ผู้เชี่ยวชาญเตือนความเสี่ยงต่อเครือข่าย LoRaWAN

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก IOActive ได้ออกมาเตือนโดยอ้างผลศึกษาของโปรโตคอล LoRaWAN ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับอุปกรณ์ IoT ว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีได้หลายจุด

credit : IOActive

LoRaWAN หรือ Long Range Wide Area Network ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสัญญาณวิทยุที่อาศัยโปรโตคอล LoRa ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์แบบใช้พลังงานต่ำข้าม WAN โดยปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในกลุ่มนักพัฒนา IoT เช่น การเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ สู่อินเทอร์เน็ต (รูปแบบเดิมๆ อาจใช้ Wi-Fi หรือติดซิมโทรศัพท์) สำหรับโครงสร้างของ LoRaWAN จะประกอบด้วยหลายเลเยอร์คือ อุปกรณ์ปลายทางจะส่งสัญญาณไปยัง Gateway หลังจากนั้น Gateway จะคุยกับเซิร์ฟเวอร์ด้วย TCP และ UDP ปกติ

อย่างไรก็ดีผู้คิดค้นโปรโตคอลตระหนักดีถึงความไม่ปลอดภัยในการกระจายสัญญาณวิทยุ ดังนั้นตั้งแต่ LoRaWAN เวอร์ชันแรกจะมีการเข้ารหัสขนาด 128 บิตในระดับ Network จะมีคีย์ที่ชื่อ Network Session Key (NwkSKey) และ Application Session (AppSKey) โดยจะมี 2 วิธีการเพื่อเริ่มต้นการเชื่อมต่อและสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ดังนี้

  • Activation by Authorization – มีการฝัง Session Key และข้อมูลระบุตันตนของอุปกรณ์ไว้ใน Firmware
  • Over-the-air Activation – ต้องตั้งค่าคีย์ AES-128 บิตหรือ AppKey อย่างแตกต่างกันในแต่ละอุปกรณ์เพื่อใช้ Sign ข้อความที่จะแลกเปลี่ยนเมื่อมีอุปกรณ์ใหม่เข้ามาในเครือข่าย

ด้วยเหตุนี้เองนักวิจัยชี้ว่า LoRaWAN ใช้มาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยขึ้นกับกับการจัดการคีย์ ดังนั้น IOActive จึงเข้าศึกษาโปรโตคอลในเวอร์ชัน 1.0.2 และ 1.0.3 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง แม้ว่าจะมีเวอร์ชันใหม่กว่าอย่าง 1.1 ออกมาแต่ก็ยังต้องใช้เวลาสักพักถึงจะได้รับความนิยม โดยหลังจากศึกษาแล้วนักวิจัยค้นพบความเสี่ยงในหลายจุดดังนี้

  • สามารถทำ Reverse Engineering ที่ Firmware ของอุปกรณ์เพื่อ Extract คีย์ออกมาได้
  • อุปกรณ์ส่วนใหญ่มี Tag ของ QR code หรือข้อความเกี่ยวกับข้อมูลของ Device Identifier, คีย์ หรืออื่นๆ ซึ่งควรจะถูกใช้แค่ตอนสื่อสารเท่านั้นแล้วลบออกเพื่อป้องกันแฮ็กเกอร์ที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์เชิงกายภาพได้
  • พบซอร์สโค้ดที่ฝัง (Hardcoded) AppKeys และ NwkSKeys และ AppSKeys ซึ่งคีย์เหล่านี้ควรถูกเปลี่ยนเมื่อ Deploy อุปกรณ์แล้ว
  • บางอุปกรณ์มีการใช้คีย์ที่คาดเดาได้ เช่น AppKey = Device Identifier + App Identifier เป็นต้น
  • ตัวเซิร์ฟเวอร์ของ LoRaWAN เองอาจมีช่องโหว่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ LoRaWAN หรือได้รับการคอนฟิคมาไม่ดีซึ่งเข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตได้
  • แฮ็กเกอร์สามารถได้รับคีย์เมื่อเจาะเข้าไปยังเครือข่ายผู้ผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องของฝ่ายเทคนิคที่สามารถคอนฟิค LoRaWAN ได้หรือแม้กระทั่งผู้ให้บริการ

ดังนั้นสิ่งที่นักวิจัยกังวลคือเมื่อแฮ็กเกอร์ได้คีย์ไปแล้วการป้องกันทุกอย่างก็หมดความหมาย ที่อาจนำไปสู่การทำ DoS หรือดักจับและปั่นป่วนการส่งข้อมูลได้ นอกจากนี้ LoRaWAN เองยังมีการใช้งานจำนวนมากทำให้ความรุนแรงอาจเป็นไปได้อย่างคาดไม่ถึงในวันข้างหน้า โดย IOActive ได้แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบอุปกรณ์และเครือข่าย รวมถึงเพิ่มมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่น เช่น การติดตามทราฟฟิคของ LoRaWAN คล้ายกับที่เราทำกันอยู่แล้วกับ HTTP และ HTTPS นอกจากนี้ IOActive ยังแจก Framework สำหรับ Audit ตัว LoRaWAN ไว้บน GitHub ด้วย

ที่มา :  https://www.securityweek.com/millions-devices-using-lorawan-exposed-hacker-attacks และ  https://www.zdnet.com/article/lorawan-networks-are-spreading-but-security-researchers-say-beware/ และ  https://www.helpnetsecurity.com/2020/01/28/vulnerable-lorawan-networks/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …