นักวิจัยสร้างวิธีการรับส่งข้อมูลแบบใหม่ด้วยสารเคมี อาจใช้ส่งข้อมูลในร่างกายมนุษย์ได้

Nariman Farsad นักวิจัยจาก Stanford ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ในการส่งข้อมูลที่ใช้สารเคมีแทนระบบไฟฟ้า ซึ่งอนาคตหากเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาจนสำเร็จแล้ว ก็อาจใช้รับส่งข้อมูลในร่างกายมนุษย์ได้ด้วย

arduino_chemical_networking_machine

โดยทั่วไปแล้วการรับส่งข้อมูลที่เราใช้งานกันอยู่ในทุกวันนี้มักใช้หลักการของไฟฟ้าหรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ในงานวิจัยนี้กลับคิดค้นวิธีการใหม่ที่ใช้ความเป็นกรดเป็นด่างในสารเคมีเพื่อรับส่งข้อมูลได้แทน

การส่งข้อมูลโดยอาศัยความเป็นกรดหรือด่างในสารเคมีนี้ใช้การส่งคลื่นของกรด (น้ำส้มสายชู) และด่าง (น้ำยาล้างแก้ว) แทน โดยทำการส่งสารเหล่านี้ผ่านไปตามหลอดพลาสติกเพื่อให้ตัวรับปลายทางอ่านค่า pH ของสารเคมีที่ส่งไป และแปลงกลับมาเป็น Bit ที่มีค่าเป็น 0 และ 1 และรวมกลับมาเป็นตัวอักษรหรือข้อมูลต่างๆ แทน

ทางทีมวิจัยคาดว่าเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลแบบนี้เมื่อพัฒนาจนสมบูรณ์แล้ว ก็จะสามารถใช้ในการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายในร่างกายมนุษย์ได้ รวมถึงให้หุ่นยนต์ที่มีขนาดเล็กทำการสื่อสารระหว่างกันได้เหมือนวิธีการเดียวกับที่มดใช้ อีกทั้งยังทำให้การรับส่งข้อมูลมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้การดักฟังยากขึ้นตามไปด้วยในอนาคต และอาจนำไปใช้ประยุกต์ใช้ได้อีกมากมาย

ลองดูตัวอย่างการทำงานของการใช้สารเคมีเพื่อรับส่งข้อมูลได้ในคลิปนี้เลยนะครับ งานวิจัยชิ้นนี้ใช้ Arduino ในการควบคุมการรับส่งสารเคมีด้วยครับ

ที่มา: https://blog.arduino.cc/2016/11/16/this-machine-sends-messages-using-common-chemicals/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

แทนเจอรีน ผนึกกำลัง Google Cloud เปิดตัว “Gemini Enterprise Experience Center” ศูนย์การเรียนรู้ AI เพื่อขับเคลื่อน Work Transformation ในประเทศไทย [Guest Post]

เดินหน้าเร่งองค์กรไทยสู่ยุค Agentic AI ผ่านกรณีศึกษาจริงและคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ

OpenAI เช่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI ขนาด 10 กิกะวัตต์ในรัฐ Ohio จาก SB Energy ของ SoftBank

OpenAI ประกาศเซ็นสัญญาเช่าคลัสเตอร์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐ Ohio เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยจะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 กิกะวัตต์รองรับการใช้งาน