Reflection AI สตาร์ทอัพ Superintelligence เปิดตัวพร้อมเงินทุน 130 ล้านดอลลาร์

Reflection AI สตาร์ทอัพใหม่ที่นำโดยอดีตนักวิจัยจาก Google DeepMind เปิดตัวในวันนี้พร้อมเงินทุนระยะเริ่มต้น 130 ล้านดอลลาร์ จากรอบ Seed มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ ที่นำโดย Sequoia Capital ร่วมกับ CRV และรอบ Series A มูลค่า 105 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนำโดย CRV ร่วมกับ Lightspeed Venture Partners

Credit: Reflection AI

Reflection AI ยังได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่อื่น ๆ อีกด้วย โดยมีรายงานว่าผู้ร่วมลงทุนรวมถึงฝ่ายลงทุนของ Nvidia, Reid Hoffman ผู้ร่วมก่อตั้ง LinkedIn และ Alexandr Wang ซีอีโอของ Scale AI โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 555 ล้านดอลลาร์

Reflection AI นำโดยผู้ร่วมก่อตั้ง Misha Laskin และ Ioannis Antonoglou โดย Laskin ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัท เคยมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเวิร์กโฟลว์การฝึกของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ Gemini ของ Google ส่วน Antonoglou ทำงานเกี่ยวกับระบบหลังการฝึกของ Gemini ซึ่งเป็นกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพของ LLM หลังการฝึกเพื่อปรับปรุงคุณภาพผลลัพธ์

Reflection AI มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า Superintelligence ซึ่งบริษัทนิยามว่าเป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถทำงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ได้ โดยก้าวแรกของบริษัทคือการสร้างเครื่องมือโปรแกรมอัตโนมัติ บริษัทเชื่อว่าบล็อกเทคโนโลยีที่จำเป็นในการสร้างเครื่องมือนี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนา Superintelligence ได้

“ความก้าวหน้าที่จำเป็นในการสร้างระบบเขียนโค้ดอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เช่น การใช้เหตุผลขั้นสูงและการปรับปรุงตัวเองอย่างต่อเนื่อง สามารถขยายไปสู่หมวดหมู่งานคอมพิวเตอร์ที่กว้างขึ้นได้โดยธรรมชาติ” ทีมงาน Reflection AI เขียนไว้ในบล็อกโพสต์

ในระยะแรก บริษัทจะเน้นพัฒนาเอเจนต์ AI ที่สามารถทำงานด้านการเขียนโปรแกรมที่เฉพาะเจาะจงได้โดยอัตโนมัติ บางเอเจนต์จะถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบช่องโหว่ในโค้ดของนักพัฒนา ขณะที่บางเอเจนต์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้หน่วยความจำของแอปพลิเคชันและทดสอบความเสถียรของซอฟต์แวร์

Reflection AI ยังมีแผนที่จะทำให้งานอื่น ๆ เป็นระบบอัตโนมัติด้วย บริษัทระบุว่า เทคโนโลยีของตนสามารถสร้างเอกสารประกอบที่อธิบายการทำงานของโค้ดบางส่วนได้ นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ของบริษัทจะช่วยจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่แอปพลิเคชันของลูกค้าทำงานอยู่

จากประกาศรับสมัครงานบนเว็บไซต์ของ Reflection AI บริษัทมีแผนใช้ LLM และการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (Reinforcement Learning) ในการขับเคลื่อนซอฟต์แวร์ของตน แต่เดิม นักพัฒนาฝึก AI โดยใช้ชุดข้อมูลที่มีคำอธิบายประกอบในแต่ละจุดข้อมูล การเรียนรู้แบบเสริมกำลังช่วยลดความจำเป็นในการใช้คำอธิบายเหล่านั้น ทำให้การสร้างชุดข้อมูลฝึกอบรมง่ายขึ้น

ประกาศรับสมัครงานยังระบุว่า Reflection AI วางแผน “สำรวจสถาปัตยกรรมใหม่ ๆ” สำหรับระบบ AI ของตน ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมองไปไกลกว่าสถาปัตยกรรมเครือข่ายประสาทเทียมแบบ Transformer ที่เป็นรากฐานของ LLM ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นของ LLM ที่ใช้สถาปัตยกรรมคู่แข่งอย่าง Mamba ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าในบางแง่มุม

อีกหนึ่งตำแหน่งงานที่บริษัทเปิดรับ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งบ่งบอกว่า Reflection AI มีแผนฝึกโมเดลของตนโดยใช้หน่วยประมวลผลกราฟิกหลายหมื่นตัว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนพัฒนา “แพลตฟอร์มที่คล้าย vLLM สำหรับโมเดลที่ไม่ใช่ LLM” ซึ่ง vLLM เป็นเครื่องมือ AI แบบโอเพนซอร์สยอดนิยมที่นักพัฒนาใช้เพื่อลดการใช้หน่วยความจำของโมเดลภาษา

“เมื่อทีมงานพัฒนาโมเดลให้ฉลาดขึ้นและเพิ่มขอบเขตความสามารถเอเจนต์ AI ของ Reflection AI ก็จะสามารถรับผิดชอบงานมากขึ้น” Stephanie Zhan และ Charlie Curnin นักลงทุนจาก Sequoia Capital เขียนไว้ในบล็อกโพสต์ “ลองจินตนาการถึงเอเจนต์ AI ที่เขียนโค้ดได้เอง ทำงานเบื้องหลังอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อช่วยให้ทีมสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น”

ที่มา: https://siliconangle.com/2025/03/07/superintelligence-startup-reflection-ai-launches-130m-funding/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …