Nvidia จับมือ Accenture พัฒนาเอเจนต์ AI

Nvidia และ Accenture ประกาศความร่วมมือที่จะนำที่ปรึกษา 30,000 คนจาก Accenture มาใช้งานเทคโนโลยีของ Nvidia ในการพัฒนาเอเจนต์ AI สำหรับลูกค้าใน 120 ประเทศทั่วโลก

 

Accenture Nvidia Business Group ที่เพิ่งก่อตั้งใหม่วางเป้าที่จะสร้างรากฐานสำหรับ AI ในยุคถัดไปผ่าน Nvidia Inference Microservices (NIMS) ที่ทำให้การติดตั้งและขยายขนาดโมเดล AI ง่ายยิ่งขึ้นผ่าน microservice ที่สร้างและปรับแต่งไว้ล่วงหน้า และ NeMo ที่เน้นไปที่การสร้างและปรับแต่งโมเดล AI ขนาดใหญ่สำหรับ natural language processing, speech recognition และ conversational AI ทั้งนี้ Lan Guan หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ของ Accenture เปิดเผยว่าโครงการ Generative AI สร้างรายได้ให้บริษัทถึง 3 พันล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ทว่ามีเพียงแค่ 10% ของบริษัททั่วโลกเท่านั้นเองที่ใช้งาน AI ได้อย่างเต็มที่

หัวใจสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้คือ Agentic AI ที่สามารถทำงานอย่างอิสระ เรียนรู้จากสภาพแวดล้อม และตัดสินใจได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีมนุษย์มาเกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างจากโมเดล AI แบบดั้งเดิมที่อาศัยคำสั่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทั้งนี้ Accenture ได้จัดประเภท AI เหล่านี้ตามบทบาทที่ต่างกัน เช่น เอเจนต์สำหรับงานวิจัยที่สามารถรวบรวมข้อมูลและสรุปผลเพื่อการตัดสินใจ และ เอเจนต์เสมือน project manager ที่คอยจัดการหลายๆ กระบวนงานในหลายๆ โครงการไปพร้อมๆ กัน

การใช้ NIMS บนโครงสร้างพื้นฐานของ Nvidia ผ่าน AI Foundry ช่วยให้โมเดลทำงานได้เร็วขึ้น 2 ถึง 5 เท่า และ NeMo framework เองก็สามารถทำให้วงจรนี้ดำเนินไปได้เรื่อยๆ ผ่านการเทรนและปรับแต่งโมเดลอย่างละเอียดด้วยข้อมูลที่ถูกสร้างใหม่ให้ระบบเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ในฝั่งของ Accenture ก็ยังมี AI Refinery ที่ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สร้างเอเจนต์ AI ของตัวเองได้ด้วยเครื่องมือสำหรับเทรนโมเดลจากข้อมูลทั้งภายในและนอกองค์กร

สุดท้ายนี้ Accenture กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและบทบาทภายในองค์กรด้วยความสามารถต่างๆ ของ AI ที่แต่ละองค์กรสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้นั่นเอง

ที่มา: https://siliconangle.com/2024/10/02/nvidia-accenture-partner-foster-development-ai-agents/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลขเก้า

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …