เปิดตัว Red Hat OpenShift 4.2 รองรับ Service Mesh, Serverless และ CI/CD ได้แล้ว

Red Hat ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Red Hat OpenShift 4.2 ที่มาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ มากมาย ดังนี้

Credit: Red Hat
  • Red Hat OpenShift Service Mesh ที่ต่อยอดจาก Istio, Kiali และ Jaeger สำหรับใช้ทำ Service Mesh ให้กับ Microservices-based Application บน OpenShift
  • Red Hat OpenShift Serverless ที่ต่อยอดจาก Knative เปิดให้ใช้งานได้แล้วเป็น Technology Preview
  • Red Hat OpenShift Pipelines ที่เปิดให้ใช้งานได้แล้วแบบ Developer Preview สำหรับใช้ทำ CI/CD ได้ในระบบ
  • Red Hat CodeReady Containers สำหรับช่วยให้นักพัฒนาติดตั้ง Pre-built OpenShift Environment บนเครื่องของตนเองสำหรับใช้ในการพัฒนาโปรแกรมได้
  • ปรับให้สามารถติดตั้ง OpenShift Container Platform บน AWS, Azure, GCP และ OpenStack ได้ง่ายขึ้น
  • มีเครื่องมือ Migrate สำหรับย้ายระบบจาก OpenShift 3 มายัง OpenShift 4
  • มี OpenShift Container Storage 4 ให้ใช้งานได้แบบ Beta แล้ว

Red Hat OpenShift 4.2 นี้จะเปิดให้ใช้งานได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และเปิดให้ทดสอบใช้งานก่อนได้ที่ https://try.openshift.com/ แล้ว

ที่มา: https://www.redhat.com/en/about/press-releases/red-hat-expands-kubernetes-developer-experience-newest-version-red-hat-openshift-4

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้