วไหลออกไป สู่ข้อมูลหลายล้าน Record ที่ถูกปล่อยให้ดาวน์โหลดได้ผ่าน Dark Web อย่างไม่ยากเย็น ด้วยเหตุนี้เององค์กรใดๆจึงต้องมีมาตรการปกป้องตัวตนอีกชั้นหนึ่งที่เรียกว่า Multi-factor Authentication (MFA) ซึ่งได้รับการยอมรับว่าช่วยลดเหตุถูกขโมยบัญชีได้อย่างมีนัยสำคัญ