HPE ขึ้นนำเป็นอันดับหนึ่งในตลาด High Performance Computing ในครึ่งปีแรกของปี 2016 ตามมาด้วยจีน

IDC ได้ออกมาเปิดเผยถึงยอดขายของระบบ High Performance Computing ทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2016 ที่ผ่านมา และพบว่า HPE นั้นมียอดขายเป็นอันดับ 1 ในขณะที่ Data Center เพียงแห่งเดียวของประเทศจีนนั้นตามมาเป็นที่ 2 โดยมีตัวเลขสรุปทั้งสิ้นดังนี้

Credit:: ShutterStock.com
Credit:: ShutterStock.com
  • HPE – $446,081,000
  • Wuxi (โครงการ Sunway TaihuLight Supercomputer) – $300,000,000
  • Dell – $224,170,000
  • Lenovo – $142,725,000
  • Cray – $130,840,000
  • IBM – $110,657,000
  • Fujitsu – $51,119,000
  • SGI – $34,262,000
  • Bull Atos – $19,485,000
  • NEC – $17,000,000
  • Sugon (Dawning) – $11,179,000
  • Other – $114,750,000
  • Grand Total – $1,602,259,000

 

จะเห็นได้ว่าหากเทียบในมุมของผู้ผลิตรายใหญ่ทั่วๆ ไปอย่าง HPE นั้นก็ถือว่าขึ้นนำคู่แข่งอย่าง Dell เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว แต่ที่น่าจับตามองก็คือประเทศจีน ที่ Data Center เพียงแห่งเดียวก็สั่งผลิตเครื่อง Server เฉพาะที่ใช้ CPU ซึ่งออกแบบในจีนเองอย่าง SW26010 64-bit RISC จนเบียดเข้ามาเป็นอันดับ 2 ของโลกได้เลยทีเดียว

นอกจากนี้ SGI เองนั้นก็ถูก HPE เข้าซซื้อกิจการไปแล้วเช่นกัน ดังนั้นเวลานี้ HPE จึงถือว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่มาทีเดียวสำหรับตลาด High Performance Computing ในเวลานี้

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/11/18/hpe_is_creaming_dell_in_hpc/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better โดย Cloudflare APAC

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย TechTalk Webinar เรื่อง “HTTP/3, How Cloudflare Help to Make the Internet Better” เพื่อรู้จักกับแนวคิดและการทำงานของ HTTP/3 …

Microsoft เผย 3 เทคนิค Phishing อันแนบเนียนที่ควรพึงระวัง

Microsoft ได้ออกรายงานแนวโน้มภัยคุกคามและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ระบุว่า Phishing เป็นหนึ่งใในไม่กี่รูปแบบการโจมตีที่ยังคงพบบ่อยมากขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ Ransomware, Crypto-mining และมัลแวร์รูปแบบอื่นๆ เริ่มพบน้อยลง