HPE ประกาศในงาน HPE Discover Las Vegas 2026 ขยายกลยุทธ์ self-driving network ให้ครอบคลุมตั้งแต่ AI factory, data center ไปจนถึง enterprise edge ด้วยนวัตกรรมด้าน networking, routing, Agentic AIOps และ security ชุดใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อลดความซับซ้อนของการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วย AI

HPE วางตำแหน่งให้ networking เป็นรากฐานของกลยุทธ์ agentic enterprise โดยมองว่า self-driving network คือกลไกที่ให้ระบบอัตโนมัติอัจฉริยะเข้ามาช่วยลดความซับซ้อนและทำให้องค์กรเดินหน้าสู่ autonomous IT ได้ในระดับ scale โดยไม่ต้องพึ่งการแทรกแซงจากมนุษย์ ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวของกลยุทธ์ cross-pollination ที่ HPE รวม portfolio ของ HPE Aruba Networking และ HPE Juniper Networking เข้าด้วยกัน ผ่านการแชร์ความสามารถระดับ agentic, ฮาร์ดแวร์ที่ใช้ร่วมกัน และการดำเนินงานแบบ AI-native ที่สอดคล้องกันบนแพลตฟอร์ม HPE Aruba Central และ HPE Mist
ในด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI นั้น HPE ได้ขยาย HPE AI Data Center Solution ให้รวมส่วนของ networking โดยผนวก HPE Juniper Networking QFX Switches ที่บริหารจัดการผ่าน HPE Networking Data Center Director เข้ามาเสริมกับโซลูชัน full-stack เดิมที่ครอบคลุมทั้ง compute, networking, storage, software และ services พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว switch รุ่นใหม่สำหรับ portfolio networks for AI ได้แก่
- HPE Juniper Networking QFX5140 Switch ออกแบบสำหรับ inference cluster และงาน edge AI รองรับตลาด inference ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นตัวขับเคลื่อน HPE AI Data Center Solution ไปสู่ edge
- HPE Juniper Networking QFX5252 Switch tray สำหรับ AMD Helios เป็นโมดูลแบบ scale-up ของแพลตฟอร์ม AMD Helios AI rack-scale ที่ให้การสวิตช์แบบ low-latency และ high-bandwidth เพื่อรีดประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับ scale
switch ทั้งสองรุ่นช่วยให้ GPU ใช้เวลาไปกับการประมวลผล workload ได้มากขึ้นและเสียเวลารอ network น้อยลง ซึ่งช่วยขจัดคอขวดสำคัญของการ deploy AI พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวม (TCO)
ด้าน Agentic AIOps นั้น HPE ได้นำ HPE Networking CX switching เข้ามารองรับบนแพลตฟอร์ม HPE Mist เพิ่มความสามารถระดับ wired อย่าง AI-native visibility, zero-touch provisioning, wired assurance สำหรับ layer 2 access, dynamic PCAP และ HPE Marvis AI-driven actions ขณะเดียวกันก็เปิดให้ใช้ความสามารถ self-driving ของ HPE Marvis บน HPE Aruba Central รวมถึง trusted action อย่าง wired port remediation นอกจากนี้ยังเสริมการดำเนินงานในระดับ data center บน HPE Mist ด้วย proactive maintenance ที่ใช้ predictive analytics จาก AI/ML เพื่อทำนายความล้มเหลวของระบบและ optics ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ และ advanced reasoning agent ที่ใช้ agentic AI วิเคราะห์ข้ามข้อมูลหลากหลายแหล่ง ตั้งแต่ TAC case นับล้านเคสไปจนถึง contextual graph database เพื่อทำ root cause analysis (RCA) และเสนอแนวทางแก้ไขได้อย่างแม่นยำ ในระดับการบูรณาการข้ามโดเมน HPE Mist Networking Data Center Assurance ยังเชื่อมต่อกับ HPE Compute Ops Management และ GreenLake เพื่อลดการกระจัดกระจายของเครื่องมือและให้มุมมองแบบรวมศูนย์
HPE ยังเปิดตัวแพลตฟอร์ม unified SASE แบบ AI-native ที่สร้างบน HPE Networking EdgeConnect และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี firewall ขั้นสูง โดยรวม SD-WAN และ Security Service Edge (SSE) เข้าไว้ในคอนโซลบริหารจัดการเดียว เพื่อเร่งการนำ zero trust มาใช้และลดพื้นที่เสี่ยงในยุคที่ผู้โจมตีใช้ AI ค้นหาและเจาะช่องโหว่ได้เร็วขึ้น แพลตฟอร์มนี้ยังมาพร้อม embedded SSE connector ที่ deploy zero trust ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง ZTNA connector เพิ่ม, รองรับแนวทาง sovereign SASE ที่เก็บ traffic ไว้ภายในขอบเขตขององค์กร และมี SASE copilot สำหรับการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ นอกจากนี้ HPE Financial Services ยังเปิดตัว Network Migration Program เพื่อช่วยให้องค์กรย้ายไปสู่ network ที่พร้อมรองรับ AI ได้เร็วขึ้นด้วยต้นทุนและความเสี่ยงที่ต่ำลง ผ่านทั้งการ financing ฮาร์ดแวร์, financing ซอฟต์แวร์แบบ 0% และ IT Asset Program ที่ดึงมูลค่าจากอุปกรณ์เดิมมาลงทุนต่อ
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






