VMware เข้าซื้อกิจการ AetherPal ผู้พัฒนาโซลูชัน Remote Support

VMware เข้าซื้อกิจการ AetherPal ผู้พัฒนาโซลูชัน Remote Support เน้นการทำงานร่วมกับ VMware Workspace ONE

Credit: ShutterStock.com

VMware ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ AetherPal อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาโซลูชันทางด้าน Remote Support สำหรับอุปกรณ์ Mobile โดยเฉพาะ โดยก่อนหน้านี้ VMware ได้เริ่มนำโซลูชัน Remote Support จาก AetherPal มาขายเป็นชุด Add-on สำหรับ VMware Workspace ONE มาตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2017 แล้ว ซึ่งระบบ Remote Support ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญสำหรับผู้ดูแลระบบค่อนข้างมาก และการซื้อกิจการในครั้งนี้จะทำให้ VMware สามารถเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้เพิ่มขึ้น ดังนี้

  • สามารถ Remote ไปยังอุปกรณ์ปลายทางได้อย่างรวดเร็ว ผ่านทางหน้าบริหารจัดการ Workspace ONE console ได้โดยตรง
  • สามารถแสดงรายละเอียดของอุปกรณ์ได้แบบ Real-time
  • แสดงข้อมูลเชิงลึกของอุปกรณ์ให้ผู้ดูแลระบบเห็นเพื่อช่วยให้แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เช่น Hardware information, OS information, Memory, Storage, Network information และอื่นๆ
  • สามารถรับและส่งไฟล์ไปยังอุปกรณ์ได้ รวมถึง Configuration ต่างๆ
  • มีระบบป้องกัน User Privacy ในขณะที่กำการ Remote Support

พนักงานของ AetherPal จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม End User Computing โดยการซื้อกิจการในครั้งนี้ไม่มีการเปิดเผยมูลค่าแต่อย่างใด

ที่มา: https://blogs.vmware.com/euc/2019/02/advanced-remote-management.html

 

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