LoRaWAN คืออะไร?

ความเดิมตอนที่แล้วจาก ‘What is LPWAN?’ ได้มีการยกตัวอย่างกลุ่มเทคโนโลยีที่มีคุณสมบัติใช้พลังงานต่ำและมีความครอบคลุมของสัญญาณในระยะไกล ซึ่งภายในมีผู้นำเสนอการอิมพลีเม้นต์แนวคิดนี้หลายค่าย โดย LoRaWAN คือเทคโนโลยีตัวหนึ่งที่ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนหลักจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ชื่อ LoRa Alliance ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกันถึงจุดเริ่มต้นและนิยามของเทคโนโลยีนี้กันให้ลึกไปกว่าเดิม

LoRa ย่อมาจาก Long Range แน่นอนว่าเน้นการส่งระยะไกลซึ่งไอเดียของเทคโนโลยีคือมีการมอดูเลตสัญญาณด้วยเทคนิคพิเศษจากพื้นฐานของ Spread Spectrum ที่เรียกกว่า chirp spread spectrum(CSS) ที่มีการคิดค้นเรื่องของการส่งสัญญาณให้ได้ตามคุณสมบัติและมีการแก้ไขข้อผิดพลาด ซึ่งอันที่จริงแล้วเทคโนโลยีนี้เริ่มต้นจากบริษัท Cycleo ในฝรั่งเศสที่มีการจดลิขสิทธิ์ด้วยในปี 2014 แต่ก่อนหน้านั้นปี 2012 บริษัทได้ถูกควบรวมโดย Semtech จากสหรัฐอเมริกา

มาถึงตรงนี้เราได้เรียนรู้แล้วว่า LoRa คือมุมมองของการอิมพลิเม้นต์ในระดับฮาร์ดแวร์ แต่การที่จะควบคุมให้ฮาร์ดแวร์ LoRa มีกรอบการสื่อสารก็ต้องใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรโตคอลระดับ MAC หรือที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ LoRaWAN โดยว่าด้วยเรื่องของวิธีการส่งและรูปแบบของสารที่จะส่ง

LoRa สามารถรองรับการส่งสัญญาณได้ที่ 915 MHz, 868 MHz แบะ 433 MHz หรือเป็นส่วนย่อนของย่านความถี่ระดับกิกะเฮิร์ตที่ไม่ติด License แล้วแต่ภูมิภาคในยุโรปจะอยู่ที่ EU868 หากเป็นอเมริกาเหนือจะอยู่ที่ IN865 และเอเชียก็จะเป็นอีกช่วงหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งหมดความโดดเด่นคือการเป็นเทคโนโลยีที่เก่งตัวหนึ่งสำหรับ IoT เพราะมีการใช้พลังงานต่ำและมีระยะการส่งที่ดี โดยมีข้อดีที่น่ารู้ ดังนี้

  • ใช้ไฟน้อยแบบสุดๆ โดยอุปกรณ์ที่รองรับ LoRaWAN อาจใช้ได้นานถึง 10 ปี
  • เกตเวย์ของ LoRaWAN สามารถส่งและรับข้อมูลได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตรในพื้นที่ชนบทและ 3 กิโลเมตรในพื้นที่เมือง
  • ทะลุทะลวงในสภาพแวดล้อมแบบ indoor ได้ครอบคลุมไปถึงหลายชั้น
  • ไม่ต้องซื้อสิทธิบัตรการใช้สเปกตรัม
  • มีความสามารถเรื่องของพิกัดโดยไม่ต้องมี GPS ด้วยการประมาณการแบบ triangulation หรือถ้าจะระบุต้องมีเกตเวย์ 3 ตัวจับสัญญาณได้
  • เซิร์ฟเวอร์ระดับเครอข่ายสามารถรองรับข้อมูลได้หลายล้านที่มาจากเกตเวย์ได้หลายพันตัว
  • ใช้ได้ทั้งสถานการณ์แบบเครือข่ายสาธารณะและส่วนตัวโดยชุดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เดียวกัน
  • มีการเข้ารหัสระหว่างอุปกรณ์ปลายทางสู่เซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชันได้แบบ AES-128
  • ทำการอัปเดตเฟิร์แวร์ผ่านอากาศได้ (over the air)
  • โรมมิ่งระหว่างเครือข่ายได้
  • ใช้โครงสร้างพื้นฐานน้อยลดต้นทุนและมีซอฟต์แวร์แบบโอเพ่นซอร์ส
  • มีโครงสร้างออกใบรับรองโดย LoRa Alliance ให้อุปกรณ์ให้ความมั่นใจแก่ผู้ใช้ว่าอุปกรณ์ได้ผ่านการรับรองมาตรฐาน
  • มีกลุ่มพัฒนาสนับสนุนขนาดใหญ่ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์ อุปกรณ์เกตเวย์ ผู้พัฒนาเสาสัญญาณ ผู้ให้บริการเครือข่าย และนักพัฒนาแอปพลิเคชัน

