US-CERT ชี้ผลิตภัณฑ์ HTTPS Interception ก่อความเสี่ยงแก่ความมั่นคงปลอดภัย

US-CERT ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงระบบคอมพิวเตอร์สหรัฐอเมริกา ออกประกาศแจ้งเตือนไปยังองค์กรทั่วสหรัฐฯ ระบุว่าผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยประเภท HTTPS Interception อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการรักษามั่นคงปลอดภัยโดยรวมขององค์กรได้

HTTPS Interception เป็นกระบวนการที่ผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทำหน้าที่เป็น Man-in-the-Middle Proxy ระหว่างเซิร์ฟเวอร์และเครื่องผู้ใช้สำหรับดักจับทราฟฟิก HTTPS จากนั้นถอดรหัสให้กลายเป็น Plaintext เพื่อตรวจสอบมัลแวร์หรือภัยคุกคามที่แฝงมากับทราฟฟิก แล้วเข้ารหัสกลับคืนก่อนส่งต่อทราฟฟิกไปยังเป้าหมาย

US-CERT ระบุว่าผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยหลายประเภท เช่น Firewall และ Antivirus มีปัญหาในการสร้าง SSL Connection ให้กลับมามีมาตรฐานเดิมเหมือนกับที่เครื่องผู้ใช้คุยกับเซิร์ฟเวอร์ โดยได้ทำการวิจัยร่วมกับ Google, Mozilla, Cloudflare และ University of Michigan ผลปรากฏว่า 62% ของ SSL Connection ระหว่างผลิตภัณฑ์ HTTPS Interception กับเป้าหมายปลายทางทำให้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรลดลง ในขณะที่ 58% ก่อให้เกิดช่องโหว่ร้ายแรง

“ผลิตภัณฑ์ HTTPS Inspection ส่วนใหญ่ยืนยัน Certificate Chain ของเซิร์ฟเวอร์ก่อนเข้ารหัสข้อมูลอีกครั้งแล้วส่งต่อไปยังเครื่องผู้ใช้ไม่ดีเพียงพอ ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีแบบ Man-in-the-Middle นอกจากนี้ ความผิดพลาดอันเนื่องจากการยืนยัน Certificate Chain ก็ไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังเครื่องผู้ใช้บ่อยๆ ทำให้เครื่องผู้ใช้เชื่อว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเซิร์ฟเวอร์จริง” — US-CERT ระบุใน Security Advisory

ตารางด้านล่างแสดงความมั่นคงปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ TLS Interception ระดับเครือข่ายและซอฟต์แวร์ Interception บนเครื่องผู้ใช้

Will Dormann นักวิเคราะห์ช่องโหว่ของ US-CERT ออกมาระบุใน Blog ของตนเกี่ยวกับอันตรายของการทำ HTTPS Interception อย่างไม่เหมาะสม ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยมีดังนี้

  • Incomplete validation of upstream certificate validity
  • Not conveying validation of upstream certificate to the client
  • Overloading of certificate Canonical Name (CN) field
  • Use of the application layer to convey certificate validity
  • Use of a User-Agent HTTP header to determine when to validate a certificate
  • Communication before warning
  • Same root CA certificate

“ในขณะที่ผู้ที่อยู่สายงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทราบมานานแล้วว่าผลิตภัณฑ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยดักจับการเชื่อมต่อ [ที่เข้ารหัส] พวกเราส่วนใหญ่กลับเมินเฉยต่อปัญหาดังกล่าว เชื่อว่ามีเพียงการเชื่อมต่อส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม เราพบว่าการดักจับเริ่มทำกันอย่างแพร่หลายจนน่าตกใจ และมีผลสืบเนื่องที่น่าเป็นห่วงตามมา” — US-CERT ระบุ

อ่านรายงานการวิจัยเรื่อง The Security Impact of HTTPS Interception [PDF]

ที่มา: https://www.us-cert.gov/ncas/alerts/TA17-075A

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

Alibaba Cloud ขอเชิญร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 [4 ก.ย. 2026 – 13.00น.]

Alibaba Cloud ขอเรียนเชิญ CAIO, CTO, CIO, CDO, AI Leader, IT Manager, AI Engineer, Data Engineer และทุกท่านที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนา Qwen Conference Thailand 2026 เพื่อร่วมเรียนรู้ถึงแนวโน้มล่าสุดในการประยุกต์ใช้งาน AI สำหรับภาคธุรกิจองค์กร พร้อมแนะนำเครื่องมือ AI ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง Agentic AI, Video AI, Agentic Coding AI และ AI Production Platform พร้อมกรณีศึกษาการใช้งานจริง ให้ธุรกิจนำไปพร้อมใช้งานต่อยอดได้ทันที งานสัมมนานี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 เวลา 13.00น. - 18.00น. ณ โรงแรม Centara Grand, Central World โดยผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียด กำหนดการ และลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ดังนี้