สิงคโปร์เผยแผนพัฒนา Supercomputer แห่งที่สอง พลังในการประมวลผล 10 Petaflops

สิงคโปร์เผยแผนพัฒนา Supercomputer แห่งที่สอง เพื่อรองรับงานวิจัยภายในประเทศ รวมจำนวนหน่วยประมวลผลมากกว่า 100,000 Cores มีพลังในการประมวลผลสูงสุดที่ 10 Petaflops คาดพร้อมใช้งานช่วงต้นปี 2022

Singapore National Supercomputing Centre (NSCC) ได้เผยแผนพัฒนา Supercomputer แห่งที่สอง โดยจะมีความเร็วมากกว่ารุ่นแรกที่เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2016 ถึง 8 เท่า ซึ่งการจัดซื้อในครั้งนี้จะใช้เงินงบประมาณส่วนหนึ่งจากทั้งหมดที่ได้รับจัดสรรให้กับ National Research Foundation จำนวน 4,700 ล้านบาท อย่างไรก็ตามการประกาศในครั้งนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยคาดว่าจะมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบ Supercomputer ไปจนถึงปี 2025 ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนงานวิจัยภายในประเทศด้านต่างๆ เช่น Climate Change, Smart Nation และ Biomedical Science ที่ผ่านมามีงานวิจัยมากกว่า 450 ชิ้น จากกว่า 200 องค์กรได้ใช้ Supercomputer ในการคำนวณ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้ชนะการจัดหาระบบ Supercomputer ในครั้งนี้ คือ Hewlett-Packard Enterprise (HPE) โดยใช้งบประมาณอยู่ที่ประมาณ 940 ล้านบาท ระบบที่เสนอเป็น Cray EX ที่มีมากกว่า 900 CPU และ GPU node ซึ่งนับรวมเป็นหน่วยประมวลผลมากกว่า 100,000 Cores และจะใช้ระบบระบายความร้อยด้วยน้ำที่ออกแบบมาเฉพาะ ทั้งนี้ระบบยังมีเครื่องมือต่างๆพร้อมใช้งาน เช่น AI, Machine Learning ไปจนถึงซอฟต์แวร์จำลองการทำงานของ Quantum Computing

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/singapore-to-build-second-national-supercomputer-with-more-on-roadmap/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Anthropic มีข่าวเจรจา Samsung ผลิตชิป AI คัสตอม

มีรายงานว่า Anthropic กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเจรจากับ Samsung Electronics เพื่อผลิตชิปประมวลผลปัญญาประดิษฐ์แบบปรับแต่งเฉพาะ

ทำไม Hitachi JP1/AJS3 ถึงเป็นกุญแจสำคัญของระบบ Hybrid Cloud Automation ในองค์กรใหญ่ [Guest Post]

ในยุค Digital Transformation สภาพแวดล้อมไอทีแบบ Hybrid Cloud ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิต หลายองค์กรเลือกเก็บระบบหลักที่ต้องการความเสถียรสูงสุดอย่าง ERP เช่น SAP, MES หรือระบบจัดการคลังสินค้า (WMS) ไว้ที่หลังบ้าน …