แสงชัยกรุ๊ป ปรับกระบวนการทำงานสู่ดิจิทัล เลือกSAP S/4HANA จัดการธุรกิจ ตอบโจทย์การบริหารด้วยข้อมูล Real-Time

การวางระบบ ERP ให้กับธุรกิจองค์กรนั้นก็ถือเป็นการวางรากฐานสำคัญอันหนึ่งเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนเติบโตไปได้อย่างมั่นคง แสงชัยกรุ๊ปเองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจองค์กรไทยที่มีวิสัยทัศน์นี้ และตัดสินใจลงทุนในระบบ ERP ใหม่ เพื่อผนวกข้อมูลธุรกิจของบริษัทในเครือเข้าด้วยกัน เตรียมก้าวสู่การบริหารธุรกิจด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์ และเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันกับบริบทของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ในบทความนี้เราจะสรุปมุมมองและแนวคิดจากคุณสิทธิพัฒน์ อัศวนิเวศน์ ผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ และ การตลาด กลุ่มบริษัทแสงชัย ที่มาร่วมแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์กับทีมงาน TechTalkThai ในการวางระบบ ERP ของธุรกิจในเครือด้วย SAP เพื่อแก้ไขโจทย์ปัญหาทางธุรกิจหลากหลาย รวมถึงเล่าแนวโน้มธุรกิจเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับธุรกิจองค์กรอื่นๆ ในไทย

รู้จักแสงชัยกรุ๊ป ผู้นำระบบปรับอากาศ ระบบทำความเย็น ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า เครื่องมือช่าง และเครื่องใช้ไฟฟ้า

คุณสิทธิพัฒน์ อัศวนิเวศน์ ผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ และ การตลาด กลุ่มบริษัทแสงชัยกรุ๊ป

ถึงแม้หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของแสงชัยกรุ๊ปมาก่อน แต่หากเจาะลึกลงไปถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ จากแสงชัยกรุ๊ปแล้ว เชื่อว่ารอบตัวของทุกคนนั้นจะต้องมีสินค้าจากแสงชัยกรุ๊ปเป็นเบื้องหลังอยู่ไม่มากก็น้อยโดยที่ไม่รู้ตัว

ธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ปนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2519 ในชื่อของห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงชัยอีเล็คตริค ที่มุ่งเน้นการจำหน่ายอุปกรณ์เครือข่ายใช้ไฟฟ้าคุณภาพสูง ก่อนที่จะขยับขยายขายสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ มากขึ้นจนในปี 2527 ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ห้างหุ้นส่วนจำกัด แสงชัยอีควิพเม้นท์ (1984)

ในปี 2543 ทางบริษัทก็ได้มีการขยายไปสู่การจัดจำหน่ายอุปกรณ์ห้องเย็น และก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะภายใต้ชื่อบริษัท แสงชัยรีฟรีเจอเรชั่น จำกัด จนได้ก้าวสู่ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนในปี 2545 ด้วยการจัดตั้งบริษัท แสดงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด

ธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ปยังคงเติบโตมาเรื่อยๆ จนในปี 2547 ทางบริษัทก็ตัดสินใจก้าวเข้าสู่อีก 2อุตสาหกรรม ด้วยการก่อตั้งบริษัท แสงชัยพรีซิชั่น จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจในตลาดตู้ทำน้ำเย็นด้วยการสร้างโรงงานผลิตตู้ทำน้ำเย็นคุณภาพสูงเป้นของตนเอง และก่อตั้งบริษัท แสงชัยอีควิพเม้นท์ จำกัด เพื่อขยายตลาดอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้า

การขยายฐานธุรกิจยังคงไม่จบลงเพียงเท่านั้น ในปี 2549 ทางบริษัทก็ได้ก่อตั้งบริษัท เอสคอร์ป จำกัดเพื่อก้าวสู่ตลาดคอมเพรสเซอร์ระบบโรตารี่ และปี 2550 ก็ก่อตั้งบริษัท เอสซีโซลูชั่น จำกัด เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของตนเองโดยเฉพาะ

ในปี 2558 ก็ถือเป็นปีที่มีทิศทางที่น่าสนใจ กับการเปิดสาขาของบริษัทที่จังหวัดอุบลราชธานี และการลงทุนสร้างโรงงานผลิตตู้สวิทช์บอร์ดไฟฟ้าที่จังหวัดนครปฐม ซึ่งภายหลังในปี 2561 โรงงานแห่งนี้ก็ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางไฟฟ้า IEC – 61439 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลายในยุโรป เปิดโอกาสให้แสงชัยกรุ๊ปสามารถก้าวสู่ตลาดระดับโลกด้วยสินค้าที่ผลิตจากโรงงานในไทยได้กว้างขวางยิ่งขึ้น