LoRaWAN สามารถนำไปใช้ในแอปพลิเคชันได้มากมายในอุตสาหรรมต่างๆ การติดตามสุขภาพผู้ป่วย ติดตามความปลอดภัยในโรงงานน้ำ ติดตามอุณหภูมิในอุตสาหกรรมอาหาร การติดตามความเย็นในการลำเลียงวัคซีน การติดตามยานพาหนะหรือกระเป๋าในสนามบิน หรือการติดตามสัตวอันตราย ไปจนถึงการมีดาวเทียมที่ให้บริการ LoRaWAN เพื่อความครอบคลุมในโลก

credit : https://www.thethingsnetwork.org/

การเข้าใจในภาพที่เกี่ยวข้องข้อง LoRaWAN ถึงองค์ประกอบเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการจำแนกความแตกต่างกับแนวคิดของเทคโนโลยีอื่นอย่าง NB-IoT ซึ่งเราจะเล่าอีกทีในบทความ ‘LoRaWAN vs NB-IoT’ อันที่จริงแล้วองค์ประกอบของเครือข่าย LoRaWAN มีเพียง 5 ส่วนคือ

1.) อุปกรณ์ปลายทาง – เซนเซอร์หรืออุปกรณ์แปลงสัญญาณที่สามารถมอดูเลตส่งสัญญาณ LoRa ไปยังเกตเวย์ที่อยู่ในระยะ โดยใช้โปรโตคอล ALOHA ซึ่งไม่จำเป็นต้องเจาะจงผูกกับเกตเวย์ตัวใดตัวหนึ่ง

2.) เกตเวย์ – ตัวรับสารที่ส่งมาจากอุปกรณ์ปลายทางและส่งต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ระดับเครือข่าย โดยมีทั้งประเภท indoor และ outdoor

3.) เซิร์ฟเวอร์เครือข่าย – ซอฟต์แวร์ที่รันในเซิร์ฟเวอร์ที่คอยจัดการเครือข่าย โดยหากได้รับข้อมูลซ้ๆจะเก็บแค่หนึ่งเดียวและทิ้งที่เหลือไป

4.) เซิร์ฟเวอร์แอปพลิเคชัน – ซอฟต์แวร์ที่รันในเซิร์ฟเวอร์ที่ประมวลผลข้อมูลแอปพลิเคชัน

5.) Join Server – ซอฟต์แวร์ในเซิร์ฟเวอร์คอยประมวลผลการร้องขอที่เข้ามาจากอุปกรณ์ปลายทาง (ไม่แสดงในผังด้านล่าง)

LoRaWAN Alliance เป็นกลุ่มความร่วมมือไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งเริ่มต้นในปี 2015 แน่นอนว่า Semtech เป็นตัวตั้งตัวตีของการเริ่มต้นหรือกล่าวคือเป็นแนวคิดแบบโอเพ่นซอร์สที่เราคุ้นเคยกันในแวดวงซอฟต์แวร์ เชิญชวนให้เกิดคอมมูนิตี้ช่วยกันพัฒนามาตรฐานและผลักดันการใช้งานในแง่มุมต่างๆ โดยปัจจุบันมีผู้เล่นรายใหญ่ทั้งในแง่ของผู้ผลิต ผู้ให้บริการเครือข่าย SI และอื่นๆ ไม่น้อยเข้าร่วมกว่า 500 รายทั่วโลก อาทิ Amazon, STMicroelectronics, Mikro Tik, Comcast, Helium, Cisco, Microsoft และอื่นๆ (ปี 2024 ที่ผ่านมาก Cisco ประกาศออกจากธุรกิจ LoRaWAN แล้ว)

นอกจากแง่มุมของการพัฒนาแล้ว LoRaWAN Alliance ยังมีหน้าที่ออกใบรับรองสำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ให้วงการเกิดมาตรฐานแก่ผู้บริโภคจะได้มั่นใจด้วย นอกจากนี้ในปี 2021 ที่ผ่านมา LoRaWAN ยังได้ผ่านมาตรฐาน LPWAN ของ International Telecommunication Union (ITU) อีกด้วย การมีผู้กำกับกลางจะช่วยให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สามารถนำซอฟต์แวร์ไปพัฒนาต่อได้โดยง่ายลดต้นทุนที่ต้องสร้างซอฟต์แวร์ของตัวเองขึ้นมาและอาจทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ไม่ได้

ที่มา :

  1. https://www.thethingsnetwork.org/docs/lorawan/what-is-lorawan/
  2. https://www.thethingsnetwork.org/docs/lorawan/architecture/
  3. https://en.wikipedia.org/wiki/LoRa
  4. https://siambc.com/lorawan-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …