ผลสำรวจการ์ทเนอร์เผยซีอีโอถึง 80% บอกว่า AI จะบีบองค์กรให้ต้องยกเครื่องขีดความสามารถการดำเนินงานใหม่หมด [PR]

การ์ทเนอร์ บริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและเทคโนโลยี เผยผลสำรวจล่าสุดพบว่า 80% ของผู้บริหารระดับซีอีโอระบุว่า AI จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับขีดความสามารถในการดำเนินงานในระดับสูงถึงปานกลาง โดยเปลี่ยนโฟกัสจากการเป็น “ธุรกิจดิจิทัล (Digital Business)” ไปสู่ “ธุรกิจอัตโนมัติ หรือ Autonomous Business

Don Scheibenreif รองประธานนักวิเคราะห์การ์ทเนอร์ กล่าวว่า “Autonomous Business คือกลยุทธ์ที่เน้น Self-Learning Software Agents และใช้ Machine Customers เป็นผู้ตัดสินใจดำเนินการ และสร้างมูลค่ารูปแบบใหม่ให้กับองค์กร ซึ่งบรรดาซีอีโอมองว่าการเปลี่ยนผ่านนี้เป็นเป้าหมายเร่งด่วนในการดำเนินงาน ขณะที่ Digital Business เปลี่ยนสิ่งที่องค์กรทำ แต่ Autonomous Business จะเปลี่ยนวิธีการของสิ่งที่องค์กรนั้น ๆ กำลังทำอยู่” 

การ์ทเนอร์สำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารซีอีโอและผู้บริหารระดับสูงจำนวน 469 รายทั่วโลก ครอบคลุมช่วงเวลา 3 ไตรมาส จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

54% ของซีอีโอระบุว่าการใช้ระบบอัตโนมัติของพวกเขายังจำกัดอยู่เพียงแค่ในงานบางประเภท และภายในสิ้นปี 2028 มีเพียง 13% เท่านั้นที่คาดว่าจะยังคงอยู่ในระดับเดิม โดย 32% จะนำเครื่องมือ AI ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและเรียนรู้ได้เองมาใช้เพื่อช่วยตัดสินใจ ขณะที่ 27% บอกว่าองค์กรจะดำเนินงานได้โดยแทบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาควบคุม ซึ่งถือเป็นสัญญาณการก้าวเข้าสู่ระบบนิเวศธุรกิจอัตโนมัติอย่างเต็มตัว (ตามภาพที่ 1) 

ภาพที่ 1: มุมมองซีอีโอถึงการนำระบบอัตโนมัติและความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติมาใช้

ที่มา: การ์ทเนอร์ (เมษายน 2569) 

David Furlonger รองประธานนักวิเคราะห์ของการ์ทเนอร์กล่าวว่า “ซีอีโอเริ่มตระหนักว่า AI ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มระบบอัตโนมัติไปอีกชั้นหนึ่ง แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้างองค์กรขึ้นมาใหม่ การจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจอัตโนมัตินี้ผู้บริหารต้องมีกรอบความคิดแบบ ‘Capabilities-First Mindset หรือเน้นขีดความสามารถเป็นสำคัญ’ โดยให้ความสำคัญกับวิธีการทำงานและการส่งมอบคุณค่าในระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ”

ความเสี่ยงต่อรายได้จากการทำธุรกรรม (Transactional Revenue) จาก AI แม้ระบบอัตโนมัติและธุรกิจอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ก็อาจกลายเป็นภัยคุกคามในการแข่งขันได้เช่นกัน 28% ของซีอีโอเชื่อว่ารายได้จากการทำธุรกรรม (เช่น ค่าธรรมเนียมต่อครั้ง) มีความเสี่ยงสูงสุดจากการเข้ามาของ AI เนื่องจาก AI Agent สามารถข้ามขั้นตอนของระบบตัวกลางที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือมีความสามารถในการต่อรองและกำหนดราคาได้แบบเรียลไทม์

“เมื่อ AI Agent เข้ามาจัดการการจัดซื้อ กำหนดราคา และเจรจาต่อรองแบบอัตโนมัติ พวกมันจะกำจัดขั้นตอนส่วนเกินและความไร้ประสิทธิภาพที่เดิมทีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนส่วนนั้น สิ่งนี้บีบให้ผู้บริหารต้องคิดโมเดลกำไรเสียใหม่และเปลี่ยนไปใช้โมเดลรายได้แบบต่อเนื่อง (Recurring) หรือเน้นผลลัพธ์ (Outcome-based) เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียกำไร” Furlonger กล่าวเสริม 

ฐานลูกค้ายังคงเดิม

มีซีอีโอเพียง 17% เท่านั้นที่บอกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฐานลูกค้าอันเนื่องมาจาก AI เทียบกับ 39% ในยุคดิจิทัล โดยผู้นำธุรกิจส่วนใหญ่เน้นการใช้ AI เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าเดิมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นและขยายไปสู่ “Machine Customers มากขึ้น”

การ์ทเนอร์คาดว่าภายในปี 2569 จำนวนบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหน่วยธุรกิจหรือช่องทางการขายเฉพาะเพื่อเข้าถึงตลาด Machine Customers ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 

สำหรับผู้บริหารระดับสูง ข้อมูลนี้ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสร้างระบบที่รองรับการตัดสินใจของทั้ง “มนุษย์” และ “เครื่องจักร” โดยต้องยึดถือความเชื่อมั่น, ความแม่นยำและความสมบูรณ์ของข้อมูลเป็นศูนย์กลาง

“เพื่อเตรียมพร้อมรับมืออนาคตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นี้ ทั้ง CEO และ CIO จะต้องเป็นผู้นำขององค์กรในการรื้อรากฐานการดำเนินงาน และออกแบบโครงสร้างด้านบุคลากร สินทรัพย์ และการเงินใหม่ทั้งหมด” Scheibenreif กล่าวทิ้งท้าย

About Suphasin Sueklab

Check Also

Cisco ยืนยันช่องโหว่ CVSS 10.0 บน Secure FMC ถูกใช้โจมตีจริงแล้ว ไม่มี Workaround ต้องอัปเดตเท่านั้น

Cisco ยืนยันแล้วว่าช่องโหว่ประเภท Authentication Bypass ระดับความรุนแรงสูงสุด CVSS 10.0 รหัส CVE-2026-20079 บน Secure Firewall Management Center (FMC) …

Writer เปิดตัวจุดสัมผัสรวมข้อมูลและความจำองค์กรสำหรับ AI

Writer สตาร์ทอัพด้านเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์แบบรู้สร้าง ได้เปิดตัว Enterprise Brain ในรูปแบบการเข้าถึงช่วงต้น โดยถือเป็นเลเยอร์บริบทสากลที่มีการกำกับดูแลสำหรับความรู้ แบรนด์ และตรรกะขององค์กร ซึ่งจะคงความเหมือนกันในทุกทีมและทุกระบบ AI ทั้งนี้ บริษัทระบุว่า Enterprise Brain …