หากนับโดยรวมแล้ว แสงชัยกรุ๊ปนี้มีการดำเนินธุรกิจด้วยกัน 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ 1) อะไหล่แอร์ 2) เครื่องทำความเย็น 3) ตู้ควบคุมไฟฟ้า และ 4) เครื่องมือช่างและเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยมีบริษัทในเครือมากถึง 8 บริษัท จัดจำหน่ายสินค้ามากกว่า 10,000 รายการจากผู้ผลิตชั้นนำมากกว่า 50 ราย โดยมีพนักงานกว่า 500 คน ให้บริการลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและค้าปลีก, ธุรกิจโรงแรม, ร้านอาหาร, ห้างสรรพสินค้า ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์กระจายสินค้า เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจใหญ่รายหนึ่งที่มีวิสัยทัศน์ในการเติบโตที่ชัดเจนทีเดียว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ป สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://sangchaigroup.com/ และติดตาม Facebook Fan Page ได้ที่ https://www.facebook.com/sangchaigroup

ธุรกิจในเครือมีหลากหลาย ต้องปรับตัวสู่การให้บริการครบวงจร ระบบ ERP จึงสำคัญ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แสงชัยกรุ๊ปนั้นได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มที่เปลี่ยนไปของธุรกิจไทยซึ่งให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ มากยิ่งขึ้นในการลงทุนแต่ละครั้ง รวมถึงยังมีความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้แสงชัยกรุ๊ปต้องเริ่มมีการนำเข้าสินค้าเชิงวิศวกรรมที่ผสานนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาในตลาด รวมถึงยังต้องขยายฐานการบริการด้านการให้คำปรึกษาแก่ภาคธุรกิจโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตอบสนองโจทย์ของธุรกิจองค์กรที่มีความซับซ้อนสูงยิ่งขึ้นให้ได้อย่างครบวงจร

ด้วยเหตุนี้เอง รูปแบบการดำเนินธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ปจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ผลิตสินค้าต่างๆ ออกสู่ตลาด มาสู่การให้บริการในภาคธุรกิจมากขึ้น ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลกที่ธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ต้องปรับตัวไปสู่การทำ Servitization หรือการเปลี่ยนจากบทบาทของผู้ขายเพียงอย่างเดียว มาเป็นผู้ให้บริการด้วยนั่นเอง

บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ปนี้มีความครอบคลุมในทุกส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ตนเองจัดจำหน่าย และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าธุรกิจองค์กรได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการให้คำปรึกษาด้านการประยัดพลังงาน การลดมลภาวะ การตรวจสอบแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ในระบบ และอื่นๆ อีกมากมาย

เมื่อธุรกิจมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นจากการคว้าโอกาสใหม่ๆ และปรับตัวไปตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป แสงชัยกรุ๊ปเองก็ต้องมองหาแนวทางการบริหารจัดการภายในแต่ละธุรกิจให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ระบบ ERP ที่มีอยู่เดิมเองนั้นก็เริ่มไม่ตอบโจทย์ต่อรูปแบบการทำธุรกิจที่เพิ่มเติมเข้ามา และทำให้แสงชัยกรุ๊ปนั้นมองหาแนวทางการลงทุนวางระบบ ERP ใหม่ ที่จะมาตอบโจทย์ธุรกิจได้ดียิ่งขึ้นทั้งสำหรับในเชิงการปฏิบัติงาน และการบริหารจัดการสำหรับผู้บริหารระดับสูง

วางเป้าหมาย Consolidate ระบบ ERP ให้เป็น SAP ทั้งเครือ ตอบโจทย์การบริหารจัดการข้อมูลธุรกิจแบบ Real-Time

เดิมทีนั้นบริษัทภายในเครือแสงชัยกรุ๊ปอาศัยทักษะ ความชำนาญ และความรอบคอบของพนักงานในการทำงานเป็นส่วนสำคัญ และยังมีงานที่ต้องบริหารจัดการหรือวางแผนแบบ Manual ค่อนข้างมาก เช่น การจัดระบบคลังสินค้าแบบ FIFO, การกำหนดโครงสร้างราคาสินค้าและบริการ ไปจนถึงการทำรายงานทางธุรกิจนั้นก็ต้องอาศัยพนักงานในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาทำการวิเคราะห์ด้วยตนเอง

การทำงานแบบ Manual นี้เองที่ก่อให้เกิดประเด็นปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย เช่น การทำงานที่ไม่เป็นมาตรฐาน, ความล่าช้าในการออกรายงาน, ความผิดพลาดในการทำงานและการจัดการข้อมูล ในขณะที่ขั้นตอนการทำงานเองก็มีความซับซ้อนสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการวิเคราะห์ภาพรวมของธุรกิจนั้น ก็สามารถทำได้ยากมากในสภาวะที่ข้อมูลในธุรกิจนั้นกระจัดกระจายและไม่เป็นแบบแผน

ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของการเลือกใช้งานระบบ ERP ใหม่ที่จะนำมาทดแทนระบบเก่าจึงมีด้วยกัน 3 ประการหลักๆ ได้แก่

  1. ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management Systems) ที่รองรับการหยิบสินค้าแบบ FIFO และสามารถต่อยอดเพื่อรองรับการขายสินค้าออนไลน์ในหลายช่องทางได้
  2. ระบบบริหารจัดการการขาย จัดการโครงสร้างราคาขายสินค้าและบริการของแต่ละแผนกในแต่ละธุรกิจให้เป็นระบบได้
  3. ระบบรายงานทางธุรกิจ ที่สามารถเรียกดูรายงานได้แบบ Real-Time และผสานรวมข้อมูลของหลายธุรกิจเอาไว้เพื่อให้ผู้บริหารสามารถใช้งานได้ง่าย

แน่นอนว่าระบบ ERP ที่จะทำการเลือกมาใช้งานนี้จะต้องตอบโจทย์เหล่านี้ให้ได้ครบถ้วนภายในระบบเดียว เพื่อให้ในระยะยาวแล้ว แสงชัยกรุ๊ปจะสามารถใช้เทคโนโลยี ERP เดียวกับธุรกิจในเครือทั้งหมดได้ เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน การดูแลรักษา และการวางแผนต่อยอดในอนาคต ซึ่งโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ก็คือโซลูชันจาก SAP นั่นเอง

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าธุรกิจองค์กรชั้นนำทั่วโลกนั้นมักเลือกใช้งาน SAP ในการบริหารจัดการธุรกิจ และแสงชัยกรุ๊ปเองก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ตัดสินใจใช้ SAP เพื่อปรับให้การทำงานของธุรกิจทั้งหมดมีความเป็นมาตรฐาน จัดการข้อมูลของธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ ลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อนลง อีกทั้งยังได้นำ Best Practice ในการจัดการธุรกิจในส่วนของ Trading จาก SAP มาปรับใช้ในธุรกิจองค์กร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

ในส่วนของการบริหารจัดการคลังสินค้า SAP เองก็สามารถปรับให้ตอบโจทย์การหยิบสินค้าได้แบบ FIFO และมีการสร้าง Batch เพื่อควบคุมการทำงานและการจ่ายสินค้าได้จากระบบให้เหมาะสมต่อการทำงานได้ทันที ในขณะที่เมื่อข้อมูลถูกรวมศูนย์เอาไว้อย่างเป็นระบบแล้ว SAP ก็สามารถช่วยแจ้งเตือนในกรณีต่างๆ อย่างเช่นเมื่อสินค้าในคลังลดลงจนถึงจุดที่กำหนดไว้ ระบบก็จะทำการแจ้งเตือนเพื่อให้สามารถสั่งซืื้อวัตถุดิบหรือผลิตสินค้าขึ้นมาได้อย่างไม่ขาดตอน เป็นต้น

แสงชัยกรุ๊ปได้เริ่มต้นการ Implement ระบบของ SAP ในธุรกิจระบบความเย็น และธุรกิจระบบปรับอากาศก่อน ด้วยการเริ่มใช้ Module หลักๆ ของธุรกิจ เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานได้ค่อยๆ ปรับตัวให้เข้าใจและคุ้นชินกับระบบใหม่ ก่อนที่จะค่อยๆ มีแผนต่อยอดในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการนำ Module ใหม่ๆ เข้ามาใช้งานเพิ่มเติม หรือการขยายระบบ SAP ให้ครอบคลุมธุรกิจในส่วนอื่นมากขึ้น เพื่อให้การบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจนั้นสามารถทำได้ผ่าน SAP เพียงระบบเดียวในเป้าหมายปลายทาง

เชื่อมั่นใน ISS Consulting นำประสบการณ์การวางระบบ SAP เติมเต็มธุรกิจของแสงชัยกรุ๊ป

การเลือก Implementer ที่ดีนั้นจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำโครงการและคุณภาพของระบบที่ได้รับโดยตรง ซึ่งแสงชัยกรุ๊ปก็ตัดสินใจเลือกใช้บริการจาก ISS Consulting มาช่วยให้คำปรึกษาและวางระบบในงานนี้ เนื่องจาก ISS Consulting นั้นเป็น Partner ระดับ Platinum ของ SAP รายแรกๆ ของประเทศไทย ได้รับรางวัลมาอย่างมากมาย และมีประสบการณ์การติดตั้งระบบ SAP ให้กับธุรกิจองค์กรไทยมาแล้วมากมาย ให้คำปรึกษาได้ครบวงจรทั้งในเชิงธุรกิจ, เทคโนโลยี และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยเช่นข้อกำหนดหรือกฎหมายต่างๆ

ในการทำงานร่วมกับ ISS Consulting นี้ถือเป็นการทำงานที่มีการโต้ตอบระหว่างกัน ISS Consulting ไม่เพียงแต่ระดับฟังความต้องการหรือโจทย์ของธุรกิจและนำไปออกแบบปรับแต่งระบบได้อย่างยืดหยุ่นเท่านั้น แต่หลายครั้งที่ ISS Consulting เองก็สามารถให้ความเห็นและแนะนำแสงชัยกรุ๊ปให้สามารถเลือกวางกระบวนการหรือใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาได้ รวมถึงยังสามารถดำเนินโครงการให้ลุล่วงได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้แสงชัยกรุ๊ปเองมีความประทับใจในทีมงานของ ISS Consulting เป็นอย่างมาก และเชื่อว่า ISS Consulting จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงธุรกิจให้กับแสงชัยกรุ๊ปได้ดียิ่งขึ้น

  • แผนในอนาคตของทาง Sangchai ที่มีแนวคิดใน Products ใหม่ๆ และช่องทางการจัดจำหน่ายแบบRetails โดยใช้ระบบ SAP ช่วยสนับสนุนองค์กร

ชี้อนาคต IIoT จะมีบทบาทสำคัญต่อการผลิต ทั้งในเชิงของการเพิ่มประสิทธิภาพ และการดูแลรักษาเครื่องจักร

ในฐานะที่แสงชัยกรุ๊ปเองมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้าและเครื่องจักรเป็นของตนเอง รวมถึงมีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับระบบวิศวกรรมภายในอาคารหรือโรงงานอยู่มาก จึงมองว่าเทคโนโลยีอย่าง Industrial Internet of Things หรือ IIoT นี้จะเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในงานระบบวิศวกรรม

ในการประยุกต์ใช้งานกับระบบวิศวกรรมภายในอาคาร IIoT จะช่วยให้การติดตามข้อมูลทั้งหมดเกิดขึ้นได้แบบ Real-Time และสามารถควบคุมการทำงานของเครื่องจักรหรือระบบต่างๆ จากระยะไกลได้ อีกทั้งยังสามารถต่อยอดไปสู่ภาพของ Smart Building หรือ Smart Factory ด้วยการทำ Automation ได้หลากหลายรูปแบบ ในขณะที่การดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ก็สามารถทำได้อย่างชาญฉลาด ด้วยการแจ้งเตือนเมื่อระบบมีปัญหาหรือมีแนวโน้มที่จะมีปัญหา ช่วยเสริมภาพของแสงชัยกรุ๊ปที่ต้องการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาสู่ตลาด และขยายตลาดด้านการบริการให้เติบโตได้เป็นอย่างดี

ในแง่ของการดูแลรักษาเครื่องจักรภายในโรงงาน IIoT เองก็มีบทบาทเป็นอย่างมากในการทำ Preventive Maintenance ที่จะช่วยให้การดูแลรักษาเครื่องจักรที่มีราคาสูงและมีความสำคัญต่อสายการผลิตนั้นเป็นไปได้ในเชิงรุก ลด Downtime ที่จะเกิดขึ้นในสายการผลิตลงได้ อีกทั้งยังเพิ่มอายุการใช้งานให้กับเครื่องจักร ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาวได้เป็นอย่างดี

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน

นอกจากนั้นแล้วในปีนี้ ISS Consulting (Thailand) Ltd.  เป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอSAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

———————-

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้นISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) โทร 02 237 05553 หรือ

 


Check Also

VMware Cloud Disaster Recovery (VCDR): ทางเลือกในการวางระบบ DR ที่รวดเร็วและง่ายดาย พร้อมให้บริการแล้วโดย Yip In Tsoi

เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถออกแบบ วางระบบ และใช้งานระบบ Disaster Recovery หรือ DR ได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายดาย VMware และ Yip In Tsoi จึงร่วมมือกันเพื่อนำเสนอโซลูชัน VMware Cloud Disaster Recovery ซึ่งเป็นบริการ Cloud DR ในแบบ SaaS ที่ใช้งานได้ง่าย คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง และรองรับระบบได้ทุกขนาด ทำให้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ใช้งาน VMware อยู่ก็สามารถทำ DR ได้อย่างง่ายดายในเวลาอันรวดเร็ว

[Guest Post] IBM Security Solution ที่สุดของความปลอดภัยสำหรับ Cloud Native technology: IBM POWER10, IBM Storage, IBM QRadar

IBM Security Solution ที่สุดของความปลอดภัยสำหรับ Cloud Native technology: IBM POWER10, IBM Storage, IBM QRadar